SSP เฮ! รับทรัพย์ขายโซลาร์ฟาร์มยามากะญี่ปุ่นกว่า 1 พันลบ. บุ๊กกำไรพิเศษเสริมฐานทุนแกร่ง-ลุยขยายโรงไฟฟ้าทั้งในและตปท. เต็มสปีด บอร์ดใจดีเคาะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.12 บ./หุ้น - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569

SSP เฮ! รับทรัพย์ขายโซลาร์ฟาร์มยามากะญี่ปุ่นกว่า 1 พันลบ. บุ๊กกำไรพิเศษเสริมฐานทุนแกร่ง-ลุยขยายโรงไฟฟ้าทั้งในและตปท. เต็มสปีด บอร์ดใจดีเคาะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.12 บ./หุ้น

 


บมจ.เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น (SSP) ประกาศปิดดีลขายโรงไฟฟ้ายามากะในประเทศญี่ปุ่น กำลังการผลิตติดตั้ง 34.5 เมกะวัตต์ มูลค่า 1,001 ล้านบาท เตรียมบุ๊กกำไรเข้าไตรมาส 2/69 ขณะที่บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดอัตรา 0.12 บาทต่อหุ้น จ่อ XD วันที่ 22 เมษายนนี้ ซีเอฟโอ “ชยุตม์ หลีหเจริญกุล” ประกาศพร้อมขยายการลงทุนโรงไฟฟ้า Renewable ตามแผนในมือต่อเนื่องอีกกว่า 420 เมกะวัตต์

 


นายชยุตม์ หลีหเจริญกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานบัญชีและการเงิน บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SSP) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ได้มีมติอนุมัติการจำหน่ายโครงการยามากะ ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น มีกำลังการผลิตติดตั้ง 34.5 เมกะวัตต์ มูลค่า 4,976,142,536 เยน หรือเทียบเท่ากับ 1,001,304,377 บาท (อ้างอิงจากอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 7 เมษายน 2569 ของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเท่ากับ 20.1221 บาทต่อ 100 เยน) ทั้งนี้การเข้าทำรายการดังกล่าวคาดว่าจะแล้วเสร็จ ภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569

 

สำหรับการทำธุรกรรมในครั้งนี้ส่งผลให้ SSP สามารถรับรู้กระแสเงินสดกลับเข้ามาทันทีราว พันล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังประเมินว่าผลตอบแทนที่ได้รับจากการเข้าทำรายการดังกล่าว จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางด้านการเงิน ทำให้มีเงินทุนหมุนเวียนที่เพียงพอสำหรับการต่อยอดและพัฒนาโครงการใหม่ ๆ ซึ่งสอดรับกับแผนการขยายธุรกิจของบริษัทฯ พร้อมทั้งทำให้หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยลดลง เพิ่มสภาพคล่องทางการเงินโดยรวมให้ดียิ่งขึ้น นำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้น

 

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้กับผู้ถือหุ้นเป็นเงินสด ในอัตราหุ้นละ 0.12 บาท/หุ้น  วันขึ้นเครื่องหมาย XD 22 เมษายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 และเมื่อรวมกับเงินปันผลประจำปี 2568 ที่คณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น (AGM) พิจารณาอนุมัติ ในวันที่ 27 เมษายน 2569 อีก 0.205 บาทต่อหุ้น วันขึ้นเครื่องหมาย XD พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ทำให้ SSP มีปันผลสำหรับรอบผลประกอบการปี 2568 รวมทั้งสิ้น 0.325 บาทต่อหุ้น

 

ทั้งนี้ ภายหลังจากการขายโครงการยามากะ SSP ยังมีโครงการโซลาร์ฟาร์มที่ดำเนินการในประเทศญี่ปุ่นอีก โครงการ รวมกำลังการผลิตติดตั้ง 56.0 เมกะวัตต์ ซึ่งมีสัญญา PPA 36 Yen/kWh เช่นเดียวกัน และเมื่อรวมกับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ อีก 276.8 เมกะวัตต์ ในประเทศไทย เวียดนาม มองโกเลีย และอินโดนีเซีย SSP จะมีกำลังการผลิตติดตั้งที่ 332.8 เมกะวัตต์

 

โดยในไตรมาส ปีนี้ บริษัทยังตั้งเป้า COD โรงไฟฟ้าขยะชุมชน 2 โครงการ ขนาด 19.8 เมกะวัตต์ พร้อมทั้งเตรียม COD โซลาร์ฟาร์มในประเทศไทยอีก 3 โครงการ 108.6 เมกะวัตต์ และวินด์ฟาร์ม “บาโก” ประเทศฟิลิปปินส์ ขนาด 150 เมกะวัตต์ ในปี 2570 และยังมีแผนการ COD โครงการอื่น ๆ ต่อเนื่องจนถึงปี 2573 อีกกว่า 146.2  เมกะวัตต์ ซึ่งทั้งหมดจะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตพลังงานหมุนเวียนของบริษัทฯ ในอนาคต

 

อนึ่งปัจจุบัน บริษัทฯ มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดราว 4,000 ล้านบาท ในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่น่าสนใจจากวิกฤตพลังงานที่ขาดแคลน และภาวะสงครามที่ส่งผลกระทบให้ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น และเพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ ยังมองหาโอกาสขยายการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน ทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการสร้างความพร้อมทั้งด้านแหล่งเงินทุน ตลอดจนการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน โดยคำนึงถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad