กระทรวงการคลังร่วมกับธนาคารแห่ งประเทศไทย และกรุงเทพมหานคร ประกาศความพร้อมในการจัด การประชุมประจำปีสภาผู้ว่ าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (การประชุมฯ) เพื่อสนับสนุนความเชื่อมั่ นของประชาคมโลกต่อบทบาท และศักยภาพของไทยในฐานะศูนย์ กลางการประชุม และความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ และการเงินระดับนานาชาติ เมื่ อวันที่ 27 มกราคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลั ง เปิดเผยว่า “การประชุมฯ ครั้งนี้ เป็นเวทีด้านเศรษฐกิจการเงิ นระดับนานาชาติที่มีความสำคั ญในการกำหนดกรอบความร่วมมื อและเสริมสร้างความเชื่อมั่ นในระบบเศรษฐกิจการเงินโลก โดยจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คน ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้บริหารสถาบันการเงิน และผู้แทนภาคประชาสังคม จากประเทศสมาชิก 191 ประเทศ ร่วมหารือในประเด็นสำคัญ อาทิ การเติบโตทางเศรษฐกิจ เสถียรภาพทางการเงินการคลัง การลดความยากจน และแนวทางการพัฒนาสู่ความยั่งยื น”
“การที่ไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้
าภาพอีกครั้ง จะเป็นประโยชน์ต่
อประเทศในหลายมิติ ในระยะสั้นจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิ
จภายในประเทศ ผ่านภาคการท่องเที่ยว และการบริการ ในระยะกลาง และระยะยาว จะเป็นโอกาสในการดึงดูดนักลงทุ
นให้มองเห็นความน่าสนใจของกรุ
งเทพมหานคร และประเทศไทย ผ่านการสะท้อนศักยภาพ มาตรฐาน และความพร้อม ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคมขนส่ง และบุคลากร อีกทั้งได้แสดงวิสัยทัศน์ใน การพัฒนาเศรษฐกิจ รวมถึงบทบาทของไทยในการสร้
างเสถียรภาพ และส่งเสริมความยั่งยื
นของเศรษฐกิจโลกภายใต้กติกาสากล นำมาสู่ความร่วมมือพหุภาคี ทั้งยังเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่
คนไทยจะได้สะท้อนบริบททางวั
ฒนธรรมผ่าน การต้อนรับที่อบอุ่น และเป็นเอกลักษณ์”
“ประเทศไทยได้กำหนดแนวคิดหลั
กในฐานะประเทศเจ้าภาพ คือ
“Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience ” โดยแนวคิดนี้สะท้อน
New Horizons หรือขอบฟ้าใหม่ของไทย จากการเปลี่ยนแปลงตลอด 35 ปีที่ผ่านมา นับจากการเป็นเจ้าภาพการจั
ดการประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings ครั้งแรกในปี 2534 ชี้ให้เห็นว่าอนาคตของการพัฒนา ไม่อาจวัดจากการเติ
บโตทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นการเติบโตที่เข้มแข็
งจากภายใน ยืดหยุ่นต่อความเสี่ยง และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ในมิ
ติของ
Empowering People รัฐบาลไทยเชื่อมั่นว่า “คน” คือหัวใจสำคัญที่สุดของการพั
ฒนาประเทศ เพราะคนที่เข้มแข็งจะเป็
นรากฐานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และระบบเศรษฐกิจที่ดี จะต้องเป็นประโยชน์ และเกื้อหนุนประชาชนทุกกลุ่มอย่
างทั่วถึง ในมิติของ
Building Resilience ประเทศไทยให้
ความสำคัญกับการเสริมสร้างภูมิ
คุ้มกันของประเทศใน ทุกมิติ เช่น เศรษฐกิจ พลังงาน การเงิน สิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น”
“ทั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับความร่
วมมือแบบ
“ภาครัฐ–ภาคเอกชน” ในฐานะเจ้
าภาพร่วม โดยจะเปิดพื้นที่ให้ภาคเอกชนเข้
ามามีบทบาทในการสร้างประสบการณ์
ที่ดีให้แก่ผู้เข้าร่วมประชุม รวมถึงการจัดงานต่าง ๆ เพื่อเป็นพื้นที่แห่
งการระดมสมอง นำเสนอนวัตกรรม และให้
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ภายใต้แนวคิด “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” ซึ่งในปัจจุบั นกระทรวงการคลังได้เริ่มหารือกั บภาคเอกชน รวมถึงในกรอบคณะกรรมการร่ วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. และในเวทีนานาชาติอย่าง World Economic Forum นอกจากนี้ กระทรวงการคลังได้จั ดทำกลไกประสานงานระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน ซึ่งจะมีการหารือร่วมกันในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ นี้ ที่กระทรวงการคลัง เพื่อให้การเป็นเจ้าภาพการประชุ มฯ ได้สะท้อนเสียงจากประชาชนทุ กภาคส่วน และเป็นประโยชน์สูงสุดกั บประเทศไทย”นายเอกนิติ กล่าวเสริ ม
VIDEO
นอกจากนี้ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “การประชุมประจำปี สภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่ างประเทศ และกลุ่มธนาคารโลก เป็นเวทีระดับนานาชาติที่สำคั ญในการหารือประเด็นความท้ าทายทางเศรษฐกิจการเงินที่เป็ นปัญหาระดับโลก ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือระหว่ างประเทศ ในส่วนของภาคการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมผลักดันแนวคิด “Safe and Inclusive Digital Finance (SIDF) for Financial Wellbeing” เพื่อมุ่งเสริมสร้าง “ภูมิคุ้มกันใหม่” ให้ระบบการเงินดิจิทัลมี ความปลอดภัย มั่นคง และเข้าถึงได้ โดยครอบคลุม 3 มิติหลัก ได้แก่ การลดภัยทุจริตทางดิจิทัล การเสริมความมั่นคงทางไซเบอร์ และการพัฒนาความพร้อมของระบบนิ เวศดิจิทัล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิ ตทางการเงินของประชาชนทุกกลุ่ม”
นายวิทัย ระบุว่า “ปัจจุบันภั ยทุจริตทางดิจิทัลเป็นประเด็นที่ ทั่วโลกให้ความสำคัญ เนื่องจากส่งผลกระทบต่ อประชาชนอย่างกว้างขวาง ขณะที่งานวิเคราะห์วิจัยในเรื่ องนี้ และแนวปฏิบัติที่มีประสิทธิผล รวมถึงความร่วมมือระหว่ างประเทศเพื่อจัดการกับปัญหายั งมีไม่มากนัก ซึ่งในส่วนของไทย และประเทศในภูมิภาคเอเชียอาจมี ประสบการณ์ และบทเรียนเชิงนโยบายที่เป็ นประโยชน์เพื่อนำไปใช้ ออกแบบแนวปฏิบัติให้เป็นสากลได้ จึงได้หารือกับกองทุนการเงิ นระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank Group) เพื่อผลักดันให้เกิ ดแนวทางการลดภัยทุจริตทางดิจิทั ล เพื่อปกป้องผู้บริโภคและรั กษาความเชื่อมั่นในระบบการเงิน ทั้งนี้ ในห้วงของการประชุมฯ ทาง IMF และ World Bank Group จะมีบทบาทในการนำเสนอองค์ ความรู้ที่จะช่วยให้ประเทศสมาชิ กสามารถพัฒนาระบบการเงินดิจิทั ลที่มั่นคง ปลอดภัย และทั่วถึง อันจะนำไปสู่คุณภาพชีวิ ตทางการเงินที่ดีของประชาชน และสนับสนุน การพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างยั่ งยืนในระยะต่อไป”
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่ าวว่า “กรุงเทพมหานครมี ความภาคภูมิใจที่ได้รับเกียรติ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฯ ครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนบทบาทของเมืองที่มีศั กยภาพในทุกมิติสำหรับการจั ดงานประชุมระดับโลก ทั้งระบบคมนาคม และโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดิ นทางที่สะดวก และมีประสิทธิภาพความพร้อมด้ านที่พัก ความปลอดภัย การบริการ ตลอดจนระบบสาธารณสุข และบริการทางการแพทย์ระดั บนานาชาติ ที่สำคัญ คือ “พลังของผู้คน” และวัฒนธรรมการต้อนรับที่อบอุ่ นของคนไทยที่จะสร้างความประทั บใจให้แก่ผู้มาเยือนจากทั่วโลก”
“แลนด์มาร์กการประชุมประจำปี
สภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่
างประเทศ และกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings) ณ ลานอเนกประสงค์ สวนเบญจกิติ ด้านหน้าศูนย์การประชุมแห่งชาติ
สิริกิติ์นี้
จะทำหน้าที่เป็นจุ
ดเริ่มต้นในการต้อนรับผู้เข้าร่
วมประชุมจากทั่วโลก สะท้อนภาพลักษณ์
ประเทศไทยในฐานะเมืองเจ้าภาพที่
พร้อมเชื่อมต่อกับนานาชาติ และส่งเสริมบรรยากาศแห่
งการแลกเปลี่ยน และความร่วมมือ
ระหว่างประเทศ เพื่อทำให้การประชุมครั้งนี้เป็ นความทรงจำที่ดี และเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติ ศาสตร์ของประเทศไทย บนเวที เศรษฐกิจโลก ทั้งนี้ ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าชมแลนด์ มาร์กได้ทุกวัน ระหว่างเวลา 04.30 – 22.00 น. ตามเวลาทำการของสวนเบญจกิติ”
VIDEO
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น