“ซิตี้” ผนึก “บีโอไอ” เปิดทางทุนโลกสู่ไทย เชื่อมเครือข่ายนักลงทุนกว่า 180 ประเทศ และเขตการปกครอง เสริมศักยภาพไทยสู่จุดหมายการลงทุนระดับโลก - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

“ซิตี้” ผนึก “บีโอไอ” เปิดทางทุนโลกสู่ไทย เชื่อมเครือข่ายนักลงทุนกว่า 180 ประเทศ และเขตการปกครอง เสริมศักยภาพไทยสู่จุดหมายการลงทุนระดับโลก

  


 บีโอไอ” เผย FDI ไทยครึ่งปี 2569 โตแกร่ง กลุ่ม “ดิจิทัล-อิเล็กทรอนิกส์-เกษตรและอาหาร” ขึ้นแท่นอุตสาหกรรมดาวรุ่ง เร่งผนึกความร่วมมือรัฐ-เอกชน ส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาระบบนิเวศ

·      ซิตี้” เดินหน้าเชื่อมโยงนักลงทุนคุณภาพผ่านเครือข่ายใน 180 ประเทศและเขตการปกครองทั่วโลก หนุนไทยสู่จุดหมายการลงทุนนานาชาติ

·       ชู “โครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน และระบบชำระเงินดิจิทัลไร้รอยต่อ” แต้มต่อสำคัญของไทย เอื้อการดำเนินธุรกิจข้ามพรมแดนและการลงทุนจากทั่วโลก

กรุงเทพฯ 24 กรกฎาคม 2569 – ธนาคารซิตี้แบงก์ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Thailand Board of Investment - BOI หรือ บีโอไอ) ขับเคลื่อนการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) โดยอาศัยเครือข่ายของซิตี้ในกว่180 ประเทศและเขตการปกครอง เพื่อเชื่อมโยงนักลงทุนคุณภาพในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายสู่ประเทศไทย ควบคู่กับการร่วมมือกับสำนักงานบีโอไอในต่างประเทศจัดกิจกรรมโรดโชว์เพื่อเข้าถึงนักลงทุนในตลาดสำคัญและขยายโอกาสการดึงดูดกลุ่มทุนคุณภาพเข้าสู่ประเทศ พร้อมกันนี้ ซิตี้ยังนำเสนอโซลูชันทางการเงินครบวงจรที่ช่วยให้บริษัทข้ามชาติสามารถดำเนินธุรกิจในประเทศไทยได้อย่างไร้รอยต่อ ส่งเสริมศักยภาพประเทศไทยสู่จุดหมายการลงทุนระดับโลก

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กล่าวว่า “ประเทศไทยยังคงมีความโดดเด่นในฐานะศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากจุดแข็งด้านทำเลยุทธศาสตร์ ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน คุณภาพของบุคลากร ความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนมาตรการส่งเสริมการลงทุนจากภาครัฐ ส่งผลให้มีการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 (มกราคม-มิถุนายน) ประเทศไทยมีมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวมกว่า 1,473,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 37 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในจำนวนนี้เป็น FDI มูลค่ากว่า 1,368,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 80 ทั้งนี้ มูลค่าการลงทุนส่วนใหญ่ยังคงมาจากอุตสาหกรรมดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เกษตรและแปรรูปอาหาร ขณะที่ประเทศ/เขตเศรษฐกิจที่มีมูลค่าการขอรับการส่งเสริมการลงทุนสูงสุด ได้แก่ สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร จีน ไต้หวัน และญี่ปุ่น ตามลำดับ"

บีโอไอให้ความสำคัญกับการผลักดันความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อขับเคลื่อนให้ “การลงทุน” เป็นเครื่องยนต์หลักที่จะช่วยสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ และนำไปสู่การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยบีโอไอได้พัฒนามาตรการส่งเสริมการลงทุนอย่างต่อเนื่อง และได้เปิดตัวกลไกใหม่ "Thailand FastPass" ผนึกกำลัง 8 หน่วยงานภาครัฐ เพื่อร่นระยะเวลาอนุมัติ-อนุญาตที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนลงกว่าร้อยละ 20-50 ซึ่งกลไกนี้ได้ปลดล็อกเม็ดเงินลงทุนจริงเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า 7 แสนล้านบาท
การจับมือเป็นพันธมิตรระหว่างบีโอไอกับธนาคารซิตี้แบงก์ในครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญในการทำงานร่วมกับภาคธนาคาร เพื่อทำให้การดึงดูดและอำนวยความสะดวกโครงการลงทุนจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมเป้าหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น

มร.อมล กุปเต ผู้บริหารใหญ่ภูมิภาคเอเชียใต้และอาเซียน ธนาคารซิตี้แบงก์ กล่าวว่า “ซิตี้มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตของประเทศไทย ผ่านการสนับสนุนบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาจัดตั้งธุรกิจ ลงทุน และขยายการดำเนินงานในประเทศ โดยปีหน้า ในโอกาสที่ธนาคารก้าวสู่การดำเนินธุรกิจปีที่ 60 ปีในประเทศไทย ซิตี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ต่อยอดความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับบีโอไอให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยอาศัยความแข็งแกร่งของเครือข่ายระดับโลก เพื่อเชื่อมโยงนักลงทุนคุณภาพกับโอกาสการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ในประเทศไทย สร้างโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการลงทุนที่สำคัญของภูมิภาค”

ด้าน นางสาวนฤมล จิวังกูร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ซิตี้มีความเชี่ยวชาญเชิงลึกในประเทศไทย และมีประสบการณ์อันยาวนานในการสนับสนุนความสำเร็จของบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศ การยกระดับความร่วมมือกับบีโอไอในครั้งนี้ จะช่วยเร่งดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า และเศรษฐกิจดิจิทัล นอกเหนือจากการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนแล้ว ความร่วมมือดังกล่าวยังจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว ผ่านการพัฒนาบุคลากร การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี ตลอดจนการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน”

ภายใต้ความร่วมมือกับบีโอไอ ซิตี้พร้อมอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยให้กับลูกค้ากลุ่มบริษัทข้ามชาติ ผ่านโซลูชันธุรกรรมระหว่างประเทศที่ครอบคลุมบริการด้านการเงินเพื่อการค้า การบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน และการจัดการเงินทุน ช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารกระแสเงินสดระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับการดำเนินงานข้ามพรมแดนอย่างไร้รอยต่อ นอกจากนี้ ยังนำเสนอโซลูชันธุรกรรมภายในประเทศทั้งโซลูชันเพื่อการบริหารเงินทุนหมุนเวียน การบริหารสภาพคล่อง และการบริหารกระแสเงินสด ที่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบการชำระเงินดิจิทัลในประเทศไทยได้โดยตรง ช่วยให้ธุรกิจสามารถทำธุรกรรมได้ด้วยความเร็วระดับเรียลไทม์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad