‘กุ้ง สุธิราช’ ถอดรหัสแคมเปญ “1 เรื่องเล่าก้าวสู่การป้องกัน” พลิกอินไซต์แชร์เรื่องราว สู่พลัง Social Movement พิชิตเป้าสูญเสียจากไข้เลือดออกเป็นศูนย์! - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

‘กุ้ง สุธิราช’ ถอดรหัสแคมเปญ “1 เรื่องเล่าก้าวสู่การป้องกัน” พลิกอินไซต์แชร์เรื่องราว สู่พลัง Social Movement พิชิตเป้าสูญเสียจากไข้เลือดออกเป็นศูนย์!


 แม้ “โรคไข้เลือดออก” จะเป็นโรคระบาดที่คนไทยคุ้นเคยกันมานาน จนหลายคนชินชาและมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว หรือคิดเพียงว่าเป็นแล้วก็รักษาหายได้ แต่ในความเป็นจริง สถิติความสูญเสียจากโรคนี้กลับรุนแรงและกระจายตัวไปในทุกช่วงวัยอย่างน่ากลัว แคมเปญ “1 เรื่องเล่าก้าวสู่การป้องกัน” ภายใต้แนวคิด “ZERO TO ZERO CAMPAIGN” ต้องการทลายมายาคติความคุ้นชินเดิม ๆ ของสังคมไทย และมุ่งเป้าขับเคลื่อนการสื่อสารเพื่อลดอัตราความสูญเสียให้กลายเป็นศูนย์ โดยพลิกมุมมองและพาทุกคนทำความเข้าใจความร้ายแรงของโรคนี้ในแง่มุมใหม่ ผ่านกระบอกเสียงที่ทรงพลัง ของ “กุ้ง-สุธิราช วงศ์เทวัญ” ศิลปินและพระเอกลิเกขวัญใจมหาชน ที่มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวสุดสะเทือนใจจากความสูญเสียน้องสาวผู้เปรียบเสมือนดวงใจ พร้อมที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนร่วมแบ่งปันประสบการณ์ตรงที่เกิดขึ้นกับตัวเองและคนที่คุณรัก


กุ้ง สุธิราช เล่าถึงเหตุผลสำคัญที่ตัดสินใจเข้าร่วมแคมเปญ “1 เรื่องเล่าก้าวสู่การป้องกัน” เพราะต้องการให้ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัว เป็นอุทาหรณ์และเกิดประโยชน์ต่อสาธารณชน เนื่องจากหลายคนยังคงชะล่าใจและมองไม่เห็นความรุนแรงที่แท้จริง จนกว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง

“ในความเป็นจริงไข้เลือดออกสามารถคร่าชีวิตคนเราได้ หรือส่งผลกระทบร้ายแรงถึงขั้นทำให้กลายเป็นผู้ป่วยนิทรา ที่สำคัญโรคร้ายนี้ไม่เลือกปฏิบัติว่าจะเกิดหรือไม่เกิดขึ้นกับใคร กรณี น้องวิ-วิรดา วงศ์เทวัญ แม้เป็นคนที่แข็งแรงมาก อาการป่วยก็ยังรุนแรงถึงขึ้นอวัยวะล้มเหลว ผมจึงเชื่อมั่นว่าแคมเปญนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ช่วยให้ทุกคนหันมาตระหนักรู้และป้องกันอย่างถูกวิธี เพื่อลดอัตราความสูญเสียให้กลายเป็นศูนย์” กุ้ง สุธิราช กล่าว

พระเอกลิเกขวัญใจมหาชน บอกว่า “ไอเดียของโครงการนี้ไม่ได้มุ่งหวังเป็นเพียงแค่การโฆษณา แต่ต้องการสะท้อนความจริงอันเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับครอบครัววงศ์เทวัญ โดยย้อนเวลากลับไปในวันที่น้องสาวล้มป่วย จากโรคที่เคยคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่กลับเป็นภัยเงียบใกล้ตัวที่ร้ายแรงที่สุด จนพรากชีวิตของคนที่รักมากที่สุดไปอย่างไม่มีวันกลับ”

สำหรับเบื้องหลังการถ่ายทำเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ในฉากมีเพียง กุ้ง สุธิราช ที่ถ่ายทอดความรู้สึกจากส่วนลึกของหัวใจอย่างตรงไปตรงมา ตั้งแต่วันแรกที่น้องสาวเริ่มมีอาการป่วยจนถึงวันที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ
 
“บรรยากาศในกองถ่ายค่อนข้างเงียบ ท่ามกลางภาพความทรงจำเก่าๆ ตั้งแต่สมัยวัยเยาว์ ช่วงเวลาที่ได้ร่วมงานร้องเพลงและเล่นลิเกร่วมกัน จนถึงช่วงที่น้องวิล้มป่วย ทุกคำพูดและทุกหยาดน้ำตาที่สื่อสารออกมา ล้วนกลั่นมาจากความรู้สึกของพี่ชายคนนี้ ที่หวังจะให้เรื่องราวนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจสังคม” กุ้ง สุธิราช กล่าว
 
ภายหลังแคมเปญ “1 เรื่องเล่าก้าวสู่การป้องกัน” เผยแพร่ออกไป กุ้ง สุธิราช บอกว่ากระแสตอบรับหลั่งไหลเข้ามาอย่างท่วมท้น มีทั้งกำลังใจและการมีส่วนร่วมของผู้คนในสังคมจำนวนมาก ที่ต่างมาแชร์ประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับโรคไข้เลือดออก ทั้งจากครอบครัวที่เคยเผชิญกับความสูญเสีย และผู้ที่รอดชีวิตจากอาการเจ็บป่วยที่รุนแรงแสนสาหัส ซึ่งกระแสตอบรับเหล่านี้สะท้อนชัดเจนว่า วันนี้สังคมไทยเริ่มตระหนักและเกิดความตื่นตัวในวงกว้าง ถึงพิษภัยของไข้เลือดออกอย่างจริงจัง โดยทุกคนไม่อยากให้ตนเองและคนที่รักต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานจากโรคนี้อีกต่อไป”
 
สุดท้ายนี้ กุ้ง สุธิราช ได้ฝากข้อคิดเตือนใจและแนวทางการรับมือว่า “ยุงลายตัวเล็กๆ มีพิษสงร้ายกาจกว่าที่คิด และเราไม่อาจรู้ได้เลยว่ายุงตัวไหนมีเชื้อ สิ่งสำคัญคือต้องหมั่นสังเกตอาการของคนในครอบครัว หากมีไข้สูงลอยอย่าชะล่าใจคิดว่าเป็นไข้หวัดธรรมดา ขอให้รีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและเข้าสู่กระบวนการรักษาโดยเร็วที่สุด ที่สำคัญไม่แพ้กันคือต้องร่วมมือกันทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และที่สำคัญที่สุดคือทุกวันนี้มี ‘วัคซีนป้องกันไข้เลือดออก’ ซึ่งเป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ช่วยลดความรุนแรงของโรค และลดโอกาสการเสียชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนหันมาป้องกันตั้งแต่ต้นทาง เพื่อปกป้องคนที่เรารักและเปลี่ยนความสูญเสียให้เป็นศูนย์ไปด้วยกัน” ด้วยความห่วงใยจากผม กุ้ง - สุธิราช วงศ์เทวัญ
 
สำหรับเบื้องหลังและที่มาของไอเดียสกัดความสูญเสียจากไข้เลือดออก ซึ่งพัฒนาไปสู่แคมเปญ “1 เรื่องเล่าก้าวสู่การป้องกัน” นั้น เกิดขึ้นจากความคิดตั้งต้นของ ประธาน อุดมทรัพย์วงศ์ Group Creative Director ที่ต้องการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความรุนแรงของไข้เลือดออก และแนวทางป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
 
“เราค้นพบอินไซด์สำคัญว่าคนเรามักกังวลกับความทรมานที่ต้องเผชิญในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ มากกว่าการเสียชีวิต โดยเฉพาะเมื่อมองจากความรุนแรงของโรคไข้เลือดออก ที่สามารถพัฒนาความรุนแรงจนนำไปสู่ภาวะอวัยวะล้มเหลวเฉียบพลัน หัวใจวาย หรือสมองเสียหายถาวรได้ ทีมงานจึงหยิบยกคีย์เวิร์ด ความน่ากลัวที่เป็นมากกว่าความสูญเสีย มากระตุ้นเตือนสังคม โดยเฉพาะพ่อแม่และผู้ดูแลผู้สูงอายุ ได้ตระหนักถึงความทรมานของโรคที่ร้ายแรงนี้ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากการตั้งรับเพื่อรักษา มาเป็นการสร้างเกราะป้องกันตั้งแต่ต้นทาง” ประธาน อุดมทรัพย์วงศ์ กล่าว
 
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ทำให้แคมเปญนี้ส่งพลังไปถึงหัวใจทุกคน คือการได้รับเกียรติจาก คุณกุ้ง-สุธิราช วงศ์เทวัญ ศิลปินชื่อดังที่ครอบครัวได้รับผลกระทบจากไข้เลือดออกโดยตรง มาร่วมเป็นกระบอกเสียงถ่ายทอดเรื่องราว
 
“ทีมงานรู้สึกประทับใจและยกย่องในความจริงใจของคุณกุ้งเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเรื่องราวของน้องสาวเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและสะเทือนใจ แต่คุณกุ้งไม่เพียงเปิดกว้างแต่ยังให้ข้อมูลตามความเป็นจริง เพราะมีเป้าหมายร่วมกันในการเปลี่ยนความสูญเสียส่วนตัวให้กลายเป็นแรงบันดาลใจ ที่จะช่วยปกป้องชีวิตของคนอื่น ๆ ในสังคม ไม่ให้ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดซ้ำรอยเดิม” Group Creative Director ผู้สร้างสรรค์แคมเปญกล่าว
 
นอกจากเรื่องราวที่ทรงพลังแล้ว แคมเปญนี้ยังประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น ในแง่ของยอดการมีส่วนร่วมบนโลกออนไลน์ ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการถอดรหัสพฤติกรรมพื้นฐานของคนไทย 3 ประการ คือ ชอบอ่านคอมเมนต์ ชอบแบ่งปันข้อมูลเพื่อช่วยเหลือกันและชอบทำบุญ จึงนำมาสู่กลยุทธ์ “การชวนทุกคนมาร่วมบริจาค 0 บาท” ผ่านกล่องความคิดเห็นใต้คลิปวิดีโอ ซึ่งเป็นการทลายกำแพงการสื่อสารรูปแบบเดิม ๆ ผ่านการสื่อสารสองทาง (Two-way Communication) ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้คนเข้ามาพิมพ์แชร์ประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับภัยไข้เลือดออก ส่งผลให้ปัจจุบันเกิด Community ขนาดใหญ่ที่มีการส่งต่อเรื่องราวจริงนับพันข้อความ ครอบคลุมทั้งเคสเด็กและผู้ใหญ่ กลายเป็นกระแสความตระหนักรู้ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของสังคมอย่างแท้จริง
 
ความสำเร็จจากแคมเปญในครั้งนี้ คือการผสานองค์ประกอบ 3 ส่วนเข้าด้วยกันอย่างแม่นยำ ทั้งความเข้าใจในธรรมชาติของแพลตฟอร์มสื่อ (Media Insight) ความเข้าใจส่วนลึกของกลุ่มเป้าหมาย (Target Insight) และการเลือกใช้ตัวบุคคลที่อินกับเรื่องราวอย่างแท้จริง จึงเกิดเป็นพลัง Content-Driven ที่สามารถขับเคลื่อนแคมเปญให้เติบโต ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ว่าการสื่อสารที่แม่นยำและเข้าใจมนุษย์ สามารถเปลี่ยนจาก “เรื่องเล่าบนโลกโซเชียล” ให้กลายเป็นพลังป้องกันโรค และร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เป้าหมายลดความสูญเสียจากไข้เลือดออกให้เป็นศูนย์ได้อย่างแท้จริง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad