7UPอวดงบไตรมาสแรกของปีนี้กำไรสุทธิโตแรง 205% คุมต้นทุนได้ดีคงเป้าหมายรายได้ปีนี้ที่ 2,000 ล้านบาท - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

7UPอวดงบไตรมาสแรกของปีนี้กำไรสุทธิโตแรง 205% คุมต้นทุนได้ดีคงเป้าหมายรายได้ปีนี้ที่ 2,000 ล้านบาท

 


7UPเปิดงบไตรมาสแรกของปี 2564 มีกำไรสุทธิ 103.60 ล้านบาท โตแรง 205.96% ยอมรับโควิด-19 กระทบรายได้หด แต่ความสามารถทำกำไรยังคงแกร่ง ยืนยันเป้าหมายรายได้ปีนี้ 2,000 ล้านบาท เดินหน้าลงทุนธุรกิจสาธารณูปโภคเพิ่ม ด้วยฐานะการเงินแกร่ง อวดD/E ต่ำ เพียง 0.43 เท่า

นายมนต์เทพ มะเปี่ยม รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซเว่น ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ 7UP เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทฯสำหรับงวดไตรมาส 1 ของปี 2564 มีกำไรสุทธิ มีจำนวน 103.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.73 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโต 205.96โดยพบว่ากลุ่มธุรกิจจัดจำหน่ายก๊าซแอลพีจีและน้ำมัน กลุ่มธุรกิจสาธารณูปโภค กลุ่มธุรกิจพลังงานทางเลือก ยังคงสร้างผลกำไรให้กับบริษัทฯ

นอกจากนี้ บริษัทฯให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย โดยพบว่าต้นทุนขายและบริการสำหรับไตรมาส 1 ของปี 2564 นี้ มีจำนวน 153.97 ล้านบาท ลดลง 32.62% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน

อย่างไรก็ตาม ในแง่ของรายได้รวมมีจำนวน 187.86 ล้านบาท ลดลง 48.59% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจ ภาคการท่องเที่ยว การขนส่งและการเดินทาง ทำให้ความต้องการใช้ก๊าซแอลพีจีและน้ำมันลดลง ส่งผลกระทบต่อรายได้ของธุรกิจจัดจำหน่ายก๊าซแอลพีจีและน้ำมัน มีจำนวน 150 ล้านบาท ลดลงประมาณ 30% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่รายได้จากการให้บริการปรับปรุงคุณภาพน้ำ มีจำนวน 12.68 ล้านบาท

“บริษัทฯยังคงมั่นใจว่ารายได้ของบริษัทฯในปีนี้จะยังคงทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้คาดว่าจะมีรายได้จำนวน 2,000 ล้านบาท เติบโตไม่น้อยกว่า 40% เนื่องจากบริษัทฯยังคงมุ่งมั่นในการลงทุนธุรกิจสาธารณูปโภคเพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นปัจจัยเพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้เศรษฐกิจของประเทศต้องเผชิญกับการระบาดระลอกใหม่ของการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19” นายมนต์เทพ กล่าว

            ณ สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2564 บริษัทฯมีส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 2,441.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 305.74 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 14.32% เนื่องจากขาดทุนสะสมลดลง 103.30 ล้านบาท ส่งผลให้มีขาดทุนสะสมเหลือ จำนวน 103.55 ล้านบาท ซึ่งหนึ่งในนโยบายของบริษัทฯต้องการเร่งล้างผลขาดทุนสะสมให้หมดโดยเร็วที่สุด เพื่อให้มีศักยภาพในการจ่ายเงินปันผลสร้างผลตอบแทนคืนให้กับผู้ถือหุ้น

            บริษัทฯมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีศักยภาพในจัดหาเงินลงทุนเพื่อรองรับการลงทุน อีกทั้งใช้นโยบายในการจัดหาแหล่งลงทุนจากสถาบันการเงินและจัดหาผู้ร่วมลงทุนที่มีความรู้ความสามารถในกลุ่มธุรกิจนั้น ๆ ประกอบกับกลุ่มบริษัทฯมีอัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น(D/E) อยู่ที่ระดับ 0.43 เท่า และอัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ยที่ระดับ 14.13 เท่า สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางด้านการเงิน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here