พาชม 13 จุด “กรีนจับต้องได้” ในบ้านนำร่องมาตรฐานอาคารเขียวยุคใหม่ “SC Green Mark” เปลี่ยนความยั่งยืนให้เข้าถึงง่าย วัดผลได้จริง สบายกับการอยู่อาศัย ดีต่อคน ดีต่อโลก - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2569

พาชม 13 จุด “กรีนจับต้องได้” ในบ้านนำร่องมาตรฐานอาคารเขียวยุคใหม่ “SC Green Mark” เปลี่ยนความยั่งยืนให้เข้าถึงง่าย วัดผลได้จริง สบายกับการอยู่อาศัย ดีต่อคน ดีต่อโลก

 


แม้ว่าเทรนด์ของ อาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ อาคารเขียว จะได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อพูดถึง “บ้านสีเขียว” หลายครั้งเรามักนึกไม่ออกว่าหน้าตาของบ้านต้องเป็นอย่างไร มีองค์ประกอบอะไรบ้าง แค่มีต้นไม้เยอะๆ หรือแค่ติดโซลาร์เซลล์หรือไม่


ในความเป็นจริง บ้านที่ยั่งยืนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังต้องคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในทุกมิติ ตั้งแต่คุณภาพอากาศภายในบ้าน การควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสม ความปลอดภัยของวัสดุและพื้นผิว ไปจนถึงการใช้พลังงานและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ บ้านยุคใหม่จึงต้องตอบโจทย์ทั้งเรื่อง Green และ Well-being เข้าด้วยกัน เพื่อสร้าง “ประโยชน์ที่ผู้อยู่อาศัยสัมผัสได้จริง” ในชีวิตประจำวัน

ล่าสุด บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เปิดตัว “SC Green Mark” มาตรฐานอาคารเขียวที่ใช้เวลาพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 2 ปี เพื่อเปลี่ยนแนวคิดด้านความยั่งยืนให้ “จับต้องได้จริง” ผ่านองค์ประกอบของอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้อยู่อาศัย

ในการพัฒนามาตรฐานดังกล่าว SC ได้ร่วมมือกับสถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI) ภายใต้มูลนิธิอาคารเขียวไทย โดยนำแนวทางการพัฒนาอาคารเขียวระดับสากลมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย พร้อมผนึกกำลังพันธมิตรกว่า 100 ราย ทั้งผู้เชี่ยวชาญและผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ วัสดุก่อสร้าง และเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัย ร่วมกันขับเคลื่อนมาตรฐาน “SC Green Mark” ภายใต้แนวคิด “ดีต่อโลก ดีต่อคุณ”

ทั้งนี้ มาตรฐาน SC Green Mark เริ่มนำร่องใช้กับโครงการบ้านเดี่ยวที่เปิดตัวใหม่ในไตรมาส 3 ปี 2569 ได้แก่ โครงการแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์–พรานนก โดย SC นำแนวคิด Passive Design มาใช้ตั้งแต่กระบวนการออกแบบ โดยอาศัยธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการจัดวางช่องแสงเพื่อใช้ประโยชน์จากแสงธรรมชาติ การออกแบบช่องระบายอากาศเพื่อส่งเสริมการถ่ายเทอากาศ ตลอดจนการเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่ ช่วยลดการพึ่งพาพลังงานในชีวิตประจำวัน ควบคู่กับการเลือกใช้วัสดุและเทคโนโลยีที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

พร้อมนำเสนอ “13 Touchpoints” หรือ 13 จุดกรีนที่จับต้องได้ภายในบ้าน ผ่านการจัดแสดงวัสดุ ผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมจากพันธมิตรที่ร่วมพัฒนาโครงการ เพื่อให้เห็นตัวอย่างการนำมาตรฐาน SC Green Mark มาใช้จริงในบ้านนำร่องแห่งนี้ ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างและวัสดุก่อสร้าง ไปจนถึงระบบและเทคโนโลยีภายในบ้าน ที่ช่วยยกระดับทั้งคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยและการดูแลสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย

  1. โครงสร้างเหล็กคุณภาพสูง ลดการใช้ทรัพยากรตั้งแต่ต้นทาง สร้างบ้านยั่งยืนตั้งแต่กระดุมเม็ดแรก ด้วยเหล็ก TATA TISCON ของ ทาทา สตีล ซึ่งผลิตด้วยเทคโนโลยี Electric Arc Furnace (EAF) ที่ใช้เหล็กรีไซเคิลเป็นวัตถุดิบ พร้อมบริการ Cut & Bend ช่วยลดเศษวัสดุจากการก่อสร้างและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
  2. คอนกรีตคาร์บอนต่ำ ลดผลกระทบโดยไม่ลดทอนคุณภาพ เลือกใช้ “อินทรีเพชร Easy Flow” ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกที่มีประสิทธิภาพสูงที่ช่วยลดการปล่อย CO₂ และสนับสนุนการก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  3. ผนังอิฐมวลเบา ช่วยให้บ้านเย็นและประหยัดพลังงาน อิฐมวลเบา Low Carbon จาก Q-Con ที่มีฉลาก​ CFP (Carbon Footprint Product) และอีกหลากหลายมาตรฐานภายนอก ลดการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน ทำให้บ้านเย็นสบายและช่วยประหยัดพลังงาน ลดค่าไฟได้ถึงประมาณ 30%
  4. แสงสว่างที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานและการประหยัดพลังงาน เลือกใช้ผลิตภัณฑ์แสงสว่างจาก ATON และ Philips ที่ให้ความสำคัญกับอายุการใช้งานที่ยาวนาน การใช้วัสดุอย่างคุ้มค่า และการลดของเสียในกระบวนการผลิต
  5. สีบ้านที่ช่วยลดขั้นตอนและลดการใช้ทรัพยากร เลือกใช้สีพรีเมียมจาก TOA และ 4Seasons 2in1  ที่เป็นทั้งสีทับหน้าและรองพื้นในตัว ลดขั้นตอนการทาสี ลดการใช้น้ำ เวลา และคาร์บอน สะท้อนแสงอาทิตย์ได้สูงสุด 97.6% ช่วยลดอุณหภูมิผนังและการใช้พลังงานในบ้าน
  6. ฉนวนกันความร้อน ลดภาระเครื่องปรับอากาศ เลือกใช้ฉนวนกันความร้อน SCG รุ่น STAY COOL ที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อน 95% ช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านได้ 3–4 องศาเซลเซียส และประหยัดไฟแอร์ได้ถึง 47%
  7. ถังเก็บน้ำที่คำนึงถึงทั้งการใช้งานและการหมุนเวียนทรัพยากร ถังเก็บน้ำผลิตจากวัสดุ Food Grade ของ DOS แข็งแรง ทนทาน และปลอดภัยสำหรับการใช้งานในที่พักอาศัย โดยวัสดุสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ หรือ Recycle ได้ ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน
  8. เครื่องเติมอากาศ ยกระดับคุณภาพอากาศภายในบ้าน ระบบเติมอากาศจาก SCG ช่วยควบคุมคุณภาพอากาศภายในอาคารอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำจัดหรือยับยั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้อย่างน้อย 99%* ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
  9. พื้นลดแรงกระแทก เพิ่มความปลอดภัยให้ทุกวัย พื้นกระเบื้องยาง UNIX Shock Absorption Floor (SAF) ที่ช่วยซับแรงกระแทกและลดความรุนแรงจากการหกล้ม เหมาะสำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุและเด็ก พร้อมคุณสมบัติดูแลทำความสะอาดง่าย และมีการรับรองด้านสิ่งแวดล้อม เช่น EPD และ SGBC ระดับ Excellent
  10. โซลาร์เซลล์และระบบกักเก็บพลังงาน โซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ และการเตรียมระบบให้รองรับการติดตั้งเพิ่มเติมในอนาคต ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้พลังงานสะอาดและลดการพึ่งพาพลังงานจากแหล่งพลังงานทั่วไป ติดตั้งให้ทุกหลังของโครงการนำร่อง โดย Vasticity Assets
  11. บ้านอัจฉริยะ ชีวิตสะดวกสบาย พร้อมจัดการพลังงานอย่างคุ้มค่า ยกระดับการอยู่อาศัยด้วยระบบ RueJai Home Panel จาก RINTECH Smart Home Solution ที่ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยสามารถควบคุมระบบไฟส่องสว่าง กล้องวงจรปิด และอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านได้สะดวกผ่านหน้าจอควบคุมภายในบ้านหรือสมาร์ทโฟน
  12. เตรียมระบบรองรับ EV Charger ตั้งแต่การออกแบบบ้าน ตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านการเดินทางสู่พลังงานสะอาดด้วยการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานในบ้านให้รองรับการติดตั้ง EV Charger สำหรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าด้วยกำลังสูงสุด 22 kW ผ่านระบบไฟฟ้า 3 เฟส โดยมีผลงานของ B.Grimm Technology โชว์ในบ้านนำร่อง
  13. โซลูชันห้องน้ำ เพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน นำเสนอนวัตกรรมสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำจาก American Standard, GROHE และ INAX โดยขับเคลื่อนแนวคิด Zero Carbon และ Circular Living รวมถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐาน Cradle to Cradle® และความมุ่งมั่นด้านการลดคาร์บอนและการจัดการทรัพยากรน้ำ

ทั้งนี้ นี่ถือเป็นเพียง “โฉมแรก” ของมาตรฐาน “SC Green Mark” โดย SC ตั้งเป้าภายใน 5 ปีข้างหน้า ให้อาคารในทุกธุรกิจจำนวน 4,000 อาคารผ่านมาตรฐานดังกล่าว ซึ่งกำหนดเกณฑ์การประเมิน 2 ขั้นตอน ได้แก่ 1) ผ่านข้อกำหนดพื้นฐาน (Pre-requisite) ครบทุกข้อ และ 2) ผ่านการประเมินตามเกณฑ์คะแนนที่กำหนด ครอบคลุม 3 ด้านหลัก คือ “ดีต่อคน ดีต่อโลก และดีด้วยนวัตกรรม” เพื่อให้มั่นใจว่าอาคารทุกประเภทของ SC ทั้งบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม โรงแรม คลังสินค้า และอาคารสำนักงาน ตอบโจทย์ความยั่งยืนควบคู่กับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคารอย่างแท้จริง

#SC #SCisQuality #SCแบรนด์บ้านเดี่ยวอันดับ1 #SCผู้นำบ้านพรีเมียม #SCGreenMark

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad