SA ชูนวัตกรรมโซลาร์เซลล์ “N-type Bifacial TOPCon” มาตรฐานสากล เพิ่มประสิทธิภาพผลิตไฟฟ้า รองรับอากาศร้อน พร้อมรับประกันประสิทธิภาพ 30 ปี ตอบโจทย์การอยู่อาศัยยุคใหม่ หนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569

SA ชูนวัตกรรมโซลาร์เซลล์ “N-type Bifacial TOPCon” มาตรฐานสากล เพิ่มประสิทธิภาพผลิตไฟฟ้า รองรับอากาศร้อน พร้อมรับประกันประสิทธิภาพ 30 ปี ตอบโจทย์การอยู่อาศัยยุคใหม่ หนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน

 


บมจ. ไซมิส แอสเสท (SA) เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยด้วยนวัตกรรมพลังงานสะอาด นำแผงโซลาร์เซลล์เทคโนโลยี N-type Bifacial TOPCon จาก Canadian Solar ผู้ผลิตโซลาร์ชั้นนำระดับโลก มาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับลูกค้า ชูจุดเด่นด้านประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าสูง สามารถผลิตพลังงานได้จากทั้งด้านหน้าและด้านหลังของแผง รองรับสภาพอากาศร้อน พร้อมการรับประกันประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้ายาวนานสูงสุด 30 ปี ฟากผู้บริหาร “คุณสุนันทา สิ่งสรรเสริญ” ระบุ เทคโนโลยีดังกล่าวตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงาน คุณภาพชีวิต และความยั่งยืน พร้อมช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับโครงการที่อยู่อาศัย และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว


คุณสุนันทา สิ่งสรรเสริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) (SA) เปิดเผยว่า บริษัทฯ เดินหน้าพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานด้านพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งนำเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและได้รับการยอมรับในระดับสากล เพื่อสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ทั้งความสะดวกสบาย การประหยัดพลังงาน และความยั่งยืนในระยะยาว


ล่าสุด บริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยีแผงโซลาร์เซลล์ N-type Bifacial TOPCon จาก Canadian Solar มาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับลูกค้าในโครงการ โดยเทคโนโลยีดังกล่าวมีจุดเด่นในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้จากทั้งด้านหน้าและด้านหลังของแผง ช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีกำลังผลิตสูงสุด 610 วัตต์ต่อแผง จึงเหมาะสำหรับการนำมาใช้ในโครงการที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในระยะยาว

นอกจากนี้ แผงโซลาร์เซลล์ N-type Bifacial TOPCon ยังได้รับการออกแบบมาให้เหมาะกับสภาพอากาศร้อน โดยมีค่าการสูญเสียประสิทธิภาพจากอุณหภูมิที่ต่ำ ช่วยให้สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีเสถียรภาพมากขึ้นในสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย พร้อมคุณสมบัติด้านความทนทาน รองรับสภาพแวดล้อมภายนอกอาคาร และช่วยลดผลกระทบจากปัญหา micro-crack ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อประสิทธิภาพการใช้งานในระยะยาว

“บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการนำนวัตกรรมพลังงานสะอาดมาใช้ในการพัฒนาโครงการ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกบ้าน ลดภาระด้านพลังงาน และเพิ่มมูลค่าให้กับโครงการ ควบคู่กับการเสริมศักยภาพการแข่งขันและการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ในการส่งมอบคุณค่าให้แก่ลูกค้า สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านเทคโนโลยีมาตรฐานสากลที่ช่วยยกระดับการอยู่อาศัยและรองรับการใช้ชีวิตในอนาคต” คุณสุนันทากล่าว

ทั้งนี้บริษัทฯ คาดว่าโซลูชัน Solar System จะได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้า เนื่องจากเป็นการเพิ่มทางเลือกด้านพลังงานสะอาดที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัยยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงาน คุณภาพชีวิต และความยั่งยืน ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในอนาคต

ผู้ที่สนใจติดตั้ง Solar System หรือประเมินความคุ้มค่าเบื้องต้น สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 065-506-5888, 086-429-6235 และ 063-385-9111 หรือเว็บไซต์ www.siamesetech.com

อนึ่ง Canadian Solar เป็นหนึ่งในผู้ผลิตโซลาร์ระดับโลกที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมมากกว่า 23 ปี และมียอดส่งมอบแผงโซลาร์เซลล์รวมแล้วกว่า 133 กิกะวัตต์ทั่วโลก โดยได้รับการจัดอันดับเป็น Tier 1 Solar Company จาก BloombergNEF อย่างต่อเนื่องระหว่างปี 2016–2025  รวมถึงได้รับการยอมรับจากองค์กรชั้นนำระดับโลก อาทิ TOP Performer Solar Module Manufacturer Award จาก Kiwa PVEL ปี 2024 และ EcoVadis Silver Sustainability Rating ปี 2024 พร้อมผ่านการรับรองมาตรฐานสากลสำคัญ อาทิ ISO 9001, ISO 14001, ISO 45001 และ IEC 62941 สะท้อนถึงคุณภาพ มาตรฐานการผลิต และความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ในระดับสากล

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad