“ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิ
นางสาวปัทมิกา พงศ์สูรย์มาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพีเอ็น รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ผู้จัดการกองทรัสต์ CPNREIT เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 (เมษายน - มิถุนายน) ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิ การเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท (CPNREIT) สามารถสร้างการเติบโตอย่างแข็ งแกร่งในทุกกลุ่มธุรกิจ ทำรายได้รวม 1,786 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY) ส่งผลให้มีกำไรจากการลงทุนสุทธิ 1,073 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% YoY
ความสำเร็จมาจากปัจจัยขับเคลื่ อนหลักใน 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1.) ธุรกิจศูนย์การค้า มีรายได้ค่าเช่าและบริการ 1,405 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% YoY จากการรับรู้รายได้ตามสัญญาใหม่ ของเซ็นทรัล พระราม 2 ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2568 มีพื้นที่ให้เช่าเพิ่มขึ้น 10,845 ตารางเมตร รวมถึงการ ramp-up ของรายได้ของเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต หลังการปรับปรุงพื้นที่แล้วเสร็ จ 2.) ธุรกิจอาคารสำนักงาน มีรายได้ค่าเช่าและบริการ 264 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% YoY จากอาคารสํานักงานเดอะไนน์ ทาวเวอร์ส และปิ่นเกล้า ทาวเวอร์ ที่มีอัตราการเช่าพื้นที่เพิ่ มขึ้น และ 3.) ธุรกิจโรงแรม มีรายได้ค่าเช่าจำนวน 108 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY ตามการปรับขึ้นค่าเช่ารายปี ตามสัญญา
ปัจจุบัน CPNREIT มีมูลค่าสินทรัพย์รวม 94,692 ล้านบาท มีอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ย (Occupancy Rate) ของศูนย์การค้าและอาคารสำนั กงานรวมอยู่ที่ 94% เพิ่มขึ้นจาก 91% YoY เป็นผลจากการปรับปรุงพื้นที่เฟส 1 และ 2 ของเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต แล้วเสร็จ ตลอดจนการจัดหาผู้เช่ารายใหม่ เข้ามาเติมเต็มในเซ็นทรัล พัทยา, เซ็นทรัล มารีนา และเซ็นทรัล ลำปาง ทั้งนี้ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต อยู่ระหว่างดำเนินงานปรับปรุ งเฟสสุดท้าย ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ ภายในปี 2569 ขณะที่โรงแรมฮิลตัน พัทยา มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 85% ใกล้เคียงช่วงเดียวกันของปีก่อน
จากผลการดำเนินงานที่เติบโตต่ อเนื่อง กองทรัสต์ฯ ได้พิจารณาจ่ายประโยชน์ ตอบแทนจากผลการดําเนิ นงานในไตรมาส 2/2569 ที่อัตรา 0.2800 บาทต่อหน่วย คิดเป็นอัตราผลตอบแทน (yield) ที่ 8.6% (คำนวณจากราคาปิด 12.90 บาทต่อหน่วย ณ 30 มิถุนายน 2569) โดยมีกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 21 สิงหาคม 2569 ปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหน่วยทรั สต์ (Book Closing) ในวันที่ 25 สิงหาคม 2569 และจ่ายประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ถื อหน่วยทรัสต์ในวันที่ 8 กันยายน 2569
นางสาวปัทมิกา กล่าวเพิ่มว่า ต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา กองทรัสต์ฯ ได้ออกหุ้นกู้ครั้งที่ 2/2569 จำนวน 4 ชุด มูลค่าที่ตราไว้รวม 3,600 ล้านบาท เพื่อชำระคืนหนี้หุ้นกู้ที่ ครบกำหนดอายุและหนี้เงินกู้ยืม ประกอบด้วย หุ้นกู้ประเภทไม่มีการจ่ ายดอกเบี้ย (Zero-Coupon Bond) เสนอขายให้แก่กลุ่มนักลงทุ นสถาบัน (PP-II) จำนวน 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคิดลดร้อยละ 1.71 ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2572 มูลค่าที่ตราไว้รวม 500ล้านบาท และหุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 3 ปี 11 เดือน 30 วัน อัตราดอกเบี้ยคิดลดร้อยละ 2.05 ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2573 มูลค่าที่ตราไว้รวม 500 ล้านบาท และหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-linked debenture) เสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ (PP-II/HNW) จำนวน 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้ชุดที่ 3 อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 2.33 ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2574 มูลค่าที่ตราไว้รวม 1,500 ล้านบาท และ หุ้นกู้ชุดที่ 4 อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ยลดร้อยละ 2.77 ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2576 มูลค่าที่ตราไว้รวม 1,100 ล้านบาท
สำหรับการออกหุ้นกู้ครั้งนี้ สะท้อนถึงความแข็งแกร่ งทางการเงินและความเชื่อมั่ นจากผู้ลงทุนสถาบัน และผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยหุ้นกู้ได้รับการจัดอันดั บความน่าเชื่อถือจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ที่ระดับ “A+” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” โดยมี ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการการจั ดจำหน่ายหุ้นกู้ร่วมในครั้งนี้












ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น