3 โบรกฯ ประสานเสียง เคาะราคา QTCG ที่ 2.60 - 2.95 บาทต่อหุ้น ชูศักยภาพพื้นฐานธุรกิจแข็งแกร่ง- Backlog แน่น - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันจันทร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2567

3 โบรกฯ ประสานเสียง เคาะราคา QTCG ที่ 2.60 - 2.95 บาทต่อหุ้น ชูศักยภาพพื้นฐานธุรกิจแข็งแกร่ง- Backlog แน่น

 


กรุงเทพฯ -
3 โบรกฯ “ ทรีนีตี้ - ยูโอบี เคย์เฮียน - เอสบีไอ ไทย ออนไลน์ ” เคาะกรอบราคาเหมาะสม หุ้นQTCG ที่ 2.60-2.95 บาท พร้อมประสานเสียงศักยภาพธุรกิจแข็งแกร่ง งานภาครัฐ และเอกชน หนุน Backlog แน่น พร้อมลุยประมูลงานใหม่เพิ่มอีกเท่าตัว

บริษัท คิวทีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ QTCG ผู้ดำเนินธุรกิจด้านงานรับเหมาติดตั้งงานระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร (Mechanical & Electrical: M&E) แบบครบวงจร ระดับชั้นนำของประเทศ                เตรียมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)  วันที่ 4 เมษายนนี้ ในหมวดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง โดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 180 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 30 ของจำนวนหุ้นสามัญที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ โดยมีมูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท เสนอขายราคา 1.20 บาทต่อหุ้น  

ทั้งนี้ มุมมองของบทวิเคราะห์ 3 แห่ง ประเมินภาพรวมการเติบโตของ QTCG มีพื้นฐานแข็งแกร่ง   จากแนวโน้มการเติบโตการรับงานทั้งจากภาครัฐและเอกชน ส่งผลให้มีงานในมือที่รอการรับรู้รายได้สูง                และยังมีโอกาสรับงานเพิ่มอีกจำนวนมากภายหลังการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ สอดรับกับแผนเร่งเบิกจ่าย                 ปีงบประมาณ 2567 ซึ่งส่งผลเชิงบวกต่อการเติบโตของรายได้ QTCG จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้นักวิเคราะห์ประเมินกรอบราคาเป้าหมายเหมาะสม ระหว่าง 2.60 - 2.95 บาทต่อหุ้น 

บล.ทรีนีตี้ ให้ราคาสูงสุดที่ 2.95 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ประเมินกำไรในปี 2567-2568 มีแนวโน้มผลการดำเนินงาน และการเติบโตที่ 104 ล้านบาท และ 216 ล้านบาท ตามลำดับ หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 8.14% และ 8.03% ตามลำดับ คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 129% ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายคงที่ ส่งผลให้อัตราการทำกำไรสุทธิของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดย ณ สิ้นปี 2566 บริษัทมี Backlog และงานจากโครงการใหม่ที่คาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2567 กว่า 1,000 ล้านบาท

ทางฝ่ายวิเคราะห์ ประเมินมูลค่าหุ้น QTCG ณ สิ้นปี 2567 ที่ 2.95 บาท ด้วยวิธี P/E Ratio ที่ 17 เท่า บนคาดการณ์ EPS ปี 2567 ที่ 0.17 บาทต่อหุ้น โดยพิจารณาจาก PE อิงกับกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (SET PROPCON) อยู่ที่เฉลี่ยประมาณ 16.6 เท่า 

บล.ยูโอบีฯ เป้าหมาย 2.60 บาท/หุ้น

           บริษัทหลักทรัพย์ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินศักยภาพการเติบโต                ด้านรายได้จากงานในมือและโอกาสการประมูลโครงการใหม่ๆ ในปี2567 อีกกว่า 3.5 - 4.0 พันล้านบาท             จากปัจจุบัน QTCG มีงานในมือที่รอรับรู้รายได้มากกว่า 1 พันล้านบาท โดยมีการตั้งเป้าที่จะได้งานใหม่เข้ามากว่าอีก 1.5 พันล้านบาท เพื่อมาเป็นตัวช่วยหนุนการเติบโตของรายได้ต่อไปในอนาคต

นอกจากนี้ ยังคาดกำไรปี 2567-2569 เติบโตเฉลี่ยสูงถึง 65.9% ต่อปี CAGR แรงหนุนจากรายได้จากการก่อสร้างที่คาดว่าจะกลับเข้าสู่ช่วงเติบโตรอบใหม่ของการประมูลโครงการเพิ่มเติม ขณะเดียวกันบริษัทยังมีปัจจัยบวกจากแนวโน้มอัตรากำไรขั้นที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง และการประหยัดจากขนาด (Economy of Scale) ของค่าใช้จ่ายในการและบริหารที่ส่วนใหญ่เป็นลักษณะต้นทุนคงที่ ทำให้มองว่ายังมีอัพไซต์ต่อประมาณการกำไรจากการขายสินทรัพย์ที่อาจจะมีการบันทึกกำไรพิเศษเข้ามาเพิ่มเติม

ทั้งนี้ได้ประเมินราคาเป้าหมายปี 2567 ที่ 2.60 บาท อิง PE valuation โดยใช้ EPS ปี 2567 ที่ 0.12 บาท/หุ้น และ Forward PE ปี 2567 ที่ 22 เท่า ซึ่ง Discount 10% จากค่าเฉลี่ย Forward PE ของหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง และคิดเป็น Discount 30% จาก Trailing PE ของหุ้นบริษัทที่ประกอบธุรกิจใกล้เคียง

บล.เอสบีไอ เคาะเป้าหมาย 2.60 บาท/หุ้น

           บริษัทหลักทรัพย์ เอสบีไอ ไทย ออนไลน์ จำกัด ประเมินราคาเป้าหมายปี 2567 ที่ 2.60 บาท         บนสมมุติฐาน P/E เหมาะสมที่ 36.5 เท่า พร้อมคาดการณ์กำไรสุทธิปี2567 ที่ 43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 94.47% (YoY) บนสมมุติฐานรายได้เพิ่มขึ้น 13.7% (YoY) ตามปริมาณงานก่อสร้างทั้งภาครัฐและเอกชนที่เพิ่มขึ้น      และคาดกำไรสุทธิปี 2568 ที่ระดับ 49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.32% (YoY) ตามการบริหารต้นทุนที่                  มีประสิทธิภาพ

“จุดเด่นของ QTCG คือ 1.ทีมบริหารมีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอย่างยาวนานกว่า 23 ปี มีฐานลูกค้ากระจายไปในหลายอุตสาหกรรม 2. QTCG มีระบบงานที่เป็นมาตรฐานสามารถรับงานโครงการขนาดใหญ่ ระดับ 500 - 600 ล้านบาทต่อโครงการได้ 3. บริษัทมี Backlog ณ.สิ้นปี 66 ประมาณ 1,158 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในอนาคตรวมถึงมีโอกาสในการเข้าร่วมประมูลงานโครงการก่อสร้างอื่น ๆ เพิ่ม และ 4.บริษัทมีการควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลบวกต่ออัตรากำไรขั้นต้นของบริษัท ”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad