ตำรวจภูธรภาค ๑ แถลงข่าว การจับกุมยาเสพติดรายสำคัญเครือข่ายลำเลียงยาเสพติด "นักบิน หนองแค" ของกลาง ยาไอซ์ ๒๘๔ กิโลกรัม มูลค่าประมาณ ๙๐ ล้านบาท - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ตำรวจภูธรภาค ๑ แถลงข่าว การจับกุมยาเสพติดรายสำคัญเครือข่ายลำเลียงยาเสพติด "นักบิน หนองแค" ของกลาง ยาไอซ์ ๒๘๔ กิโลกรัม มูลค่าประมาณ ๙๐ ล้านบาท


 นโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กำหนดให้ “ปัญหายาเสพติด” เป็นวาระเร่งด่วนและภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ โดยมุ่งเน้นการปราบปรามผู้ผลิต ผู้ค้า เครือข่ายอาชญากรรมที่เกี่ยวข้อง การสกัดกั้นยาเสพติด และการยึดทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิด ภายใต้แนวคิด “ปราบปรามและบังคับใช้กฎหมาย เพื่อขจัดยาเสพติด อย่างจริงจัง”

 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร., พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.

                                    


ตำรวจภูธรภาค ๑ โดย พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.สถาพร เอมโอษฐ์ รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1,พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง รอง ผบช.ภ.1 สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค ๑ โดย นายกฤติพงศ์ บุญผา ผอ.ปปส.ภ.1, กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค ๑ โดย พล.ต.ต.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี ผบก.สส.ภ.1, ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดย พล.ต.ต.เขมพัทธ์ โพธิพิทักษ์ ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา, พ.ต.อ.ชรินทร์ บัวเผื่อนหอม ผกก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ร่วมกับ พ.ต.อ.วิศิษฎ์ มะอักษร รอง ผบก.สส.ภ.1/ หัวหน้า ชปส.ศอ.ปส.ภ.๑ ชุดที่ ๑, พ.ต.อ.พุฒิพงศ์ อินธาระ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.ภ.๑/ รองหัวหน้า ชปส.ศอ.ปส.ภ.๑ ชุดที่ ๑, พ.ต.อ.จรูญโรจน์ สุขไทย ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.๑/ รองหัวหน้า ชปส.ศอ.ปส.ภ.๑ ชุดที่ ๑, พ.ต.ท.ภูเมธ วชิรภัทรสิริ รอง ผกก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา, พ.ต.ท.ปรัชญ์ อุปริกชาติพงษ์ รอง ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.1,พ.ต.ท.ภานุวัฒน์ กาละศรี รอง ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.1, พ.ต.ท.ชยากร บุญมา รอง ผกก.ฯ ช่วยราชการ กก.ปพ.บก.สส.ภ.1, พ.ต.ท.สมพร ลอยกระโทก สว.กก.ปพ.บก.สส.ภ.1 ได้ร่วมสืบสวนจับกุม ผู้ต้องหาที่ทำหน้าที่ลำเลียง จัดเก็บ และแพร่กระจายยาเสพติด เครือข่าย “นักบิน หนองแค” จำนวน 5 คน ได้แก่

 1. นายธนบดีฯ อายุ 46 ปี ทำหน้าที่ขับรถลำเลียงยาเสพติด มีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.หนองแค จ.สระบุรี

2. นายธนพงศ์ฯ อายุ 27 ปี นั่งมาในรถลำเลียงยาเสพติด มีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี

  3. นายอดุลศักดิ์ฯ อายุ 44 ปี ทำหน้าที่ขับรถนำเพื่อสำรวจเส้นทาง มีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์

4. นายปฐมพงษ์ฯ อายุ 21 ปี นั่งมาในรถเพื่อสำรวจเส้นทาง มีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา

5. นายสมัยฯ อายุ 38 ปี นั่งมาในรถเพื่อสำรวจเส้นทาง มีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม


         พร้อมด้วยของกลาง คือ 

1) ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) น้ำหนักประมาณ 284 กิโลกรัม (มูลค่าประมาณ 90 ล้านบาท)

       2) รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น Mu-x หมายเลขทะเบียน 9 กฆ 6285 กรุงเทพมหานคร (ใช้ลำเลียงยาเสพติด) 

       3) รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น ดีแม็กซ์ หมายเลขทะเบียน ผก 4215 สระบุรี (ใช้ขับนำเพื่อสำรวจเส้นทาง) 

       4) โทรศัพท์เคลื่อนที่ จำนวน 5 เครื่อง 

 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า, ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป (ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 มาตรา 145 มีอัตราโทษ จำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึงจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงห้าล้านบาท หรือประหารชีวิต)

