สงวนฟาร์มบุกเบิกโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่แบบไม่ขังกรงแบบหลายชั้น (Aviary System) แห่งแรกของไทย - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569

สงวนฟาร์มบุกเบิกโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่แบบไม่ขังกรงแบบหลายชั้น (Aviary System) แห่งแรกของไทย

 


กรุงเทพฯ ประเทศไทย (เมษายน 2569) — สงวนฟาร์มร่วมกับองค์กร Humane World for Animals ประจำประเทศไทย เปิดตัวโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่ไม่ขังกรงแบบหลายชั้น (Aviary System) เชิงพาณิชย์แห่งแรกของไทย

กำลังการผลิตจากโรงเรือนแห่งนี้จะเปิดทางให้ภาคธุรกิจที่ประกาศเจตนารมณ์รับซื้อไข่ไก่แบบไม่ขังกรง สามารถเปลี่ยนผ่านแหล่งวัตถุดิบได้อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจไข่ไก่ที่ผลิตตามหลักสวัสดิภาพสัตว์มากกว่าระบบการเลี้ยงแบบขังกรงดั้งเดิม ทั้งนี้ สงวนฟาร์มมีแผนจะปรับเปลี่ยนโรงเรือนแบบขังกรงทั้งหมดให้เป็นระบบไม่ขังกรงต่อไปในอนาคต

โรงเรือนไม่ขังกรงแบบหลายชั้นนี้มีการจัดสภาพแวดล้อมและรังวางไข่ที่เอื้อให้แม่ไก่ได้ใช้ชีวิตตามวิถีธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการเกาะคอน ทำรัง คลุกฝุ่น และเคลื่อนไหวไปมาได้อย่างอิสระ โดยสามารถรองรับแม่ไก่ได้สูงสุดถึง 12,000 ตัว

นายสาธิต เครือรัฐติกาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สงวนฟาร์ม กล่าวว่า "เมื่อผู้บริโภคและภาคธุรกิจตื่นตัวเรื่องสวัสดิภาพสัตว์กันมากขึ้น เราจึงมองว่าเป็นความรับผิดชอบของฟาร์มที่ต้องก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมนี้ ไม่ใช่เพียงแค่เดินตามกระแส ระบบโรงเรือนไม่ขังกรงแบบหลายชั้นของเราออกแบบมาเพื่อสุขอนามัยที่ดีและความเป็นอยู่ที่มีความสุขของแม่ไก่ ไข่ไก่แบบไม่ขังกรงของเราเปี่ยมด้วยคุณภาพ ซึ่งสะท้อนถึงค่านิยมหลักขององค์กร และสอดรับกับกระแสการเลี้ยงไก่ไข่แบบไม่ขังกรงที่กำลังเติบโตในไทย"

โรงเรือนไม่ขังกรงแบบหลายชั้นของสงวนฟาร์มนี้มีสภาพแวดล้อมที่สอดคล้องกับหลักสวัสดิภาพสัตว์มากกว่าระบบขังกรงแบบดั้งเดิม ซึ่งลิดรอนอิสรภาพแม้กระทั่งพฤติกรรมพื้นฐานอย่างการกางปีกหรือจิกคุ้ยอาหารตามพื้นดิน ระบบโรงเรือนแบบไม่ขังกรงช่วยยกระดับสวัสดิภาพของแม่ไก่ให้ดีกว่าระบบขังกรงอย่างมาก ด้วยการเลิกขังไก่ในพื้นที่แออั ให้พวกมันได้ใช้ชีวิตตามวิถีธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน เกาะคอน บินระยะสั้น ทำรัง และคลุกฝุ่น ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ถูกจำกัดอย่างสิ้นเชิงในระบบกรงขัง นอกจากนี้ การได้เคลื่อนไหวอย่างอิสระยังช่วยให้แม่ไก่มีกระดูกที่แข็งแรง ต่างจากแม่ไก่ในกรงที่กระดูกเสื่อมเพราะถูกจำกัดการเคลื่อนไหวตลอดชีวิต กล่าวโดยสรุป ระบบโรงเรือนแบบไม่ขังกรงถือเป็นการยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ครั้งสำคัญ ที่ช่วยลดความเครียดในการวางไข่และส่งเสริมวิถีชีวิตตามธรรมชาติ จึงเป็นทางเลือกที่มีมนุษยธรรมกว่าระบบอุตสาหกรรมแบบกรงขังที่แออัดยัดเยียดอย่างเทียบไม่ได้

บริษัทกว่า 50 แห่งที่ดำเนินธุรกิจในไทยได้ประกาศเจตนารมณ์เลือกใช้ไข่ไก่แบบไม่ขังกรง ไม่ว่าจะเป็น แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนลโคโม่ โฮเตลส์สลัดแฟคทอรี่ และอีกมากมาย เจตนารมณ์ดังกล่าวผนวกกับความต้องการไข่ไก่แบบไม่ขังกรงของผู้บริโภคที่พุ่งสูงขึ้น จึงเป็นแรงผลักดันให้ต้องพัฒนาโรงเรือนแบบไม่ขังกรงอย่างเร่งด่วน

ลลดา ตั้งเจิดจรัส ผู้จัดการโครงการรณรงค์สวัสดิภาพและคุ้มครองสัตว์ในฟาร์มประจำประเทศไทย องค์กร Humane World for Animals กล่าวว่า "การเปิดตัวโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่ไม่ขังกรงแบบหลายชั้นแห่งแรกของไทยโดยสงวนฟาร์ม ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญ ด้วยวิสัยทัศน์และจุดยืนความเป็นผู้นำที่เปิดรับแนวทางการเลี้ยงแบบไม่ขังกรง ทำให้ปัจจุบันผู้บริโภคสามารถหาซื้อไข่ไก่ที่ผลิตตามหลักมนุษยธรรมได้ง่ายกว่าที่เคย"

Humane World for Animals ดำเนินงานในระดับโลกเพื่อโน้มน้าวให้ภาคธุรกิจ สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการด้านอาหาร ภาครัฐ และเกษตรกร ยุติแนวปฏิบัติที่เลวร้ายที่สุดในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ ซึ่งทำให้สัตว์จำนวนมหาศาลต้องทนทุกข์ทรมานอย่างยาวนานที่สุ ซึ่งรวมถึงการกักขังอย่างแออัด แม้จะเป็นองค์กรระดับโลก แต่ Humane World for Animals ก็มีทีมงานด้านสวัสดิภาพสัตว์ฟาร์มประจำอยู่ในออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา ชิลี สหภาพยุโรป อินเดีย มาเลเซีย เม็กซิโก แอฟริกาใต้ ไทย สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม นอกจากนี้ ทางองค์กรยังส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบอาหารโลกที่เน้นพืชเป็นหลักและเป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ด้วยการสนับสนุนข้อมูลด้านการประกอบอาหารและจัดอบรมให้แก่หน่วยงานที่ต้องผลิตอาหารวันละหลายล้านมื้อ พร้อมทั้งผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad