ไตรมาส 1 ซีพีเอฟกำไรสุทธิ 6,945 ล้านบาท โต 14% จากปีก่อน จากมาตรฐานที่ดีและปรับกลยุทธ์รับวิกฤต - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

ไตรมาส 1 ซีพีเอฟกำไรสุทธิ 6,945 ล้านบาท โต 14% จากปีก่อน จากมาตรฐานที่ดีและปรับกลยุทธ์รับวิกฤต


บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ “ซีพีเอฟ” รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2564 จำนวน 6,945 ล้านบาท เติบโต 14% จากปีก่อน ซึ่งมีปัจจัยหลักมาจากการให้ความสำคัญด้านประสิทธิภาพการผลิต การตลาด และกระบวนการทำงาน รวมทั้ง การขยายกำลังการผลิต  ประกอบกับการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อตอบโจทย์ความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภค


นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร กล่าวถึงผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นนี้ว่า ผลจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในระยะเวลาปีกว่าที่ผ่านมา ที่ส่งผลให้กำลังซื้อทั่วโลกลดลง บริษัทได้เพิ่มมาตรการป้องกันทั้งกระบวนการผลิตและกระบวนการทำงานให้มีความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ทำให้ผลกระทบจากการแพร่ระบาดมีต่อธุรกิจของบริษัทไม่มากนัก แต่จากการปรับกลยุทธ์โดยให้ความสำคัญเรื่องประสิทธิภาพด้านการบริหารต้นทุนการผลิต การนำระบบงานดิจิตัล (Digitization) มาช่วยด้านประสิทธิภาพมากเพิ่มขึ้น รวมทั้งการเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า การปรับช่องทางการขายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ รวมถึงการเพิ่มกำลังผลิตในสินค้าที่ลูกค้าต้องการมากขึ้น  ทำให้ผลประกอบการของหลายประเทศเป็นที่น่าพอใจ โดยที่ประเทศไทย ประเทศเวียดนาม ประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศกัมพูชาเป็นประเทศที่มีผลประกอบการที่โดดเด่นในไตรมาสนี้ และคาดว่าน่าจะมีผลการดำเนินงานที่ดีต่อเนื่อง


นอกจากนี้ ซีพีเอฟยังมุ่งมั่นในการวิจัย พัฒนา สร้างสรรค์นวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อตอบโจทย์ตามความต้องการของผู้บริโภค ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางด้านการตลาด การขาย รวมถึงประเภทสินค้าอาหารสุขภาพที่เน้นด้านโภชนาการที่ดี และช่องทางจัดจำหน่ายให้สอดคล้องกับสภาวะของตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภค ทำให้ธุรกิจอาหารมีการเติบโตที่ดีในไตรมาสนี้เช่นกัน 


อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ซีพีเอฟสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างไม่เกิดภาวะหยุดชะงัก คือ การมีมาตรฐานการผลิตที่ดี บริษัทมีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 2563 โดยยกระดับมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุด โดยเพิ่มมาตรการเสริมควบคู่เพื่อป้องกันในทุกมิติ โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตและส่งมอบอาหาร  คุณภาพ ความปลอดภัยถึงมือผู้บริโภค 


นายประสิทธิ์กล่าวปิดท้ายว่า ด้วยความเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน บริษัทได้ดำเนินโครงการ “CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19” อย่างต่อเนื่อง บริษัทเห็นถึงความเสียสละของบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นด่านหน้ายืนหยัดต่อสู้กับโควิด-19 อย่างเต็มกำลัง จึงขอร่วมเป็นแรงสนับสนุนการต่อสู้กับวิกฤตโควิด-19 ด้วยการส่งมอบอาหารปลอดภัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์ทั้งภาคโรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ เพื่อช่วยเสริมกำลังกาย สร้างกำลังใจให้แก่กลุ่มบุคคลที่เสียสละและทุ่มเทเพื่อคนไทยทุกคน



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here