● กลยุทธ์ใหม่นี้เน้นการทำงานร่วมกันระหว่างบริการชำระเงินทั่วโลก บัญชีทั่วโลก และบริการทางการเงินแบบทั่วถึงและฝังตัว ซึ่งพัฒนาขึ้นบนความก้าวหน้า AI และความสามารถในการทำงานร่วมกัน
● ในฐานะรากฐานสำคัญของธุรกิจ บริการชำระเงินทั่วโลกของแอนท์ อินเตอร์เนชันแนล รองรับวิธีการชำระเงินกว่า 300 รูปแบบ รวมถึงระบบ QR ระดับประเทศกว่า 10 ระบบ และกระเป๋าเงินดิจิทัลและแอปธนาคาร 50 แอป อีกทั้งยังมีปริมาณธุรกรรมเฉลี่ยสูงกว่า 20 ล้านรายการต่อวัน
กัวลาลัมเปอร์, 30 เมษายน 2569 – แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้เปิดเผยในการประชุมผู้บริหารด้านฟินเทค MoMents 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียว่าปัจจุบันบริษัทได้เชื่อมโยงร้านค้ากว่า 150 ล้านรายทั่วโลกเข้ากับบัญชีผู้ใช้งานมากกว่า 2 พันล้านบัญชีทั่วโลกแล้ว
เผิง หยาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอนท์ อินเตอร์เนชันแนล ได้เปิดเผยกลยุทธ์ระดับโลกของบริษัทสำหรับยุค AI Commerce
แอนท์ อินเตอร์เนชันแนล เป็นผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกในด้านเทคโนโลยีทางการเงิน การชำระเงินดิจิทัล และการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล ปัจจุบัน บริษัทรองรับวิธีการชำระเงินกว่า 300 รูปแบบในกว่า 220 ตลาดทั่วโลก ครอบคลุมระบบบัตรทุกประเภท พันธมิตรผู้ให้บริการชำระเงินผ่านมือถือ 50 ราย และระบบ QR ระดับประเทศกว่า 10 ระบบ อาทิ SGQR ของสิงคโปร์, DuitNow ของมาเลเซีย, ZeroPay ของเกาหลีใต้, PromptPay ของไทย, QRIS ของอินโดนีเซีย, LankaPay ของศรีลังกา และอื่น ๆ อีกมากมาย เมื่อไม่นานมานี้ บริษัทได้ผนวกรวมแอปพลิเคชัน e-wallet และแอปธนาคารชั้นนำระดับโลกเพิ่มเติม อาทิ iFAST Global Bank จากสหราชอาณาจักร, KBank และ SCB จากประเทศไทย, barq จากซาอุดีอาระเบีย และ ShopeePay จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ด้วยปริมาณธุรกรรมเฉลี่ยกว่า 20 ล้านรายการต่อวัน แอนท์ อินเตอร์เนชันแนล กำลังขยายการเข้าถึงตลาดให้กว้างขวางยิ่งขึ้นผ่านการขอรับใบอนุญาตใหม่และการสร้างพันธมิตรในภูมิภาคเอเชีย ลาตินอเมริกา และยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (EMEA) ในประเทศเวียดนาม บริษัทได้ร่วมมือกับ NAPAS และ Vietcombank เพื่อเปิดตัวบริการชำระเงินด้วย QR ข้ามประเทศ และยังประสานงานกับรัฐบาลนครโฮจิมินห์เพื่อพัฒนาศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศอีกด้วย สำหรับในภูมิภาคลาตินอเมริกา บริษัทได้จับมือเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับบริษัทฟินเทคสัญชาติเม็กซิกัน R2 เมื่อปลายปี 2568 เพื่อสนับสนุนการขยายสินเชื่อแก่ SME ทั่วทั้งภูมิภาค ในตะวันออกกลาง แอนท์ อินเตอร์เนชันแนล ร่วมมือกับธนาคารกลางซาอุดีอาระเบีย (SAMA) และเครือข่ายการชำระเงินแห่งชาติ mada โดยมีแผนจะเปิดตัวบริการชำระเงินด้วย QR ข้ามประเทศ Alipay+ ในปี 2569 โครงการริเริ่มล่าสุดของบริษัทยังรวมถึงแผนการที่จะเปิดตัวโครงการการเงินอิสลามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตลาดเกิดใหม่อื่นๆ
นอกจากการสนับสนุนธุรกิจในการขยายตลาดสู่ระดับโลกแล้ว แอนท์ อินเตอร์เนชันแนล ยังครองอันดับหนึ่งในด้านจำนวนบัญชีทั่วโลกที่บริหารจัดการให้แก่ธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ดำเนินธุรกิจการค้าข้ามพรมแดน
"โมเดลใหม่ของการเชื่อมโยงระบบการเงินและการค้าที่ขับเคลื่อนด้วย AI มอบเครื่องมืออันทรงพลังให้แก่เรา เพื่อช่วยทั้งบริษัทขนาดใหญ่ระดับโลกและร้านค้าขนาดเล็กให้เพิ่มความแข็งแกร่งและขยายช่องทางสร้างรายได้" เผิง หยาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอนท์ อินเตอร์เนชันแนล กล่าว พร้อมเสริมว่า "เครือข่ายที่กว้างขวางและลึกซึ้งยิ่งขึ้น หมายความว่าเราสามารถทำงานร่วมกับพันธมิตรได้มากขึ้นในหลากหลายระดับ เพื่อส่งมอบโซลูชันฟินเทคที่ล้ำสมัย น่าเชื่อถือ และให้ผลตอบแทนการลงทุนสูงในตลาดที่มีการเติบโตเร็วที่สุดในโลก"
โซลูชันที่ครอบคลุมสำหรับวิสาหกิจขนาดใหญ่ SMEs และตลาดเกิดใหม่ เพื่อการเติบโตอย่างทั่วถึง
หยางได้เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ในการผนึกกำลังธุรกิจหลักทั้งสี่ของบริษัท ได้แก่ Alipay+, Antom, Bettr และ WorldFirst เพื่อนำเสนอโซลูชันการเติบโตที่เชื่อมโยงกันมากยิ่งขึ้นสำหรับธุรกิจทุกขนาด
- การชำระเงินทั่วโลก: ทำให้การชำระเงินเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต เพื่อให้ธุรกิจทุกขนาดสามารถประสบความสำเร็จในเศรษฐกิจดิจิทัลระดับโลก
- บัญชีทั่วโลก: การเปิดใช้งานบัญชีทั่วโลกที่ไร้พรมแดนและขับเคลื่อนด้วย AI สำหรับธุรกิจทุกขนาด ซึ่งทำหน้าที่เป็นกุญแจสำคัญสู่การค้าและพาณิชย์ดิจิทัล สิ่งนี้ทำให้แนวคิด 'เกิดมาเพื่อเป็นสากล' (born global) กลายเป็นจริงสำหรับธุรกิจทุกขนาดตั้งแต่วันแรก
- การเสริมสร้างคุณค่าเชิงกลยุทธ์: การใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อนำเสนอโซลูชันด้านการเงิน สินเชื่อ และการบริหารเงินสดที่ผสานรวม เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างทั่วถึง
- ความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี: ด้วยพื้นฐานจากความเชี่ยวชาญที่กว้างขวางในการสนับสนุนการชำระเงินทั่วโลกและธุรกิจทุกขนาด โซลูชัน AI และบล็อกเชนชั้นนำของแอนท์ อินเตอร์เนชันแนล ได้รับการพัฒนาร่วมกับลูกค้า พันธมิตร และหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อสร้างผลกระทบที่เป็นรูปธรรม พร้อมทั้งรับประกันความปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ
โซลูชัน FinAI ที่พร้อมนำเสนอสู่ตลาด เพื่อการแก้ไขปัญหาในสถานการณ์จริง
แอนท์ อินเตอร์เนชันแนล ได้ทำงานร่วมกับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) ชั้นนำ ผู้ให้บริการเครือข่ายบัตร และบริษัทฟินเทคอื่นๆ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถและโซลูชัน FinAI สำหรับร้านค้าและสถาบันการเงิน เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านการเติบโตและความปลอดภัยที่เกิดขึ้นจริง ตัวอย่างที่สำคัญได้แก่
โปรโตคอลการชำระเงินแบบเอเจนต์สำหรับมือถือ (AMP)
ในงาน MoMents 2026 แอนท์ อินเตอร์เนชันแนลได้เปิดตัว AMP แบบโอเพนซอร์ส ซึ่งนับเป็นกรอบการทำงานสำหรับการชำระเงินแบบเอเจนต์รายแรกของโลกที่ออกแบบมาสำหรับอินเทอร์เฟซมือถือ เพื่อช่วยขับเคลื่อนการค้าที่ขับเคลื่อนด้วย AI โปรโตคอลนี้ช่วยให้การเชื่อมต่อการชำระเงินแบบเอเจนต์ที่ปลอดภัยและเป็น AIOps-native สามารถเชื่อมต่อกับบริการมือถือต่างๆ ได้อย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเงินดิจิทัล แอปพลิ เคชันธนาคาร ซูเปอร์แอป และพอร์ทัลมือถือ ตั้งแต่โทรศัพท์มือถือไปจนถึงอุปกรณ์สวมใส่ต่างๆ
แพลตฟอร์ม AI-as-a-Service
แพลตฟอร์ม AI-as-a-Service ของแอนท์ อินเตอร์เนชันแนล ที่มีชื่อว่า GenAI Cockpit ได้จัดเตรียมเครื่องมือให้แก่พันธมิตรฟินเทค เพื่อสร้างโซลูชันแบบเอเจนต์ที่หลากหลาย ตั้งแต่ผู้ช่วยบริการลูกค้าไปจนถึงผู้ช่วยฝ่ายขาย โดย TNG eWallet ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำของมาเลเซีย และ easypaisa ธนาคารดิจิทัลแห่งแรกของปากีสถาน กำลังใช้งานแพลตฟอร์มนี้เพื่อมอบประสบการณ์ลูกค้าที่ดีขึ้นด้วย AI
AI SHIELD
AI SHIELD ซึ่งเป็นโซลูชันบริหารความเสี่ยงแบบ 3-in-1 ของแอนท์ อินเตอร์เนชันแนล ช่วยสร้างความไว้วางใจในระบบนิเวศ โดยทำหน้าที่เป็นชั้นความปลอดภัยที่แข็งแกร่งรองรับธุรกรรมทั้งหมดที่ดำเนินการผ่านบริษัท โมเดลนี้ทำงานโดยอาศัยพารามิเตอร์กว่า 7 พันล้านรายการ และผสานรวมข้อมูลประเภทกราฟ ข้อมูลแบบลำดับ และข้อมูลแบบตาราง เพื่อระบุธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูงได้อย่างแม่นยำกว่า 95% พร้อมทั้งช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จในการชำระเงินได้สูงสุดถึง 13.5%
โมเดล AI FX Falcon TST
โมเดล AI FX แบบ MoE (Mixture of Experts) รายแรกของอุตสาหกรรมนี้ สามารถคาดการณ์ระยะยาวได้ด้วยความแม่นยำสูงถึง 93% โดยอาศัยพารามิเตอร์กว่า 8.5 พันล้านรายการ โมเดล Falcon TST ถูกนำไปใช้ภายในองค์กรของแอนท์ อินเตอร์เนชันแนล เพื่อบริหารจัดการกระแสเงินสดและความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นรายชั่วโมง รายวัน และรายสัปดาห์ ซึ่งช่วยลดต้นทุนด้านอัตราแลกเปลี่ยนของบริษัทได้สูงสุดถึง 60% โมเดลนี้ได้รับการเปิดเป็นโอเพนซอร์สในปี 2568 เพื่อขยายการเข้าถึงขีดความสามารถ และเชิญชวนความร่วมมือในการพัฒนาการเรียนรู้แบบอนุกรมเวลา (time-series learning) ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น
EPOS360
EPOS360 เป็นแอปพลิเคชันสำหรับ SMEs ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งเป็นผู้บุกเบิก โดยได้ผสานรวมเครื่องมือ AI ที่นำไปใช้ได้จริงเข้ากับระบบ POS การชำระเงิน บริการธนาคาร การเงิน และการดำเนินงานเพื่อการเติบโตสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ชุดเครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วย AI และความสามารถด้านการชำระเงินนี้ได้เปิดตัวในประเทศสิงคโปร์ และยังพร้อมให้บริการแก่ร้านค้าในมาเลเซียในรูปแบบมินิโปรแกรมผ่าน TNG eWallet
Antom Copilot
Antom Copilot ให้บริการระบบอัตโนมัติและเครื่องมือช่วยเหลือสำหรับร้านค้า โดยอ้างอิงจากกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของบริการต่างๆ เช่น การจัดการข้อพิพาทการเรียกเก็บเงินคืนได้สูงสุดถึง 46% ภายในหนึ่งปีหลังจากการเปิดตัว มีร้านค้าที่เข้าร่วมกับ Antom ถึง 72% ที่ดำเนินการเชื่อมต่อระบบชำระเงินด้วยตนเองโดยใช้ Copilot นี้สำเร็จ
ในการประชุมผู้บริหารด้านฟินเทค MoMents 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ผู้บริหารจากเครือข่ายการชำระเงินระดับโลก ธนาคาร บริษัทฟินเทค บริษัทเทคโนโลยี และหน่วยงานกำกับดูแล ได้มารวมตัวกันเพื่อหารือเกี่ยวกับอนาคตของบริการทางการเงินในยุค AI Commerce การหารือมุ่งเน้นไปที่รูปแบบใหม่ของการเปลี่ยนแปลงระบบการชำระเงิน การทำงานร่วมกันได้หลายระดับทั่วโลก การพัฒนาซูเปอร์แอปด้วยเทคโนโลยี AI-native นวัตกรรมด้านการเงินอิสลาม และโครงการริเริ่มด้านความไว้วางใจและความปลอดภัย
ทั้งนี้ แอนท์ อินเตอร์เนชันแนล ได้เปิดตัวศูนย์ธุรกิจดิจิทัลในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อปี 2567
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น