VST ECS (Thailand) จับมือ AGIBOT เปิดตัวความร่วมมือด้านหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ขับเคลื่อนอนาคตผ่าน Embodied AI - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569

VST ECS (Thailand) จับมือ AGIBOT เปิดตัวความร่วมมือด้านหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ขับเคลื่อนอนาคตผ่าน Embodied AI

 


บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือวีเอสที อีซีเอส กรุ๊ป ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าและโซลูชันไอทีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผนึก AGIBOT ผู้นำด้านโมเดลพื้นฐาน Embodied AI มุ่งพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะควบคู่กับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ประกาศก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ธุรกิจและทรานส์ฟอร์มองค์กรเข้าสู่ตลาดเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) ภายใต้แนวคิด “Embodied AI” ที่จะเชื่อมโยงความอัจฉริยะของปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับการใช้งานจริงในภาคธุรกิจและชีวิตประจำวัน ขานรับเทรนด์โลกและเสริมสร้างพอร์ตโฟลิโอเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่จะเข้ามาสร้างคุณค่าใหม่และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันให้กับภาคธุรกิจยุคปัจจุบัน


นายสมศักดิ์ เพ็ชรทวีพรเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจของ VST ECS ในการขยับเข้ามาลุยตลาดหุ่นยนต์ Embodied AI นั้น สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ที่มุ่งเน้นสรรหานวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและเทรนด์เทคโนโลยีของโลกที่เปลี่ยนไป ในปัจจุบันเทคโนโลยีหุ่นยนต์ไม่ได้เป็นเพียงแค่ระบบกลไกแบบเดิม (Robot) แต่ได้รับการพัฒนาควบคู่ไปกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างก้าวกระโดด ทำให้หุ่นยนต์มีความชาญฉลาดและมีลักษณะความเป็นมนุษย์ (Humanoid) มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้สามารถนำมาประยุกต์ใช้งานจริงได้ทั้งในภาคธุรกิจและในชีวิตประจำวัน ซึ่งพอร์ตโฟลิโอใหม่นี้จะช่วยเสริมรายได้และสร้างผลกำไร (Margin) ที่แข็งแกร่งให้กับบริษัทฯ ในระยะยาว


 



สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดและการจัดจำหน่ายในประเทศไทยในปัจจุบัน บริษัทฯ มุ่งเน้นแนวทางหลัก 2 ช่องทาง เพื่อตอบรับความต้องการของตลาดอย่างตรงจุด ดังนี้


● กลุ่มลูกค้า B2B (Business-to-Business): มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าไอทีที่มีทีมพัฒนาซอฟต์แวร์โซลูชันของตนเอง (Software Solution) เพื่อนำโซลูชันเหล่านั้นไปติดตั้งและประยุกต์ใช้งานร่วมกับตัวหุ่นยนต์ ก่อนนำเสนอขายเป็น Total Solution ให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ปลายทาง (End User) ทั้งในภาคเอกชนและภาครัฐ


● กลุ่มลูกค้า B2C (Business-to-Consumer / Corporate): รองรับกลุ่มลูกค้าองค์กรที่ต้องการเช่าหุ่นยนต์เพื่อนำไปใช้งานในกิจกรรมระยะสั้น เช่น งานอีเวนท์ (Event), งานนิทรรศการ (Exhibition) หรือกิจกรรมส่งเสริมการตลาด โดยบริษัทมีบริการนำหุ่นยนต์ไปจัดแสดงภายในงาน เพื่อให้ลูกค้าและผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสและเห็นศักยภาพด้านเทคโนโลยีอย่างใกล้ชิด


 



“สำหรับเป้าหมายยอดขายและสัดส่วนการตลาดในประเทศไทยภายใน 1-3 ปีแรก วีเอสที อีซีเอส มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายหลักไปที่กลุ่มลูกค้าไอทีเดิมของบริษัทที่มีฐานหนาแน่นอยู่แล้ว ซึ่งพาร์ตเนอร์เหล่านี้ต่างให้ความสนใจในการนำหุ่นยนต์ไปเสนอต่อให้กับ End User เนื่องจากสามารถนำหุ่นยนต์ไปอินทิเกรต (Integrate) เข้ากับซอฟต์แวร์ของตัวเองเพื่อขายเป็น Total Solution ได้อย่างลงตัว อย่างไรก็ตาม แผนการขยายตลาดที่วางไว้จะเริ่มจากกลยุทธ์ “สร้างตลาด + สร้าง Use Case จริง” มากกว่าการเร่งขายจำนวนมากในทันที เนื่องจากตลาดในไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเปิดรับเทคโนโลยี (Early Adoption)” นายสมศักดิ์ กล่าว


 


ปัจจุบันแนวโน้มและเทรนด์ตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกมีทิศทางเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยมีความต้องการด้าน AI เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ซึ่งการแข่งขันในตลาดจะมุ่งเน้นไปที่ความสามารถด้าน AI, การสื่อสารกับมนุษย์ และการเชื่อมต่อระบบเข้าด้วยกันมากขึ้น โดยมีเทคโนโลยีหลักอย่าง Generative AI, Voice Recognition, Cloud และ 5G เป็นตัวสนับสนุนสำคัญที่ช่วยให้หุ่นยนต์สามารถนำมาใช้งานจริงได้มากขึ้นในหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ งานบริการ, การแพทย์และสาธารณสุข (Healthcare), ธุรกิจค้าปลีก (Retail) และงานอีเวนต์ต่าง ๆ


 


มร. อาเบล เติ้ง (Mr.Abel Deng) ประธานบริหารประจำภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชียแปซิฟิก บริษัท อะจิบอท อินโนเวชัน (เซี่ยงไฮ้) เทคโนโลยี จำกัด (AgiBot) กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการตื่นตัวด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) และมีความต้องการเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสูงมากในภูมิภาคอาเซียน AGIBOT ในฐานะผู้พัฒนาเทคโนโลยี ฮิวแมนนอยด์ระดับโลก มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้จับมือกับ วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญและมีเครือข่ายช่องทางการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่ง ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การนำเข้าหุ่นยนต์ แต่เป็นการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงและนวัตกรรม 'Embodied AI' ของ AGIBOT มาร่วมขับเคลื่อนภาคธุรกิจไทย เพื่อเปลี่ยนผ่านจากยุคหุ่นยนต์อุตสาหกรรมแบบเดิม ไปสู่ยุคของหุ่นยนต์อัจฉริยะที่สามารถทำงานร่วมกับมนุษย์ได้อย่างไร้รอยต่อ และสร้างผลิตผลที่ไร้ขีดจำกัด (Infinite Productivity) ให้กับทุกอุตสาหกรรม


 


นายสมศักดิ์ เพ็ชรทวีพรเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางด้านมุมมองในประเด็นความกังวลของสังคมเรื่องผลกระทบต่อตลาดแรงงาน วีเอสที อีซีเอส ระบุว่า บริษัทเข้าใจถึงความกังวลเรื่องการใช้หุ่นยนต์แทนแรงงานมนุษย์ แต่บริษัทมองว่าหุ่นยนต์ Humanoid เป็นเครื่องมือที่เข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานมากกว่าการเข้ามาทดแทนมนุษย์ทั้งหมด โดยเฉพาะในกลุ่มงานที่ต้องทำซ้ำ ๆ (Routine) หรือใช้เวลานาน เพื่อช่วยให้บุคลากรสามารถโยกย้ายไปโฟกัสกับงานที่ต้องใช้ทักษะขั้นสูงและการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์มากขึ้น อีกทั้งการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ยังช่วยสร้างโอกาสและตำแหน่งงานใหม่ ๆ ในอนาคต เช่น สายงานด้าน AI, ซอฟต์แวร์ และทีมสนับสนุนทางเทคนิค


 


นอกจากนี้ ในแง่การสื่อสารและสร้างประสบการณ์แบรนด์ วีเอสที อีซีเอส มุ่งมั่นที่จะส่งสัญญาณให้ตลาดไทยเข้าใจว่า AI และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ไม่ใช่เทคโนโลยีไกลตัวแห่งอนาคตอีกต่อไป แต่เป็นเครื่องมือที่สามารถนำมาใช้งานเพื่อช่วยเพิ่ม Productivity และสร้างคุณค่าเชิงธุรกิจในปัจจุบันได้จริง ผ่านกรณีการใช้งานจริงในด้าน Customer Service, Healthcare, Retail หรืองานอีเวนต์ต่าง ๆ โดยองค์กรธุรกิจยังสามารถนำหุ่นยนต์ทรงมนุษย์รุ่นไฮไลต์อย่าง AGIBOT A2 Ultra ไปยกระดับประสบการณ์ลูกค้าได้ในหลายมิติ เช่น การทำหน้าที่ต้อนรับ, ให้ข้อมูลสินค้า, แนะนำโปรโมชัน ตลอดจนสร้างกิจกรรมแบบ Interactive ภายในร้านค้าหรือภายในงาน เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ สร้างภาพลักษณ์ด้านนวัตกรรม และสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างแบรนด์กับลูกค้าให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น


 


สำหรับจุดต่างของการสร้างแบรนด์ AGIBOT ในตลาดไทยเมื่อเทียบกับหุ่นยนต์หรือเทคโนโลยีเดิมในอดีต คือการปรับตำแหน่งทางการตลาดจากเดิมที่เป็นเพียง “หุ่นยนต์ที่นำมาโชว์เทคโนโลยีความล้ำสมัย” ไปสู่ “แพลตฟอร์ม AI ที่สร้างการใช้งานจริงในธุรกิจ” (Embodied AI) ที่เน้นผลลัพธ์เชิงธุรกิจเชื่อมต่อเข้ากับซอฟต์แวร์ ระบบ AI และระบบเดิมขององค์กรได้จริงในหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นงานบริการลูกค้า, ค้าปลีก, งานอีเวนต์ หรือองค์กรอัจฉริยะ ควบคู่ไปกับแนวคิด “Use-case driven branding” ที่แสดงผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่ชัดเจน พร้อมรองรับโมเดลการใช้งานที่มีความยืดหยุ่นสูง ทั้งรูปแบบการให้บริการหรือระบบสมัครสมาชิก ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมขององค์กรไทยในปัจจุบันที่มองหาความคุ้มค่าและความยืดหยุ่นในการลงทุนมากกว่าการซื้อขาดเทคโนโลยี ซึ่งสอดคล้องเป็นอย่างยิ่งกับพันธกิจของ AGIBOT ในการสร้างขีดความสามารถด้านผลผลิต (Productivity) ได้อย่างไร้ขีดจำกัดผ่านการขับเคลื่อนด้วยเครื่องจักรอัจฉริยะ


 


ทั้งนี้เพื่อเร่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน วีเอสที อีซีเอส ได้วางแนวทาง Co-creation ร่วมกับกลุ่มลูกค้าไอทีและพันธมิตรเชิงลึก ทั้งกลุ่ม System Integrator (SI), Software House และ AI Developer เพื่อเปิดโอกาสให้พาร์ตเนอร์นำเทคโนโลยีไปต่อยอดเป็นโซลูชันของตนเอง ผ่านรูปแบบการทำโปรเจคร่วมกัน โดยให้พาร์ตเนอร์ร่วมพัฒนาซอฟต์แวร์ ระบบ AI หรือกระบวนการเวิร์กโฟลว์บนตัวหุ่นยนต์ เช่น ระบบบริการลูกค้า หรือระบบการเชื่อมโยงข้อมูล แล้วนำไปทดลองใช้งานจริงกับ End User ก่อนจะร่วมกันถอดรหัสสร้างเป็น Use Case และ Case Study สำหรับใช้ต่อยอดเชิงพาณิชย์ ซึ่งแนวทางนี้นอกจากจะเปิดโอกาสให้พาร์ตเนอร์นำไปขายเป็นโซลูชันเฉพาะทางของตนเองได้แล้ว ยังช่วยสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ในไทยให้ขยายตัวได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องพึ่งพาเพียงทีมขายของบริษัทแต่เพียงอย่างเดียว


 




 


 



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad