ธนาคารไทยเครดิต ขานรับมาตรการ SMEs Secure+ ของ ธปท. เปิดตัว “สินเชื่อ SME กล้าช่วย” STANDBY รับมือวิกฤตเศรษฐกิจ ใช้ที่ดินเป็นหลักประกัน - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ธนาคารไทยเครดิต ขานรับมาตรการ SMEs Secure+ ของ ธปท. เปิดตัว “สินเชื่อ SME กล้าช่วย” STANDBY รับมือวิกฤตเศรษฐกิจ ใช้ที่ดินเป็นหลักประกัน

 


18 พฤษภาคม 2569 - ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) ขานรับมาตรการ “มีทรัพย์เพิ่ม เติมสภาพคล่อง” (SMEs Secure+) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดตัว “สินเชื่อ SME กล้าช่วย” ลุยช่วยผู้ประกอบการไมโครเอสเอ็มอีเพิ่มสภาพคล่องรับมือภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและผลกระทบจากสถานการณ์โลก ยืดหยุ่นทั้งการพิจารณารายได้และประวัติเครดิตบูโร เพียงมีที่ดินเปล่าหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เช่น อาคาร โรงงาน โกดังสินค้า ที่อยู่อาศัย ห้องชุด เป็นหลักประกัน เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ เพื่อช่วยประคับประคองธุรกิจให้เดินหน้าต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพยุงการจ้างงาน


นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “จากภาวะเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัว รวมถึงสถานการณ์สงครามและความไม่สงบในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อธุรกิจไมโครเอสเอ็มอีไทยอย่างต่อเนื่อง ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาตรการ ‘มีทรัพย์เพิ่ม เติมสภาพคล่อง’ (SMEs Secure+) ให้สถาบันการเงินผ่อนปรนการพิจารณาด้านรายได้และประวัติเครดิตบูโรเป็นการชั่วคราว และพิจารณามูลค่าหลักประกันควบคู่กันกับกระแสเงินสดได้”

“เพื่อขานรับนโยบายดังกล่าวของ ธปท. ธนาคารไทยเครดิตจึงเปิดตัว ‘สินเชื่อ SME กล้าช่วย’ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่มีที่ดินเปล่าหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง สามารถใช้เป็นหลักประกันในการยื่นขอสินเชื่อเพิ่มสภาพคล่องและเสริมศักยภาพธุรกิจได้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของธนาคารไทยเครดิตในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อทลายข้อจำกัดเดิมๆ ให้ผู้ประกอบการไมโครเอสเอ็มอี ซึ่งถือเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจไทย สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้อย่างต่อเนื่องและเท่าเทียม แม้ในช่วงเวลาวิกฤต สอดคล้องกับปรัชญาการดำเนินธุรกิจของธนาคารฯ ‘Everyone Matters ทุกคนคือคนสำคัญ’”


นายนาธัส กฤตวรานนท์ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริหารธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา ธนาคารไทยเครดิตยืนหยัด STANDBY เคียงข้างผู้ประกอบการไมโครเอสเอ็มอีในทุกวิกฤต ทั้งช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 และวิกฤตเศรษฐกิจในหลายช่วงเวลา ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ‘สินเชื่อ SME กล้าให้’ ที่มีเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อที่ยืดหยุ่น หรือ ‘สินเชื่อ SME กล้าสู้’ ที่นำโมเดล Risk-based Pricing มาใช้ประกอบการพิจารณา เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้มากขึ้นในอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม สอดรับกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและความต้องการเงินทุนเพื่อเพิ่มสภาพคล่องของธุรกิจ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้พอร์ตสินเชื่อไมโครเอสเอ็มอีและเอสเอ็มอีของธนาคารไทยเครดิตแตะ 123,000 ล้านบาท ในปี 2568”

นายนาธัส กล่าวเสริมว่า “ในปีนี้ ผู้ประกอบการไมโครเอสเอ็มอีจำนวนมากต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว วิกฤตพลังงานและห่วงโซ่อุปทานจากสถานการณ์การปิดช่องแคบฮอร์มุช ‘สินเชื่อ SME กล้าช่วย’ ถือเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการช่วยผู้ประกอบการฝ่าวิกฤตดังกล่าว โดยมีจุดเด่นที่ความยืดหยุ่นในการพิจารณารายได้และประวัติเครดิตบูโร เพียงผู้ประกอบการมีที่ดินเปล่าหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ก็สามารถนำมาใช้เป็นหลักประกันขอสินเชื่อได้ รวมถึงการรีไฟแนนซ์สินเชื่อธุรกิจจากสถาบันการเงิน (Bank) และผู้ให้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน(Non-bank) ที่ใช้ที่ดินเปล่าหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นหลักประกัน สอดรับกับนโยบายของ ธปท. ที่ต้องการให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้มากขึ้น ธนาคารฯ เชื่อมั่นว่า ‘สินเชื่อ SME กล้าช่วย’ จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการไมโครเอสเอ็มอีสามารถประคับประคองธุรกิจและพยุงการจ้างงานต่อไปได้อย่างมั่นคง ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจยังมีความท้าทายอย่างต่อเนื่อง”

สินเชื่อ SME กล้าช่วย เป็นสินเชื่อธุรกิจแบบใช้อสังหาริมทรัพย์ ทั้งที่ดินเปล่าและที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เช่น อาคาร โรงงาน โกดังสินค้า ที่อยู่อาศัย ห้องชุด เป็นหลักประกัน สำหรับผู้ประกอบการ SME ประเภทบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล วงเงินสินเชื่อสูงสุด 20 ล้านบาท (สำหรับวงเงินสินเชื่อแบบมีระยะเวลา) ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 10 ปี อัตราดอกเบี้ย ต่ำสุด 3 ปีแรก คงที่ 12.99% ต่อปี ปีที่ 4 เป็นต้นไป MRR+3.39% ต่อปี สูงสุด 3 ปีแรก คงที่ 18.99% ต่อปี ปีที่ 4 เป็นต้นไป MRR+9.39% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง MRR ตามประกาศของธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 3/2569 เริ่มใช้วันที่ 1 เมษายน 2569 ปัจจุบัน MRR = 9.60% ต่อปี ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตามประกาศธนาคารในเว็บไซต์ www.thaicreditbank.com หรือประกาศ ณ ที่ทำการสาขาธนาคาร) สำหรับผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ https://sme.thaicreditbank.com หรือสอบถามได้ที่ บริการผู้ช่วยธุรกิจส่วนบุคคล (STANDBY Assistant) โทร. 02-095-5999

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad