· Maguro Group เดินกลยุทธ์ขยายพอร์ตอาหารอย่างต่อเนื่อง หลังศึกษาและทำ R&D มากกว่า 2 ปี· ชูวากิวไทย-ญี่ปุ่น-ออสเตรเลีย ย่างเตาถ่าน Kopa Charcoal Oven จากเยอรมนี ในราคาที่เข้าถึงง่าย
บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO ผู้นำธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นและเกาหลีระดับพรีเมียมในประเทศไทย เดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอสู่ตลาดอาหารไทย ด้วยการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ล่าสุด "หลาย" (Laii) ภายใต้แนวคิด Authentic Isan Comfort ร้านอาหารอีสานร่วมสมัยที่นำหัวใจของครัวอีสานแท้มาถ่ายทอดในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย นับเป็นแบรนด์ที่ 14 ในเครือ MAGURO Group โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กันยายน 2569 ที่ Nirvana Porch กรุงเทพกรีฑา ในรูปแบบ Collaborative Dining ร่วมกับร้าน CouCou ซึ่งทั้งสองร้านจะแยกพื้นที่ปรุงอาหารกันอย่างอิสระ แยกพื้นที่ประสบการณ์การรับประทานอาหารให้หลากหลายยิ่งขึ้นภายในพื้นที่เดียวกัน
นายจักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เผยว่า การเปิดตัว "หลาย" ในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญที่บริษัทวางแผนมาเกือบ 2 ปี เพื่อเข้าสู่ตลาดอาหารไทย โดยเลือกธุรกิจร้านส้มตำและอาหารอีสานซึ่งเป็นเมนูยอดนิยมของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอยู่แล้ว เป็นหมัดเด็ดสำคัญในการเข้าสู่ตลาด พร้อมระบุว่า "หลาย" ไม่ได้มีเพียงอาหารอีสาน แต่ยังมีอาหารไทย รวมถึงอาหารจานเดี่ยวหลากหลายเมนูสำหรับลูกค้าที่ต้องการทานในเวลาจำกัด ครอบคลุมทั้งกลุ่มลูกค้าออฟฟิศที่ต้องการทานแบบจานเดี่ยว ไปจนถึงเมนูอย่างกุ้งแม่น้ำและต้มยำที่เหมาะกับการรับประทานแบบครอบครัว ปัจจุบัน MAGURO GROUP ไม่ได้เป็นเพียงผู้นำธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นและเกาหลีระดับพรีเมียมเท่านั้น แต่บริษัทฯ กำลังเติบโตและตั้งเป้าพัฒนาสู่การเป็นผู้นำธุรกิจร้านอาหารที่ครบวงจร ครอบคลุมอาหารหลากหลายสัญชาติและหลากหลายรูปแบบ ด้วยกลยุทธ์ทั้งการนำเข้าแบรนด์สุดฮิตจากประเทศญี่ปุ่น ควบคู่ไปกับการพัฒนาแบรนด์ขึ้นเองภายในบริษัท เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การรับประทานอาหารของผู้บริโภคให้ครอบคลุมยิ่งขึ้นในทุกมิติชื่อ "หลาย" มาจากคำสั้น ๆ ในภาษาอีสานที่แปลว่า "มาก" หรือ "เยอะ" แต่สำหรับแบรนด์แล้ว คำนี้สื่อถึงความรู้สึกที่มากพอจนอยากส่งต่อ ทั้งความใส่ใจในวัตถุดิบ รสชาติที่มีมิติทั้งแซ่บ นัว หอม กลมกล่อม เสียงหัวเราะบนโต๊ะอาหาร และการต้อนรับแบบอีสานที่จริงใจ โดยแบรนด์เชื่อว่าความแท้ (Authenticity) ของอาหารอีสานไม่ได้อยู่ที่สูตรดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ในวิธีที่ผู้คนใช้ชีวิตและแบ่งปันอาหารร่วมกัน "หลาย" จึงนำหัวใจของครัวอีสานมาถ่ายทอดในรูปแบบร่วมสมัย เคารพต้นตำรับ แต่เล่าใหม่ให้เข้าถึงง่ายขึ้น
จุดเด่นของ "หลาย" อยู่ที่รสชาติอีสานแท้จัดจ้านที่เข้าถึงง่าย ด้วยการคัดสรรวัตถุดิบแท้และเครื่องเทศดั้งเดิมตามสูตรต้นตำรับอาหารอีสาน นำมาใส่ในเมนูที่คุ้นเคย อาทิ ส้มตำ ลาบ น้ำตก ยำ ต้มแซ่บ ย่าง และอาหารทะเลย่างอย่างกุ้งแม่น้ำย่าง โดยราคาส้มตำเริ่มต้นที่ 89 บาท วางตำแหน่งเป็นตัวเลือก Comfort Food ที่คุ้นเคยและมั่นใจได้ในทุกคำ อีกทั้งยังมีอาหารจานเดี่ยวเปิดตัวเริ่มต้นที่ 109 บาท โดยเมนูไฮไลท์ คือ ข้าวผัดพริกขี้หนูคอหมูย่าง ภายใต้แนวคิด Premium yet Accessible ท่ามกลางบรรยากาศที่สบายทันสมัย ในราคาที่เข้าถึงได้แม้ใช้วัตถุดิบระดับพรีเมียม เหมาะสำหรับพนักงานออฟฟิศ กลุ่มครอบครัว และนักท่องเที่ยว ในทุกช่วงเวลาของสัปดาห์
ด้านวัตถุดิบ "หลาย" ให้ความสำคัญกับความพรีเมียมในทุกรายละเอียด ตั้งแต่น้ำปลาร้าสูตรเฉพาะที่เบลนขึ้นเพื่อความหอมนัวในแบบของแบรนด์ มะละกอแขกดำคัดพิเศษสำหรับส้มตำที่เนื้อแน่น กรอบ เส้นสวย ไม่อมน้ำ ไปจนถึงเนื้อหลากหลายทั้งวากิวไทย ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ที่คัดสรรคุณภาพเพื่อความนุ่มและฉ่ำในทุกเมนู รวมถึงอีกหนึ่งเมนูที่พลาดไม่ได้ กับเมนูแจ่วฮ้อนหมู ราคาเริ่มต้น 359 บาท ในด้านกรรมวิธี "หลาย" ใช้เตาถ่าน Kopa Charcoal Oven ระบบปิดจากเยอรมนี ที่ใช้ถ่านไม้ 100% ช่วยเก็บความชุ่มฉ่ำและกลิ่นหอมเฉพาะตัว พร้อมกรรมวิธีที่พิถีพิถัน อาทิ คอหมูย่างที่หมักนานถึง 4 ชั่วโมง ลิ้นวัวซูวีนานถึง 16 ชั่วโมง ต้มขมตุ๋นเครื่องในนาน 6 ชั่วโมง และแจ่วฮ้อนที่เคี่ยวน้ำซุปอย่างพิถีพิถัน รวมถึงเทคนิคเตรียมเนื้อเฉพาะของ "หลาย" ที่ได้แรงบันดาลใจจากแนวคิด Dry Aging เพื่อรสชาติเข้มข้นและเนื้อสัมผัสที่ดียิ่งขึ้น และอีกไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้คือเมนูสุดหายากอย่างข้าวเหนียวแสงแรก ซึ่งป็นหนึ่งในพันธุ์ข้าวเหนียวพื้นเมืองระดับพรีเมียมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงมาก ทั้งในแง่ของแหล่งปลูก และคุณภาพของเมล็ดข้าว ทำให้สัมผัส นุ่ม เหนียว เด้ง เมล็ดข้าวเรียวยาว สวยงาม
"หลาย" จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กันยายน 2569 ณ Nirvana Porch กรุงเทพกรีฑา มอบประสบการณ์การรับประทานอาหารอีสานและไทยร่วมสมัยที่เข้าถึงง่าย คุ้มค่า และเต็มไปด้วยรสชาติที่จัดจ้าน สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางช่องทางการสื่อสารของแบรนด์ "หลาย" และ MAGURO Group
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น