นวัตกรรมใหม่ด้านสตอเรจ ระบบประมวลผล ความมั่นคงทางไซเบอร์ และระบบอัตโนมัติ คือพื้นฐานสำหรับเวิร์กโหลดทุกรูปแบบทั้งรุ่นใหม่และแบบเดิม· Dell PowerStore Elite สร้างนิยามใหม่ให้กับประสิทธิภาพและความคุ้มค่าด้านสตอเรจสำหรับองค์กร ด้วยประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ให้อัตราส่วนที่ดีที่สุดในการลดข้อมูลได้ถึง 6:1 พร้อมอัปเกรดระบบได้ต่อเนื่องโดยไม่สร้างผลกระทบ
· Dell PowerEdge ปรับขยายเพิ่มผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม ด้วยเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ถึง 11 รุ่น ที่เพิ่มประสิทธิภาพดาต้าเซ็นเตอร์ได้อย่างมีนัยสำคัญ ครอบคลุมสภาพแวดล้อมที่ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศและของเหลว
· Dell PowerProtect One และ Dell Cyber Detect ช่วยลดความซับซ้อนและเพิ่มความแข็งแกร่งในการป้องกันภัยไซเบอร์ด้วยขุมพลัง AI ทั่วทั้งดาต้าเซ็นเตอร์
· Dell Private Cloud ขยายความสามารถรองรับนวัตกรรมซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ ทั้ง Broadcom, Microsoft และ Nutanix
· Dell Automation Platform ผสาน AI agents เข้ากับอินเทอร์เฟซที่ใช้การสนทนา เพื่อช่วยองค์กรในการติดตั้ง ตรวจสอบและบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน
· Dell Automation Studio ให้ระบบควบคุมการทำงานแบบ full-stack โดยทำงานร่วมกับ AI เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้างเวิร์กโฟลว์ระบบอัตโนมัติได้ครอบคลุมทั้งระบบโครงสร้างและแอปพลิเคชันทั้งหมด
เดลล์ เทคโนโลยีส์ เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ด้านระบบจัดเก็บข้อมูล ระบบประมวลผล และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และระบบอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มขุมพลังให้กับดาต้าเซ็นเตอร์ยุคใหม่
AI ขยายตัวอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ดาต้าเซ็นเตอร์ส่วนใหญ่จะรับมือได้ ขณะที่แอปพลิเคชันสำคัญทางธุรกิจไม่สามารถรอได้ องค์กรจึงไม่มีทางเลือกมากนักระหว่างระบบที่รองรับอนาคตกับระบบที่ตอบโจทย์ได้ในปัจจุบัน เดลล์ จึงสร้างนวัตกรรมล่าสุดทั้งสตอเรจ การประมวลผล และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ รวมถึงระบบออโตเมชัน เพื่อช่วยตอบโจทย์ทั้งสองทางเลือก
ทลายข้อจำกัดด้านสตอเรจ
Dell PowerStore Elite เป็นแพลตฟอร์มจัดเก็บข้อมูลแบบเปิดอัจฉริยะ ที่ผสานซอฟต์แวร์ซึ่งขับเคลื่อนด้วย AI เข้ากับฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ และรองรับการอัปเกรดได้ต่อเนื่องโดยไม่กระทบการทำงาน แพลตฟอร์มดังกล่าวให้ประสิทธิภาพและความหนาแน่นของระบบเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า รองรับความจุได้สูงสุดถึง 5.8 เพตะไบต์ ภายในอุปกรณ์ขนาด 3U เพียงเครื่องเดียว พร้อมเทคโนโลยีลดขนาดข้อมูลในอัตรา 6:1 โดย PowerStore Elite ถูกพัฒนาบนเทคโนโลยีแฟลชมาตรฐานอุตสาหกรรมแบบ E3 จึงช่วยลดต้นทุนต่อการประมวลผลในแต่ละเวิร์กโหลด ขณะเดียวกันยังออกแบบทุกองค์ประกอบของระบบ ไม่ว่าจะเป็นไดรฟ์ คอนโทรลเลอร์ หรือระบบเครือข่าย เป็นแบบแยกส่วน เพื่อให้สามารถถอดเปลี่ยนและอัปเกรดได้ง่าย ช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องหยุดระบบหรือย้ายข้อมูล
นิยามใหม่ของระบบประมวลผลและการระบายความร้อนPowerEdge เจเนอเรชันที่ 18 ให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นถึง 70% และรองรับการรวมระบบได้สูงสุดในอัตรา 13 ต่อ 1 มีการออกแบบระบบระบายความร้อนขั้นสูงด้วยอากาศและของเหลว ช่วยให้องค์กรสามารถประมวลผลได้มากขึ้นภายในพื้นที่เท่าเดิม พร้อมระบบบริหารจัดการและความปลอดภัยที่บิวต์อินพร้อมสรรพมากับแพลตฟอร์ม
· รองรับ AI และ HPC รวมถึงเวิร์กโหลดประสิทธิภาพสูง Dell PowerEdge M9825 รุ่นระบายความร้อนด้วยของเหลว มาพร้อมหน่วยประมวลผล AMD EPYC™ เจเนอเรชันที่ 6 ให้ประสิทธิภาพการประมวลผลแบบแยกส่วน ให้พลังประมวลผลหนาแน่นสูงเป็นพิเศษ ภายในตู้แร็ก IR7000 ที่ประกอบและติดตั้งมาจากโรงงาน ระบบดังกล่าวออกแบบมาเพื่อรองรับ AI ยุคใหม่ และการประมวลผลเวิร์กโหลดขั้นสูง โดยสามารถขยายระบบได้อย่างเสถียร ข้ามข้อจำกัดของแร็กแบบระบายความร้อนด้วยอากาศ ช่วยลดความเสี่ยงในการติดตั้ง และให้ประสิทธิภาพสูงพร้อมผลลัพธ์ที่คาดหวังได้
· รองรับ AI แบบ PCIe ในระดับองค์กร Dell PowerEdge XE5845 รุ่นใหม่ที่ระบายความร้อนด้วยอากาศ และเซิร์ฟเวอร์ XE7845 เจเนอเรชันใหม่ ที่ให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นและความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้นสำหรับระบบ AI ที่ใช้สถาปัตยกรรม PCIe อีกทั้งรองรับ GPUs รุ่นใหม่ๆ
· ให้ประสิทธิภาพการประมวลผลขั้นสูงด้วยระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ Dell PowerEdge R9825 (dual-socket ขนาด 3U) และ R9815 (single-socket ขนาด 2U) มาพร้อมหน่วยประมวลผล AMD EPYC™ เจเนอเรชันที่ 6 รองรับจำนวนคอร์ประมวลผลสูงสุดถึง 256 คอร์ต่อระบบ พร้อมเพิ่มแบนด์วิดท์ I/O สำหรับเวิร์กโหลดที่ต้องการประสิทธิภาพสูง โดยไม่ต้องใช้ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวหรือปรับปรุงโครงสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ของเดิม
· ผสานรวมการทำงานในระดับองค์กร Dell PowerEdge R9810 เป็นเซิร์ฟเวอร์ระดับไฮเอนด์แบบ single-socket ขนาด 2U ที่ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผลเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่จากอินเทล ภายใต้โค้ดเนม Diamond Rapids ที่ให้แบนด์วิดท์หน่วยความจำเพิ่มขึ้น 2 เท่า เพิ่มความจุแคช และรองรับจำนวนคอร์ที่เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 50% พร้อมความสามารถในการขยายระบบผ่าน PCIe
· ประมวลผลด้วยประสิทธิภาพสูงในพื้นที่จำกัด Dell PowerEdge R8815 และ R6815 ขนาด 1U มาพร้อมหน่วยประมวลผล AMD EPYC™ เจเนอเรชันที่ 6 และรวมความสามารถของระบบ dual-socket แบบเดิมไว้บนแพลตฟอร์มแบบ single-socket ที่ให้ประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยลดทั้งการใช้พลังงาน ระบบระบายความร้อน และลดต้นทุนด้านไลเซนส์
· แพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและรองรับการจัดเก็บข้อมูลความหนาแน่นสูงด้วย AMD EPYC™ Dell PowerEdge R7815 รองรับการตั้งค่าระบบที่ยืดหยุ่น ทั้ง PCIe Gen6 และการติดตั้งไดรฟ์ ขณะที่ R7815xd ขยายสถาปัตยกรรมแบบ single-socket ให้รองรับการจัดเก็บข้อมูลที่ต้องการความหนาแน่นสูง R7825 แบบ dual-socket ช่วยเพิ่มความสามารถในการขยายระบบสำหรับการทำเวอร์ชวลไลเซชัน และงานด้านการวิเคราะห์ที่ต้องรองรับเวิร์กโหลดจำนวนมาก
ผสานรวมความมั่นคงทางไซเบอร์
ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในปัจจุบันมีความซับซ้อนและสร้างผลกระทบมากขึ้น ตั้งแต่การโจมตีที่ใช้ AI ไปจนถึงแรนซัมแวร์ ทำให้องค์กรต้องมีทั้งระบบตรวจจับภัยคุกคาม การบริหารจัดการการป้องกันแบบรวมศูนย์ และความสามารถในการกู้คืนระบบได้อย่างรวดเร็ว โดยที่สามารถทำงานร่วมกันภายใต้โมเดลการดำเนินงานเดียวกัน
· Dell Technologies PowerProtect One เป็นแพลตฟอร์มด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ครบวงจร ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อปกป้อง ตรวจจับ และกู้คืนข้อมูลสำคัญทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว ครอบคลุมทุกสภาพแวดล้อมการทำงาน โดยทำงานร่วมกับ Dell PowerProtect Data Manager เพื่อบริหารจัดการและควบคุมกระบวนการปกป้องข้อมูล และ Dell PowerProtect Data Domain ที่ช่วยจัดเก็บพร้อมปกป้องข้อมูลได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ภายใต้การควบคุมจากศูนย์กลางระบบเดียว นอกจากนี้ PowerProtect One ยังช่วยลดความซับซ้อนในการบริหารจัดการระบบที่กระจัดกระจาย พร้อมมอบประสบการณ์การใช้งานแบบรวมศูนย์ ผ่านการรองรับระบบจากผู้ให้บริการภายนอกและช่วยให้มองเห็นข้อมูลจากส่วนกลาง ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการจัดการได้สูงสุดถึง 50% พร้อมรองรับการลดขนาดข้อมูลและการกู้คืนข้อมูลในระดับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
· Dell Cyber Detect ขยายความสามารถด้านการตรวจจับแรนซัมแวร์ด้วย AI ไว้ในระบบจัดเก็บข้อมูลระดับองค์กรโดยตรง ทั้ง Dell PowerStore และ Dell PowerMax โดยระบบได้รับการฝึกฝนด้วยข้อมูลจากแรนซัมแวร์หลายพันรูปแบบ และสามารถตรวจสอบข้อมูลในระดับไบต์ด้วยความแม่นยำสูงถึง 99.99% ช่วยระบุสำเนาข้อมูลล่าสุดที่ยังปลอดภัย เพื่อให้องค์กรสามารถกู้คืนระบบได้อย่างรวดเร็ว
ลดความซับซ้อน และจัดการครบทั้งระบบได้แบบอัตโนมัติ
เดลล์ เปิดตัวนวัตกรรมซอฟต์แวร์ใหม่ ที่ช่วยให้องค์กรบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานไอทีได้ง่ายในลักษณะเดียวกับการใช้งานคลาวด์ พร้อมเสริมความสามารถด้าน agentic intelligence สำหรับระบบอัตโนมัติยุคใหม่ โดย Dell Automation Platform จะทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มศูนย์กลาง รองรับทั้งการปรับใช้ระบบไพรเวทคลาวด์ และการต่อยอดระบบอัตโนมัติที่ใช้ AI ในการบริหารจัดการ
ไม่ว่าที่ไหนก็เป็นไพรเวทคลาวด์
· Dell Private Cloud ทำงานผ่าน Dell Automation Platform ช่วยให้องค์กรสามารถติดตั้งและใช้งานระบบคลาวด์จากผู้ให้บริการได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็น Broadcom, Microsoft, Nutanix และ Red Hat บนโครงสร้างพื้นฐานแบบเปิดและแยกส่วนของเดลล์ พร้อมระบบบริหารจัดการวงจรการใช้งานแบบอัตโนมัติ โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวยังสามารถรองรับการขยายระบบประมวลผลและระบบจัดเก็บข้อมูลแยกจากกันได้อย่างอิสระ ช่วยให้ไม่ต้องผูกติดกับผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง และลดต้นทุนได้สูงสุดถึง 65% เมื่อเทียบกับระบบ HCI นอกจากนี้ ยังขยายความสามารถด้านระบบนิเวศเพิ่มเติม โดยสามารถรองรับทั้ง VMware Cloud Foundation 9.1, Microsoft Azure Local และผสานรวม Dell PowerStore เข้ากับ Nutanix AHV ได้
· Dell Distributed Private Cloud (เดิมคือ Dell NativeEdge) ขยายความมั่นคงปลอดภัยในระดับองค์กร ครอบคลุมสภาพแวดล้อมแบบเอดจ์ และระบบกระจายศูนย์ ด้วยคลัสเตอร์แบบสองโหนด ที่ให้ความพร้อมใช้งานต่อเนื่อง ช่วยให้สลับระบบได้อัตโนมัติเมื่อเกิดปัญหา ต่อยอดความสามารถในการย้าย VM ได้ในขณะที่ยังทำงานอยู่ (VM Live Migration) ให้ระบบรักษาความปลอดภัยแบบ zero-trust ที่ติดตั้งมาในตัว พร้อมรองรับอุปกรณ์ปลายทางแบบ zero-touch ช่วยลดต้นทุนและลดความซับซ้อนในการบริหารจัดการไซต์งานแบบกระจายศูนย์
ระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI
· Dell Automation Platform เปิดตัวระบบอัจฉริยะในรูปเอเจนต์ ผ่านประสบการณ์การใช้งาน GenAI ที่ปรับให้เหมาะกับผู้ใช้ ทั้งการออกแบบ ดูแล และบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานของแต่ละทีม ด้วยการผสาน Dell AIOps เข้ากับแพลตฟอร์ม Dell Automation Platform ที่ช่วยเปลี่ยนข้อมูล telemetry ให้เป็นการดำเนินงานจริงโดยใช้เอเจนต์อัจฉริยะในการปรับแต่งและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบอย่างต่อเนื่อง ขณะที่องค์กรยังสามารถควบคุมการทำงานได้อย่างเต็มที่
· Dell Automation Studio เป็นชุดความสามารถระดับพรีเมียมของ Dell Automation Platform ที่ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างเวิร์กโฟลว์ระบบอัตโนมัติสำหรับการประมวลผล การจัดเก็บ และการเชื่อมต่อเครือข่าย ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้ โดยใช้เครื่องมือและกระบวนการทำงานที่คุ้นเคย จึงช่วยลดเวลาในการให้บริการ อีกทั้งช่วยลดความซับซ้อนในการดำเนินงาน ด้วยการออกแบบที่เปิดกว้างและยืดหยุ่น ทั้งนี้ Automation Studio ยังช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาโซลูชันที่เหมาะกับความต้องการขององค์กร พร้อมรองรับระบบอัตโนมัติแบบครบวงจรที่ทำงานได้อย่างเสถียร
มุมมองผู้บริหาร
อาร์เธอร์ ลูอิส ประธานกลุ่มโซลูชันโครงสร้างพื้นฐาน ของเดลล์ เทคโนโลยีส์ กล่าวว่า “AI ไม่เคยหยุดรออะไร เช่นเดียวกับโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ AI ซึ่งดาต้าเซ็นเตอร์ยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์อัจฉริยะ ช่วยให้การบริหารจัดการไอทีเป็นเรื่องง่ายขึ้น และเรากำลังส่งมอบความสามารถดังกล่าวได้อย่างครบวงจรแบบ end-to-end ทั้ง PowerStore Elite เซิร์ฟเวอร์ PowerEdge เจเนอเรชันใหม่ PowerProtect One รวมถึงระบบอัตโนมัติแบบเอเจนต์บน Dell Private Cloud ช่วยให้องค์กรมีโครงสร้างที่ขับเคลื่อนการทำงานด้วยซอฟต์แวร์อย่างสมบูรณ์แบบ และสามารถรองรับเวิร์กโหลดที่ต้องใช้การประมวลผลสูงในปัจจุบัน อีกทั้งพร้อมรองรับความต้องการในอนาคตได้”
แมท คิมบอลล์ รองประธานและนักวิเคราะห์อาวุโสระดับสูงจาก Moor Insights & Strategy กล่าวว่า “ทีมไอทีในปัจจุบันต้องรองรับทั้งการใช้งาน AI อีกทั้งต้องรับมือกับภัยคุกคามที่ซับซ้อนมากขึ้น และต้องปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา หลายองค์กรยังไม่สามารถเพิ่มบุคลากรเพื่อรับมือกับภาระงานที่เพิ่มขึ้น สิ่งที่ทำให้แนวทางของเดลล์แตกต่างอย่างโดดเด่น นั่นคือการตอบโจทย์การดำเนินงานจริงได้ทุกระดับของโครงสร้างพื้นฐาน ตั้งแต่ PowerStore Elite ที่ช่วยให้ไม่ต้องเปลี่ยนระบบจัดเก็บข้อมูลของเดิม และ PowerEdge ยังช่วยผสานรวมและเพิ่มประสิทธิภาพให้โครงสร้างพื้นฐาน รวมถึง PowerProtect One ที่ช่วยให้การบริหารจัดการด้านความมั่นคงทางไซเบอร์เป็นเรื่องง่ายขึ้น เมื่อเทคโนโลยีเหล่านี้ทำงานร่วมกัน ยิ่งช่วยลดความซับซ้อนในการดำเนินงาน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในต้นทุนแฝงที่ใหญ่ที่สุดของระบบไอทีระดับองค์กร”
การวางจำหน่าย
• Dell PowerStore Elite จะพร้อมวางจำหน่ายในเดือนกรกฎาคม 2569
• Dell PowerEdge M9825, Dell PowerEdge R9825 and Dell PowerEdge R9815 servers จะพร้อมวางจำหน่ายในครึ่งหลังของปี 2569
• Dell PowerEdge XE5845 และ เซิร์ฟเวอร์ Dell PowerEdge XE7845 จะพร้อมวางจำหน่ายในไตรมาสแรกของปี 2570
• เซิร์ฟเวอร์ Dell PowerEdge R9810 จะพร้อมวางจำหน่ายในปี 2570
• เซิร์ฟเวอร์ Dell PowerEdge R8815, Dell PowerEdge R6815, Dell PowerEdge R7815, Dell PowerEdge R7815xd และ Dell PowerEdge R7825 จะพร้อมวางจำหน่ายในปี 2570
• Dell PowerProtect One พร้อมจำหน่ายแล้ว
• Dell Cyber Detect สำหรับ Dell PowerStore จะพร้อมใช้งานในไตรมาสที่ 3 ส่วน Dell Cyber Detect สำหรับ Dell PowerMax จะพร้อมใช้งานในครึ่งปีหลังของ 2569
• Dell Private Cloud ที่รองรับการติดตั้ง VMware พร้อม VCF 9.1 จะพร้อมให้ใช้งานในเดือนมิถุนายน 2569
• Dell Private Cloud ที่รองรับการติดตั้ง Nutanix พร้อมการทำงานร่วมกับ Dell PowerStore จะพร้อมให้ใช้งานในเดือนกรกฎาคม 2569
• Dell Private Cloud ที่รองรับการติดตั้ง Microsoft Azure Local จะพร้อมให้ใช้งานในเดือนมิถุนายน 2569
• Dell Distributed Private Cloud พร้อมให้ใช้งานแล้ววันนี้
• ความสามารถด้าน Agentic AI บน Dell Automation Platform มีกำหนดพร้อมให้ใช้งานภายในปีนี้
• Dell Automation Studio จะพร้อมให้ใช้งานในเดือนมิถุนายน 2569
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
• ชุดข่าวประชาสัมพันธ์ Dell Technologies World 2026
• บล็อก: Introducing PowerStore Elite: Built to Lead in an Unpredictable World
• บล็อก: AI Infrastructure for Enterprise: Time to Move Past the Pilot
• บล็อก: Cyber Resilience, Simplified
• บล็อก: Dell Ushers in the Agentic Era of IT Operations
• เชื่อมต่อกับเดลล์บน X และ LinkedIn
เกี่ยวกับเดลล์ เทคโนโลยีส์
เดลล์ เทคโนโลยีส์ ช่วยให้องค์กรธุรกิจและปัจเจกบุคคลสามารถสร้างอนาคตทางดิจิทัล พร้อมทั้งช่วยในการปฏิรูปทั้งรูปแบบการทำงาน การดำเนินชีวิต และการพักผ่อน เดลล์ เทคโนโลยีส์ให้การดูแลสนับสนุนลูกค้าด้วยสายผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีและการบริการที่กว้างที่สุด และมีความเป็นนวัตกรรมอย่างสูงสุดในยุค AI
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น