ทุกวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี คือ วันโรคหัวใจแต่กำเนิดโลก (World Congenital Heart Disease Day)วันที่ทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับโรคหัวใจแต่กำเนิด
-โรคที่เริ่มต้นตั้งแต่วันแรกของชีวิต แต่ไม่เคยมีวันจบ
สำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ ชีวิตคือบทเพลงยาวที่ต้องบรรเลงต่อเนื่องไปตลอดชีวิตและการดูแลหัวใจที่ซับซ้อนเช่นนี้ ไม่อาจอาศัยแพทย์เพียงคนเดียว แต่ต้องอาศัย “วงออร์เคสตรา” ที่ทุกเครื่องดนตรีต้องเข้าใจจังหวะเดียวกัน นี่คือที่มาของภารกิจสำคัญของ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในผู้ใหญ่ (Adult Congenital Heart Disease: ACHD) คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
จากเด็กที่รอดชีวิต สู่ผู้ใหญ่ที่ต้องการระบบดูแลใหม่
ศ.พญ.อลิสา ลิ้มสุวรรณ กุมารแพทย์โรคหัวใจ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
ผู้ริเริ่มและผลักดันการก่อตั้งศูนย์ความเป็นเลิศ Adult Congenital Heart Disease (ACHD) อธิบายว่า ความก้าวหน้าทางการแพทย์ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา จากโรคที่ครั้งหนึ่งเคยหมายถึง “การไม่รอดชีวิต” กลายเป็นโรคที่เด็กจำนวนมากสามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้ “แต่การมีชีวิตยืนยาวขึ้น ไม่ได้หมายความว่าโรคจะหายไป ”
“การรักษาโรคหัวใจแต่กำเนิด ทำให้เด็กรอดชีวิตถึงเป็นผู้ใหญ่ แต่หัวใจที่..ผ่านการรักษา..นั้น มีร่องรอยหรือบาดแผลจากการซ่อมแซม แถมยังมีโรคของผู้ใหญ่มาทับถม จึงทำให้เป็นหัวใจที่ซับซ้อนเป็นอย่างมาก”
จากประสบการณ์ดูแลผู้ป่วยหั
วใจแต่กำเนิดมาตั้งแต่วัยเด็ก
ศ.พญ.อลิสา เน้นย้ำว่า การผ่าตัดหัวใจในผู้ป่วยกลุ่มนี้
เป็นการ
‘ซ่อมแซม’ เพื่อให้หัวใจทำงานใกล้เคี
ยงปกติที่สุด ไม่ใช่การรักษาให้กลับมาเป็นหั
วใจปกติอย่างสมบูรณ์ รอยโรคเดิมนั้นยังคงอยู่และเมื่
อเวลาผ่านไป หัวใจที่ผ่านการซ่อมแซมก็
อาจเผชิญปัญหาใหม่ตามวัย นั่นทำให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้ ต้องเผชิญเส้นทางชีวิตด้านสุ
ขภาพที่ยาวนานกว่าที่
หลายคนคาดคิด จากเด็กที่รอดชีวิต สู่วัยรุ่น วัยทำงาน วัยผู้ใหญ่ ที่มีทั้งโรคหัวใจแต่กำเนิ
ดและโรคหัวใจของผู้ใหญ่
“ศาสตร์ความรู้ในการดูแลโรคหัวใจแต่กำเนิดในผู้ใหญ่ จึงเป็นศาสตร์เฉพาะที่ต้องได้รับการเพิ่มพูนทักษะทั้งจากหมอเด็กโรคหัวใจและหมอหัวใจผู้ใหญ่ เพราะเป็นศาสตร์ที่มีความลึกและผสมผสานพร้อมกับองค์ความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง”
แนวคิดนี้นำไปสู่การรวมพลังของแพทย์หลายสาขา และกลายเป็น ศูนย์ Adult Congenital Heart Disease Clinic อย่างเป็นระบบ ในคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อดูแลผู้ป่วยหัวใจแต่กำเนิดแบบต่อเนื่องตลอดชีวิต ไม่ใช่เพียงการรักษาเป็นช่วง ๆ ตามวัย
วงออร์เคสตราที่ต้องซ้อมร่วมกัน ไม่ใช่เล่นเดี่ยว
สำหรับผู้ป่วยหัวใจแต่กำเนิดในวัยผู้ใหญ่ ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่การเลือกวิธีรักษาเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ การตัดสินใจร่วมกันของหลายสาขา ว่าทางเลือกใดเหมาะสมที่สุดในแต่ละช่วงชีวิต
รศ.นพ.ปิยะ สมานคติวัฒน์ ผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในผู้ใหญ่และอดีตหัวหน้าศูนย์คนที่ 2 ศัลยแพทย์ทรวงอกด้านโรคหัวใจแต่กำเนิด คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มองว่า“หัวใจของการดูแลผู้ป่วย ACHD ไม่ใช่ใครเก่งที่สุด แต่คือการทำให้ทุกคน “ทำงานร่วมกันได้จริง”
“โรคหัวใจแต่กำเนิดมีความซับซ้อนมาก ไม่มีใครคนเดียวที่รู้ทั้งหมด การรักษาที่ปลอดภัยจึงต้องอาศัยการคุยกันอย่างลึกซึ้งของทุกสาขา”
ในศูนย์ ACHD การตัดสินใจรักษาไม่ได้เกิดขึ้นในห้องผ่าตัดหรือห้องทำหัตถการเพียงลำพัง แต่เริ่มตั้งแต่การประชุมร่วมกันของทีมแพทย์ ทั้งกุมารแพทย์หัวใจ อายุรแพทย์หัวใจ แพทย์สายสวน ศัลยแพทย์ พยาบาลเฉพาะทางและทีมสนับสนุนอื่น ๆ
“เป้าหมายไม่ใช่แค่รักษาให้รอด แต่คือทำให้เขาใช้ชีวิตได้ดีที่สุดในแบบของเขา”
นวัตกรรมที่เปลี่ยนเส้นทางชีวิต: ไม่ต้องผ่าตัดซ้ำอีกต่อไป
หนึ่งในความท้าทายสำคัญของผู้ป่วย ACHD คือ การต้องผ่าตัดซ้ำหลายครั้งตลอดชีวิต โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีปัญหาลิ้นหัวใจปอด (Pulmonary Valve)
อ.นพ.แมน จันทวิมล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน Interventional Cardiology อธิบายว่า ในอดีตหากลิ้นหัวใจเสื่อม ผู้ป่วยมักต้องผ่าตัดเปิดหัวใจซ้ำ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก
“แทนที่จะต้องผ่าตัดเปิดอกครั้งที่สามหรือสี่ ศูนย์ของเราสามารถเปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านสายสวนได้มานานกว่า 10 ปีแล้ว”
— อ. นพ. แมน จันทวิมลการรักษานั้นคือ Transcatheter Pulmonary Valve Replacement — การใส่ลิ้นหัวใจปอดผ่านสายสวน ทางเลือกใหม่ที่เปลี่ยนชีวิตคนไข้ไปอย่างสิ้นเชิง
“เราจะใส่ลิ้นหัวใจเทียมผ่านหลอดเลือด โดยคนไข้ไม่ต้องเปิดอก ไม่ต้องหยุดหัวใจ ทำให้ฟื้นตัวเร็วขึ้นมาก บางรายกลับบ้านได้ภายในไม่กี่วัน”
การรักษานี้ไม่เพียงลดความเสี่ยงจากการผ่าตัดใหญ่ แต่ยังช่วย ลดจำนวนครั้งของการผ่าตัดตลอดชีวิต ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วย ACHD ที่อาจต้องเผชิญการรักษาซ้ำหลายรอบ ดังนั้นเทคโนโลยีนี้จึงไม่ใช่เพียงนวัตกรรม แต่คือส่วนสำคัญของแนวคิดการดูแลระยะยาวของศูนย์ ACHD
ช่องว่างระหว่างวัยเด็กกับวัยผู้ใหญ่ ที่อาจแลกมาด้วยชีวิต
รศ.พญ.ธารินี ตั้งเจริญ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในผู้ใหญ่ เน้นย้ำถึงช่องว่างดังกล่าว ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักหลุดจากระบบโดยไม่ตั้งใจ เหตุผลสำคัญไม่ใช่เพราะผู้ป่วยไม่อยากรักษา แต่เพราะระบบสุขภาพไม่ได้ออกแบบมาเพื่อดูแลพวกเขาในวัยผู้ใหญ่ ผู้ป่วยจำนวนมากจึงต้องวนเวียนไปมาระหว่างโรงพยาบาล โดยไม่มีแพทย์คนใดที่เข้าใจประวัติการรักษาเดิมอย่างแท้จริง บางคนย้ายถิ่นฐาน บางคนเปลี่ยนสิทธิการรักษาและบางคนก็หายไปจากระบบโดยสิ้นเชิงและหลายครั้งการกลับมานั้น คือการกลับมาในวันที่โรคหัวใจเข้าสู่ระยะรุนแรงแล้ว
ศูนย์ ACHD รามาธิบดี จึงไม่ได้เป็นเพียงคลินิกโรคหัวใจทั่วไป แต่เป็นการสร้างระบบการรักษาตลอดชีวิต ภายใต้เป้าหมายสำคัญของศูนย์คือ ไม่ปล่อยให้ผู้ป่วยหลุดจากระบบ
“อย่างน้อยที่สุด คนไข้ของรามาธิบดี ต้องไม่หลุดจากการดูแลตั้งแต่เด็กมาสู่ผู้ใหญ่”
นอกจากนี้ ศูนย์ ACHD รามาธิบดียังทำหน้าที่เป็น พื้นที่เรียนรู้ของแพทย์รุ่นใหม่ ทั้งอายุรแพทย์โรคหัวใจ กุมารแพทย์ และบุคลากรสหสาขา
“เราต้องสร้างคนที่สามารถดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้อย่างมั่นใจ ไม่ใช่แค่ส่งต่อคนไข้ต่อไปเรื่อย ๆ”
แนวคิดนี้ทำให้ศูนย์ ACHD ทำงานควบคู่ไปกับการถ่ายทอดองค์ความรู้ การฝึกอบรมในสถานการณ์จริง และการทำงานเป็นทีมสหสาขาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้แพทย์รุ่นใหม่ได้เรียนรู้ทั้งมิติทางเทคนิคและการตัดสินใจเชิงระบบ
เรื่องราวของศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในผู้ใหญ่ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จึงไม่ใช่แค่เรื่องของแพทย์คนใดคนหนึ่ง แต่คือเรื่องของทีม ที่เชื่อว่าผู้ป่วยหัวใจแต่กำเนิดไม่ควรถูกทิ้งไว้กลางทางของชีวิต
“เรารู้ว่าเป้าหมายคืออะไร และเรากำลังเดินไปในทิศทางนั้น เราจะเป็น the best place สำหรับผู้ป่วยของเรา”
เพราะบทเพลงชีวิต ไม่ควรถูกกำหนดด้วยฐานะ
แม้เทคโนโลยีทางการแพทย์จะก้าวหน้าอย่างมาก แต่ทีมแพทย์ศูนย์ Adult Congenital Heart Disease (ACHD) ของ โรงพยาบาลรามาธิบดี ย้ำว่า สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือ การทำให้ผู้ป่วยทุกคนสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างเท่าเทียม
ผู้ป่วยหัวใจแต่กำเนิดในผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อย ต้องเผชิญกับภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาที่ต่อเนื่องยาวนาน บางรายจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยเทคโนโลยีหรือยาขั้นสูง ซึ่งอาจอยู่นอกเหนือความสามารถในการรับภาระค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยและครอบครัว
“เราอยากให้การตัดสินใจรักษาเกิดจากความเหมาะสมทางการแพทย์ ไม่ใช่ข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ”
— มุมมองที่ทีมแพทย์ศูนย์ ACHD ย้ำตรงกัน
ช่องทางการร่วมสนับสนุน เพื่อส่งต่อโอกาสในการรักษา
สำหรับผู้ที่ต้องการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้ป่วยหัวใจแต่กำเนิดในผู้ใหญ่ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ สามารถร่วมสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านการรักษาผ่าน มูลนิธิรามาธิบดี เลขบัญชี 026-305216-3 ธนาคารไทยพาณิชย์ ภายใต้กองทุนศูนย์โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในผู้ใหญ่ รหัสกองทุน 3225010008
เงินสนับสนุนดังกล่าวจะนำไปใช้เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ให้สามารถเข้าถึงการรักษาที่เหมาะสม การบริจาคนี้สามารถ นำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า โดยส่งหลักฐานการโอนเงินและข้อมูลที่กำหนดมาที่มูลนิธิรามาธิบดี
เพราะในบางครั้ง การรักษาหัวใจของใครบางคน
เริ่มต้นจาก “การให้” ที่เต็มไปด้วยความหวัง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น