(เซาแธมป์ตัน, รัฐนิวยอร์ก, สหรัฐอเมริกา, 22 มิถุนายน 2569) - วินด์แฮม คลาร์ก
โปรหนุ่มชาวอเมริกัน นำม้วนเดียวจบ คว้าแชมป์กอล์ฟ ยูเอส โอเพน
เมเจอร์ที่สามของปี เป็นสมัยที่สองในอาชีพ แม้วันสุดท้ายจะตีเกิน 3 โอเวอร์พาร์
73 แต่ยังเพียงพอสำหรับการคว้าแชมป์ด้วยสกอร์รวม 4 อันเดอร์พาร์ 276
เฉือนชนะ แซม เบิร์นส์ เพื่อนร่วมชาติไปเพียงสโตรกเดียว เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21
มิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่ ทอม คิม โปรชาวเกาหลีใต้
จบอันดับสามในฐานะนักกอล์ฟเอเชียผลงานดีที่สุด ส่วน แจ็คสัน คอยวัน
มือหนึ่งโลกสมัครเล่นชาย และ ไรเดอร์ โคแวน
คว้ารางวัลนักกอล์ฟสมัครเล่นยอดเยี่ยมร่วมกัน
สมาคมกอล์ฟแห่งสหรัฐอเมริกา (ยูเอสจีเอ) จัดการแข่งขันกอล์ฟยูเอส โอเพน
ครั้งที่ 126 เมเจอร์ที่สามของปี ชิงเงินรางวัลรวม 22.5 ล้านเหรียญสหรัฐ
ที่สนามชินเนค็อก ฮิลส์ ระยะ 7,440 หลา พาร์ 70 (35-35) เมืองเซาแธมป์ตัน
รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 18-21 มิถุนายน 2569
โดยหลังผ่านการแข่งขันสามวันแรก คลาร์ก เป็นผู้นำเดี่ยว
รอบสุดท้าย คลาร์ก ออกสตาร์ตด้วยความได้เปรียบจากการนำห่างถึง 6 สโตรก
แต่พลาดเสีย 3 โบกี้ ใน 9 หลุมแรก ก่อนจะทำเบอร์ดี้แรกของวันได้ที่หลุม 10
จากนั้นเสียโบกี้อีกที่หลุม 13 แม้จะเรียกคืนด้วยเบอร์ดี้ที่หลุม 16
แต่ก็มาเสียโบกี้อีกครั้งที่หลุม 17 ก่อนปิดท้ายด้วยพาร์ที่หลุม 18 จบวันด้วยสกอร์
3 โอเวอร์พาร์ 73 สกอร์รวม 4 วัน 4 อันันเดอร์พาร์ 276 คว้าแชมป์ยูเอส โอเพน
เป็นสมัยที่สอง หลังจากเคยทำได้ครั้งแรกในปี 2023
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ คลาร์ก เดินตามรอย บรูคส์ เคปกา
ซึ่งเป็นนักกอล์ฟคนล่าสุดที่คว้าแชมป์รายการนี้สองสมัยติดต่อกันในปี 2017 และ
2018 นอกจากนี้ คลาร์ก ยังเป็นนักกอล์ฟคนที่ 8
ในประวัติศาสตร์ที่นำตั้งแต่รอบแรกจนคว้าแชมป์ได้สำเร็จ ต่อจาก วอลเตอร์
เฮเกน (1914), จิม บาร์นส์ (1921), เบน โฮแกน (1953), โทนี แจ็คลิน (1970),
ไทเกอร์ วูดส์ (2000 และ 2002) และ มาร์ติน คายเมอร์ (2014)
คลาร์ก กล่าวหลังคว้าแชมป์ว่า “ผมจะบอกว่า แชมป์สมัยแรกในปี 2023
มันก็สุดยอดมากแล้ว แต่แชมป์ครั้งนี้มันรู้สึกดียิ่งกว่าเดิมอีกครับ
ผมคิดว่าโดยเฉพาะหลังจากที่ต้องรู้สึกอันขมขื่นเมื่อปีที่แล้วในรายการนี้
(ไม่ผ่านตัดตัว) การได้กลับมาล้างตาและคว้าแชมป์ได้อีกครั้ง
มันเป็นอะไรที่สุดยอดจริงมากๆ ครับ”
แชมป์ครั้งนี้ทำให้ คลาร์ก รับเงินรางวัล 4.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 148
ล้านบาท และนับเป็นแชมป์พีจีเอ ทัวร์ รายการที่ 5 ในอาชีพ ต่อจาก เวลส์ ฟาร์โก
แชมเปียนชิพ และ ยูเอส โอเพ่น ปี 2023, เอทีแอนด์ที เพบเบิล บีช โปร-แอม ปี
2024 และ เดอะ ซีเจ คัพ ไบรอน เนลสัน เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
ด้าน ทอม คิม โปรหนุ่มชาวเกาหลีใต้ ทำอีเวนพาร์ 70 สกอร์รวม 1 อันเดอร์พาร์
279 จบอันดับสาม และเป็นนักกอล์ฟเอเชียผลงานดีที่สุดของรายการ
อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในนักกอล์ฟเพียง 3
คนที่จบการแข่งขันด้วยสกอร์รวมต่ำกว่าพาร์ ร่วมกับ วินด์แฮม คลาร์ก และ แซม
เบิร์นส์
รอรี แม็คอิลรอย จากไอร์แลนด์เหนือ แชมป์ปี 2011 จบอันดับ 32 ร่วม สกอร์รวม
6 โอเวอร์พาร์ 286 เท่ากับ ดัสติน จอห์นสัน แชมป์ปี 2016 ขณะที่ จอร์แดน สปีธ
แชมป์ปี 2015 จบอันดับ 56 ร่วม สกอร์รวม 10 โอเวอร์พาร์ 290
ส่วน แจ็คสัน คอยวัน มือหนึ่งโลกสมัครเล่นชาย และ ไรเดอร์ โคแวน
คว้ารางวัลนักกอล์ฟสมัครเล่นยอดเยี่ยม (Low Amateur) ร่วมกัน หลังจบอันดับ
23 ร่วม ด้วยสกอร์รวม 5 โอเวอร์พาร์ 285 นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2018
ที่มีนักกอล์ฟสมัครเล่นครองรางวัลเกียรติยศนี้ร่วมกัน ซึ่งหลังจากจบรายการนี้
แจ็คสัน คอยวัน จะเทิร์นโปรเข้าสู่ พีจีเอ ทัวร์ หลังจบ สัปดาห์นี้
โดยจะไปประเดิมแมตช์แรกในฐานะโปรในรายการ จอร์นเดียร์ คลาสสิค
ช่วงต้นเดือนกรกฎาคม
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.usga.org
เครดิตภาพ: USGA
เกี่ยวกับสมาคมกอล์ฟสหรัฐอเมริกา (USGA)
สมาคมกอล์ฟสหรัฐอเมริกา (USGA)
เป็นผู้จัดการแข่งขันกอล์ฟรายการใหญ่ของสหรัฐฯ ได้แก่ ยูเอส โอเพน, ยูเอส
วีเมนส์ โอเพน, ยูเอส ซีเนียร์ โอเพ่น และ ยูเอส ซีเนียร์ วีเมนส์ โอเพน
รวมถึงการแข่งขันสมัครเล่นระดับชาติและนานาชาติอีกกว่า 10 รายการ
ซึ่งล้วนได้รับความสนใจจากนักกอล์ฟและแฟนกอล์ฟทั่วโลก USGA
ทำงานร่วมกับ The R&A ในการกำหนดกฎกอล์ฟ กฎสถานะนักกอล์ฟสมัครเล่น
มาตรฐานอุปกรณ์ และระบบการจัดอันดับนักกอล์ฟสมัครเล่นทั่วโลก
โดยรับผิดชอบในสหรัฐอเมริกา ดินแดนในความปกครอง และเม็กซิโก นอกจากนี้
USGA
ยังมีบทบาทสำคัญในการวิจัยและพัฒนาด้านการจัดการสนามกอล์ฟอย่างยั่งยืน
การดูแลประวัติศาสตร์ของกีฬากอล์ฟ
รวมถึงการสนับสนุนการลงทุนผ่านมูลนิธิสมาคมกอล์ฟสหรัฐอเมริกา
พร้อมกับให้บริการจัดเรตติ้งสนามกอล์ฟ และระบบแฮนดิแคปที่ใช้ใน 6
ทวีปทั่วโลก












ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น