พฤติการณ์ในการจับกุม จากการสืบสวนหาข่าวของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด ภ.1 (ชปส.ศอ.ปส. ภ.๑) ทำให้ทราบว่า นายอดุลศักดิ์ฯ (ผู้ต้องหาที่ 3) มีพฤติการณ์ใช้รถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน ผก 4215 สระบุรี (ของกลางลำดับที่ 3) ลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เพื่อนำมาส่งในพื้นที่ภาคกลาง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้สืบสวนติดตามพฤติการณ์ จนเมื่อวันที่ 17 ต.ค.69 เวลาประมาณ 23.00 น. พบรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน ผก 4215 สระบุรี ถูกขับเข้าไปในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ และจากนั้นได้ขับมุ่งหน้าเข้ามาในพื้นที่ภาคกลาง ต่อมาได้สืบสวนเพิ่มเติมจนทราบว่า รถยนต์กระบะคันดังกล่าวทำหน้าที่ขับนำเพื่อสำรวจเส้นทางให้รถลำเลียงยาเสพติด ซึ่งเป็นรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น Mu-x หมายเลขทะเบียน 9 กฆ 6285 กรุงเทพมหานคร (ของกลางลำดับที่ 2) เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงวางแผนติดตามรถยนต์ทั้ง 2 คัน และสามารถติดตามไปจับกุมรถยนต์หมายเลขทะเบียน 9 กฆ 6285 กรุงเทพมหานคร (รถลำเลียงยาเสพติด) โดยมีนายธนบดีฯ เป็นผู้ขับรถ (ผู้ต้องหาที่ 1) และนายธนพงศ์ฯ ผู้ร่วมนั่งมาในรถ (ผู้ต้องหาที่ 2) ได้ที่บริเวณริมถนนพหลโยธิน (ทล.1) ฝั่งมุ่งหน้าไป จ.นครสวรรค์ เขตพื้นที่ ต.ย่านมันทรี อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 18 ต.ค.69 เวลาประมาณ 04.54 น. โดยตรวจพบยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 284 กิโลกรัม (ของกลางลำดับที่ 1) อยู่ภายในรถคันดังกล่าว และได้ติดตามไปจับกุมรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน ผก 4215 สระบุรี (รถนำเพื่อสำรวจเส้นทาง) มีนายอดุลศักดิ์ฯ เป็นผู้ขับรถ (ผู้ต้องหาที่ 3), นายปฐมพงศ์ฯ ผู้ร่วมนั่งมาในรถ (ผู้ต้องหาที่ 4) และนายสมัยฯ ผู้ร่วมนั่งมาในรถ (ผู้ต้องหาที่ 5) จับได้ที่บริเวณถนนสายเอเชียฝั่งมุ่งหน้า จ.พระนครศรีอยุธยา เขตพื้นที่ ต.ท่าตอ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อเวลาประมาณ 06.50 น.ของวันที่ 18 ต.ค.69 จากการสืบสวนหาข่าวเชื่อได้ว่า ยาไอซ์ของกลาง ถูกลำเลียงมาจากพื้นที่ชายแดนภาคอีสานตอนบน แล้วนำมาส่งต่อให้กับกลุ่มผู้ต้องหานี้ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ เพื่อจะลำเลียงไปส่งต่อให้กับผู้รับในพื้นที่ จ.ชัยนาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.พยุหะคีรี ภ.จว.นครสวรรค์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เหตุเกิดที่ ถนนพหลโยธิน (ทล.1) ฝั่งมุ่งหน้า จ.นครสวรรค์ กม.ที่ 318+800 ต.ย่านมันทรี อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ และถนนสายเอเชีย (ทล.32) กม.46+500 ฝั่งมุ่งหน้า จ.พระนครศรีอยุธยา ต.ท่าตอ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 18 ต.ค.2569 เวลาประมาณ 06.50 น.


ตำรวจภูธรภาค 1 ใคร่ขอประชาสัมพันธ์ถึงพี่น้องประชาชน การจำหน่าย หรือยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด มีอัตราโทษ ที่รุนแรง และยาเสพติดเป็นพิษ เป็นภัยต่อสังคม โดยในการจับกุมในครั้งนี้ เป็นการยับยั้งการแพร่กระจายของยาเสพติด ไปสู่ประชาชนได้เป็นจำนวนมาก ยาเสพติดของกลางหากถูกนำออกขายสู่ท้องตลาดจะมีมูลค่ากว่า 90 ล้านบาทเศษ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการขยายผลไปยังกลุ่มลูกค้า ผู้สั่งการ และบุคคลในเครือข่ายยาเสพติด รวมทั้งทรัพย์สิน ที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิด โดยจะนำกฎหมายเกี่ยวกับมาตรการสมคบ สนับสนุน ช่วยเหลือ ฟอกเงิน และ ยึดทรัพย์สิน มาใช้ดำเนินการกับบุคคลในเครือข่ายยาเสพติดอย่างเด็ดขาดต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad