บริษัท บีพีเอส เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ BPS เดินหน้ายุทธศาสตร์ขับเคลื่อนธุรกิจ ชู 5 กลุ่ม บริการโซลูชันแห่งอนาคต ยกระดับผู้เชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้า และ Smart Construction สู่การเป็น Technology Company เชื่อมนวัตกรรม AI เพิ่มประสิทธิภาพงาน-บริการครบวงจร ภายใต้แนวคิด “BPS: POWERING THE FUTURE - ขับเคลื่อนอนาคตด้วยเทคโนโลยีและโซลูชันอัจฉริยะ” มุ่งตอบโจทย์การ เปลี่ยนแปลงของภาคธุรกิจและส่งเสริมคุณภาพชีวิต สร้าง New S-Curve ธุรกิจเติบโตยั่งยืน
นายสุรพงษ์ สาเรชพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีพีเอส เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ BPS ผู้นำ ด้านนวัตกรรมเพื่อที่อยู่อาศัยแบบครบวงจร เปิดเผยทิศทางธุรกิจช่วงครึ่งปีหลัง 2569 บริษัทเดินหน้าแผนยุทธศาสตร์การ ขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน 5 กลุ่มบริการโซลูชันครบวงจร ยกระดับจากผู้เชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้า และ Smart Construction สู่ การเป็น Technology Company ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี AI, โซลูชัน และบริการแบบครบวงจร เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ของลูกค้า และ พัฒนาคุณภาพชีวิต ต่อยอดไปสู่โมเดลธุรกิจที่สร้างรายได้จากการบริการในระยะยาว
สำหรับการดำเนินงานในกลุ่มธุรกิจ Smart Construction & One Smart Supply บริษัทจากการต่อยอดจุดแข็ง จากธุรกิจ Kitting Box สู่การเป็นผู้ให้บริการระบบโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าครบวงจร (Electrical Infrastructure) ทั้งระบบท่อราง สายไฟ และสายล่อฟ้า พร้อมทั้งการพัฒนาระบบการจัดการคลังสินค้าให้เป็นการบริการ One-Stop Service สำหรับ โครงการก่อสร้าง เพื่อเชื่อมโยงสินค้า ระบบ และการบริการ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า สามารถควบคุมต้นทุน ลด พื้นที่จัดเก็บ และเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินโครงการ พร้อมเดินหน้าเพิ่มมูลค่าจากฐานลูกค้าเดิม และขยายโอกาสสู่กลุ่ม ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
อีกทั้ง บริษัทเตรียมพัฒนา “BPS Academy” ศูนย์อบรมทักษะด้านเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์และระบบกล้องวงจรปิด และแพลตฟอร์ม “โพยช่าง” เพื่อสร้างเครือข่ายช่างและเพิ่มประสิทธิภาพช่องทางการจัดจำหน่าย เพื่อเชื่อมเครือข่ายผู้ผลิต ตัวแทนจำหน่าย ช่าง และลูกค้าเข้าด้วยกัน พร้อมสร้างโอกาสในการขยายฐานรายได้ในอนาคต
ขณะเดียวกันบริษัทมีแผนการขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่ต่างจังหวัด และ สปป.ลาว โดยสนับสนุนตั้งแต่ การเปิดโชว์รูม การบริหารสินค้า ไปจนถึงการเข้าถึงแหล่งเงินทุน พร้อมมุ่งสร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีความ เข้าใจเทคโนโลยีและสามารถบริหารสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายจากการขยายเครือข่าย ดังกล่าวที่ระดับ 1,000 ล้านบาทในปี 2570
ด้านกลุ่มธุรกิจ Smart Property & Smart Building มีแผนพัฒนาโครงการต่างๆ โดยมุ่งเน้นการเชื่อมต่อเครือข่าย และนำเสนอแพลตฟอร์มที่ช่วยเพิ่มศักยภาพองค์กร ตลอดจนยกคุณภาพอาคารและที่อยู่อาศัยให้ดีขึ้น อาทิ บริการเดินสาย ระบบโครงข่ายไฟเบอร์ออปติก (FTTX) ควบคู่ไปกับการเชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชัน "Tita", ระบบกล้องวงจรปิดอัจฉริยะที่ สามารถเชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดเดิมที่มีอยู่แล้วได้ทันที โดยมีแผนการสร้างกลุ่มตัวแทนจำหน่ายทั้งในประเทศ และ สปป. ลาว ซึ่งมีระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่ครอบคลุม ขณะเดียวกันยังมีการพัฒนา Smart Home และ ระบบหมุนเวียนอากาศ อัจฉริยะ ด้วยกลยุทธ์การสร้างระบบให้เชื่อมต่อแพลตฟอร์มระดับโลกและการให้ข้อมูลโดยตรง เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมาย ผู้ใช้บริการรายบุคคลมากขึ้น
ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจ Data Platform และ Smart Monitoring บริษัทอยู่ระหว่างขยายโอกาสในตลาด Data Center รวมถึงการพัฒนาขอบเขตการให้บริการและผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมความต้องการของโครงการ อาทิ ระบบรายงานข้อมูลด้าน ความปลอดภัย การตรวจจับและติดตามประสิทธิภาพการดำเนินงาน ก่อนประเมินศักยภาพเพื่อพัฒนาเป็นบริการเชิงพาณิชย์ โดยมีกลุ่มเป้าหมายในประเทศ และ สปป.ลาว ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ
ด้านกลุ่มธุรกิจ Smart Energy & Energy Management บริษัทมุ่งพัฒนา Energy Management Platform ที่ เชื่อมโยงเทคโนโลยี Solar, EV และ Smart Meter รวมถึงระบบติดตาม วิเคราะห์ และบริหารจัดการการใช้พลังงาน เพื่อช่วย ให้ลูกค้ามองเห็นข้อมูลการใช้พลังงานและนำไปบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอยู่ในระหว่างการพัฒนาอุปกรณ์ ลดทอนฮาร์มอนิก หรือ Active C ภายใต้แบรนด์ BPS เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์รุ่นประหยัดและเร่งดำเนินการด้านมาตรฐาน มอก. สำหรับนำเสนอทั้งตลาดภาครัฐและเอกชน ซึ่งถือเป็นการขยายบทบาทของบริษัท จากการจำหน่ายอุปกรณ์ไปสู่การเป็น ผู้ให้บริการโซลูชันด้านพลังงานที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ลูกค้าในอนาคต
ขณะที่ กลุ่มธุรกิจ Smart Wellness & Longevity Living บริษัทมุ่งเน้นการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีสุขภาพเข้ามา เชื่อมต่อกับการอยู่อาศัยเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้า ผ่านการพัฒนาระบบ Health Passport นวัตกรรมจัดเก็บข้อมูล สุขภาพดิจิทัลที่บันทึกและรวบรวมข้อมูลเข้าสู่ระบบออนไลน์ อีกทั้งมีแผนเตรียมขยายตลาดเชิงรุกสู่ สปป.ลาว โดยร่วมมือกับ พันธมิตรท้องถิ่นในธุรกิจประกันสุขภาพ ควบคู่กับการเชื่อมโยงระบบเทคโนโลยีเข้ากับโครงการศูนย์สุขภาพขนาดใหญ่ เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศการดูแลสุขภาพระดับภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพ
“ในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 ถือเป็นช่วงเปลี่ยนแปลงสำคัญของการเพิ่มประสิทธิภาพทั้งกระบวนการทำงานและโซลูชัน ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ ใหม่และรายได้จากบริการในระยะยาว พร้อมทั้งเร่งสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจร่วมกับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจให้กว้างขึ้น โดยบริษัทจะไม่ได้มองเพียงการขายสินค้า แต่จะมองไปถึงการสร้างบริการโซลูชันที่ สามารถสร้างคุณค่าและรายได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็น New S-Curve ที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทยังยึดมั่นการดำเนินงาน โดยคำนึงถึงผลตอบแทน ความเสี่ยง และความสามารถในการบริหารจัดการ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน" นายสุรพงษ์ กล่าว
ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์ : บริษัท ธามดี พลัส จำกัด Email: thymedplus@gmail.com













ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น