MSCI Real Assets ระบุว่าจากมูลค่าการซื้อขายทรัพย์สินรวมในประเทศไทย ณ ปี 2568 JLL ครองอันดับ 1 ของการเป็นที่ปรึกษาด้านธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนตอกย้ำความเป็นผู้นำในประเทศไทยและในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรุงเทพฯ
, 21 เมษายน 2569 – เจแอลแอล (NYSE: JLL) ประกาศความสำเร็จในการรักษาตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการลงทุนอันดับ 1 ของประเทศไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 จากการจัดอันดับของ MSCI Real Assets ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาด และความสามารถในการให้คำแนะนำที่เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อนักลงทุนจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 เจแอลแอลครองอันดับ 1 จากมูลค่าธุรกรรมการลงทุนรวม และยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อบริษัทอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา
ภาพรวมตลาดการลงทุนในประเทศไทยในปี 2568 สะท้อนถึงการจัดสรรเงินทุนที่มีความรอบคอบและระมัดระวังมากขึ้น โดยนักลงทุนให้ความสำคัญกับสินทรัพย์คุณภาพสูงในทำเลศักยภาพที่สามารถสร้างรายได้ได้เร็ว รวมถึงโอกาสในกลุ่มโลจิสติกส์ โครงการมิกซ์ยูส และกลยุทธ์การปรับปรุงสินทรัพย์ให้สามารถแข่งขันได้ แม้การซื้อขายโดยรวมยังคงเป็นไปอย่างระมัดระวัง แต่สินทรัพย์คุณภาพสูงในทำเลหลักยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ สถานการณ์ดังกล่าว ทำให้เจแอลแอลมีบทบาทสำคุญในการใช้ความเชี่ยวชาญและฐานข้อมูลเพื่อให้คำแนะนำแก่นักลงทุน รวมถึงประสบการณ์การจัดโครงสร้างธุรกรรมภายใต้สภาวะการลงทุนที่มีความท้าทาย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้เจแอลแอลสามารถรักษาความเป็นผู้นำในประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง
“การรักษาตำแหน่งอันดับ 1 ในประเทศไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งที่เรามีกับนักลงทุนและเจ้าของสินทรัพย์ รวมถึงความสามารถในการส่งมอบผลลัพธ์ได้อย่างต่อเนื่องในทุกสภาวะตลาด เราขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านสำหรับความไว้วางใจที่มีให้กับบริษัทเจแอลแอลตลอดมา ทุกท่านมีส่วนสำคัญที่ทำให้เราบรรลุความสำเร็จในครั้งนี้” นายกฤช ปิ่มหทัยวุฒิ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย และหัวหน้าหน่วยธุรกิจบริการด้านการลงทุน เจแอลแอล ประเทศไทย กล่าว “ภาพรวมการลงทุนในประเทศไทยยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยนักลงทุนมีความรอบคอบมากขึ้นในการประเมินการลงทุน และให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานของสินทรัพย์ ทำเล และความมั่นคงของรายได้ในระยะยาว บทบาทของเราคือการช่วยลูกค้ารับมือกับความซับซ้อนดังกล่าวผ่านข้อมูลเชิงลึก การดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนทั้งในและต่างประเทศ”
ในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เจแอลแอลมีส่วนแบ่งตลาดรวมสูงถึง 50.5% ใน 5 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และมาเลเซีย โดยครองอันดับ 1 ใน 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม สะท้อนความแข็งแกร่งในธุรกิจที่ปรึกษาด้านการลงทุนในระดับภูมิภาค
ทั้งนี้ ในปี 2568 ทีมบริการด้านการลงทุนของเจแอลแอล ได้เป็นที่ปรึกษาในการบริหารจัดการธุรกรรมการซื้อขายในหลายประเทศ (sell-side cross-border transactions) รวมมูลค่ากว่า 703.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ใน 5 ตลาดที่มีการเติบโตสูง โดยเชื่อมโยงนักลงทุนระดับโลกเข้ากับโอกาสการลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพสูง ทั้งในกลุ่มโลจิสติกส์ ที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน และโครงการมิกซ์ยูส
ความสำเร็จของเจแอลแอล ประเทศไทย ได้รับแรงสนับสนุนจากแพลตฟอร์มข้อมูลเชิงวิเคราะห์แบบครบวงจร ที่ผสานความเชี่ยวชาญในตลาดท้องถิ่นเข้ากับเครือข่ายระดับภูมิภาคและความสัมพันธ์กับนักลงทุนทั่วโลก โดยบริษัทยังคงมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงเงินทุนข้ามพรมแดน และให้คำปรึกษาด้านธุรกรรมเชิงกลยุทธ์แก่ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ท่ามกลางสภาพตลาดที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น