เมื่อการส่งต่อความมั่งคั่
นายปัญญา เผยว่า หัวใจสำคัญของการพาธุรกิจกงสี ให้ข้ามผ่านยุคสมัยไม่ใช่เพี ยงแค่ผลกำไร แต่เริ่มต้นจากการตั้งคำถามที่ จริงใจว่า สมาชิกในครอบครัวยังควรทำธุรกิ จร่วมกันต่อไปหรือไม่ โดยต้องพิจารณาอย่างรอบด้านทั้ งจากความสัมพันธ์ของสมาชิ กในครอบครัว ค่านิยม วิสัยทัศน์ พันธกิจในระยะยาว ตลอดจนศักยภาพของสมาชิก หากเป้าหมายคือการเดินหน้าต่อ สิ่งที่ต้องรีบสร้างขึ้นทันทีคื อ โครงสร้างการกำกับดูแล (Governance) ที่ชัดเจน ซึ่งต้องครอบคลุมทั้งมิติ ของครอบครัว (Family) ความเป็นเจ้าของ (Ownership) และการบริหารธุรกิจ (Business) พร้อมรองรับด้ วยเอกสารทางกฎหมายที่เหมาะสมทั้ งกับครอบครัวและธุรกิจ เพื่อช่วยบริหารความเสี่ยง ป้องกันความขัดแย้ง และรักษาความต่อเนื่องของธุรกิ จได้
หนึ่งในกลยุทธ์ที่มีประสิทธิ ภาพสูงคือการจัดตั้ง บริษัทโฮลดิ้ง (Holding Company) เพื่อทำหน้าที่เป็นบริษัทแม่ถื อหุ้นในบริษัทประกอบการทั้ งหมดของครอบครัว โดยการรวบรวมหุ้นของสมาชิ กครอบครัวในโฮลดิ้งแทนการถือหุ้ นกระจัดกระจายในบริษัทลูก ซึ่งนอกจากจะช่วยให้การบริหารจั ดการทรัพย์สินทำได้ง่ายขึ้น ยังสร้างแต้มต่อทางภาษี โดยเฉพาะสิทธิประโยชน์การยกเว้ นภาษีเงินปันผลหากถือหุ้นตั้ งแต่ 25% ขึ้นไป ทำให้ครอบครัวสามารถต่ อยอดการลงทุนใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังรวมถึงการวาง Exit Plan หรือแผนการถอนตัวที่ชัดเจน เพื่อรองรับสถานการณ์ที่ ทายาทอาจต้องการแยกตัวหรือขายกิ จการ
สำหรับครอบครัวที่มีธุรกิจที่ ไม่พึ่งพากัน (No Synergy) นายปัญญาได้แนะกลยุทธ์สำคัญเพื่ อสร้างสมดุลระหว่างอิ สระและการเกื้อกูล โดยสามารถเลือกใช้ได้ตั้งแต่ การจัดสรรสินทรัพย์ ที่เปิดโอกาสให้สมาชิกแต่ละคนมี อิสระในการบริหารส่วนของตั วเองอย่างเต็มที่ แต่ยังคงมีจุดเชื่อมโยงผ่ านการถือหุ้นในโฮลดิ้งส่ วนกลางอย่างน้อย 5% เพื่อเป็นกลไกในการช่วยเหลื อสมาชิกในยามวิกฤต ไปจนถึงการบริหารจัดการสินทรั พย์ผ่านบริษัทโฮลดิ้งครอบครั วและการจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้ องกับโครงสร้างซึ่งรวมศูนย์ การจัดการมากกว่า โดยแม้สมาชิกจะแยกกันทำธุรกิ จของตัวเอง แต่มีการจัดสรรรายได้ และกำไรบางส่วนกลับเข้าสู่ กองกลางตามข้อตกลงทางกฎหมายที่ ชัดเจน เหล่านี้ไม่ใช่เพียงการจั ดสรรเงินทอง แต่คือการวางกติกาที่โปร่งใส เพื่อเปลี่ยนผ่านจากระบบเครื อญาติสู่ความเป็นสถาบันที่พร้ อมเติบโตอย่างยั่งยืนในโลกยุ คใหม่












ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น