เสียวหมี่เปิดเผยรายงาน ESG ฉบับล่าสุด ตอกย้ำความก้าวหน้าด้านความยั่งยืน และนวัตกรรมเทคโนโลยี - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569

เสียวหมี่เปิดเผยรายงาน ESG ฉบับล่าสุด ตอกย้ำความก้าวหน้าด้านความยั่งยืน และนวัตกรรมเทคโนโลยี

 


กรุงเทพฯ ประเทศไทย 29 เมษายน 2569 — บริษัท เสียวหมี่ คอร์ปอเรชัน (“Xiaomi” หรือ “กลุ่มบริษัท”) เปิดเผยรายงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล (ESG) ประจำปี 2568 ซึ่งนับเป็นรายงานฉบับที่ 8 ของบริษัท ที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ด้วยกลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยีหลักอันแข็งแกร่ง เสียวหมี่เดินหน้าผสานหลักการ ESG เข้ากับการดำเนินงานประจำวันของระบบนิเวศอัจฉริยะ “Human × Car × Home” อย่างต่อเนื่อง รายงานฉบับดังกล่าวยังนำเสนอความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีล้ำสมัยของเสียวหมี่ การกำกับดูแลกิจการอย่างโปร่งใส ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล และการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว ตลอดจนคำมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์สีเขียวที่พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน

เทคโนโลยีล้ำสมัยและการกำกับดูแลที่น่าเชื่อถือ

เสียวหมี่ยังคงมุ่งมั่นลงทุนในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีและกลยุทธ์การยกระดับสู่ตลาดพรีเมียมของกลุ่มบริษัท โดยในปี 2568 บริษัทมีค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ตลอดทั้งปีรวม 33.1 พันล้านหยวน และมีบุคลากรด้าน R&D จำนวน 25,457 คน คิดเป็น 45% ของพนักงานทั้งหมด

เสียวหมี่ได้สร้างขีดความสามารถด้าน AI ในรูปแบบ “โมเดลพื้นฐาน + โมเดลต่อยอดตามสถานการณ์การใช้งาน” ซึ่งได้ช่วยให้บรรลุเป้าหมายด้านเทคโนโลยีในระดับความสามารถทั่วไป ควบคู่ไปกับการปรับใช้งานให้เหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ศักยภาพของโมเดล AI ขนาดใหญ่ยังนำไปสู่ความก้าวหน้าครั้งสำคัญ และกำลังเร่งขับเคลื่อนระบบนิเวศอัจฉริยะ “Human × Car × Home” ให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น

เสียวหมี่เพิ่งเปิดตัวโมเดลขนาดใหญ่ที่พัฒนาขึ้นเองจำนวน 3 รุ่น สำหรับยุค Agentic AI ได้แก่ โมเดลพื้นฐานเรือธง Xiaomi MiMo-V2-Pro, โมเดลมัลติโหมดแบบครบวงจร Xiaomi MiMo-V2-Omni และโมเดลด้านเสียง Xiaomi MiMo-V2-TTS ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์หลังเปิดตัว Xiaomi MiMo-V2-Pro สามารถขึ้นสู่อันดับ 1 ด้านปริมาณการเรียกใช้งานรายสัปดาห์บน OpenRouter แพลตฟอร์ม API ระดับโลก อีกทั้งยังได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับ 8 ของโลก และอันดับ 2 ของจีน บนดัชนี Artificial Analysis Intelligence Index

เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนจากภูมิทัศน์ด้านกฎระเบียบ AI ทั่วโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เสียวหมี่ได้นำแนวทาง Ethical Guidelines for Trustworthy Artificial Intelligence ของสหภาพยุโรปมาใช้อ้างอิง พร้อมเสนอแนวคิด “Trustworthy AI” เพื่อให้มั่นใจว่าโมเดล AI ของบริษัทมีความเป็นธรรม ครอบคลุมทุกกลุ่มผู้ใช้ และน่าเชื่อถือ นอกจากนี้เสียวหมี่ยังยึดแนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแล AI ที่น่าเชื่อถือ ครอบคลุมทั้งด้านความเป็นส่วนตัว จริยธรรม และความปลอดภัยอย่างรอบด้าน

ความมั่นคงและปลอดภัยของข้อมูลและการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว

เสียวหมี่มุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่น่าเชื่อถือใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ ความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว การปฏิบัติตามข้อกำหนด และความโปร่งใส ศักยภาพและแนวปฏิบัติด้านการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของบริษัทได้รับการรับรองและประเมินผลจากองค์กรชั้นนำระดับสากล อาทิ การรับรองมาตรฐานระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ISO 27001 ซึ่งครอบคลุมสิ่งอำนวยความสะดวกด้านปฏิบัติการทางเทคนิคของบริษัท 100% รวมถึงการรับรองมาตรฐานระบบบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคล ISO 27701

เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัยบนอุปกรณ์ และปกป้องความเป็นส่วนตัวรวมถึงทรัพย์สินดิจิทัลสำคัญของผู้ใช้เสียวหมี่ได้พัฒนาระบบปฏิบัติการความปลอดภัย MiTEE ขึ้นเอง โดยทำงานอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบแยกส่วนที่แยกออกจากระบบหลักอย่างอิสระ แนวทางดังกล่าวช่วยให้ข้อมูลสำคัญ เช่น ข้อมูลใบหน้าเพื่อการยืนยันตัวตน ข้อมูลรับรองการชำระเงิน โทเคนบัญชีผู้ใช้ และกุญแจดิจิทัลสำหรับยานยนต์ ยังคงอยู่ภายในอุปกรณ์เท่านั้น และไม่ถูกส่งออกนอกอุปกรณ์หรือปลายทางใช้งาน

สำหรับการคุ้มครองข้อมูลข้ามอุปกรณ์ เสียวหมี่ยึดมั่นใน 4 หลักการสำคัญอย่างเคร่งครัด ได้แก่ การให้สิทธิ์ก่อนเป็นอันดับแรก (Authorization First), การเข้ารหัสแบบ End-to-End และไม่ทิ้งร่องรอยข้อมูล (End-to-End & No Trace), การปกป้องอย่างสม่ำเสมอในทุกอุปกรณ์ (Consistent Protection) และการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย (Secure Link) หลักการเหล่านี้ช่วยยกระดับมาตรฐานการปกป้องข้อมูลในทุกสถานการณ์การทำงานร่วมกันระหว่างหลายอุปกรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อคุ้มครองสิทธิด้านข้อมูลของผู้ใช้งาน เสียวหมี่ได้กำหนดระยะเวลามาตรฐานในการดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล ไว้ที่ 15 วันทั่วโลก ซึ่งรวดเร็วกว่าระยะเวลา 1 เดือนตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป (GDPR) กำหนดไว้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมรักษาอัตราการตอบสนองคำขอได้ครบถ้วน 100%

ผลิตภัณฑ์สีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียน

ภายใต้แนวทาง 3R ได้แก่ Reduce, Reuse และ Recycle เสียวหมี่ได้บริหารจัดการประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ สมาร์ทโฟนหลายรุ่น อาทิ Xiaomi 15T Series และ REDMI K90 เลือกใช้โครงกลางเครื่องที่ผลิตจากอะลูมิเนียมหล่อขึ้นรูปความแข็งแรงสูงและการนำความร้อนสูง ซึ่งทำจากวัสดุรีไซเคิล 100% ขณะที่ตัวเรือนหัวชาร์จของสมาร์ทโฟนมีการใช้พลาสติกรีไซเคิลหลังการบริโภค (PCR) ที่สัดส่วน 30% นอกจากนี้รถยนต์ไฟฟ้า Xiaomi YU7 Series และ Xiaomi SU7 Series ยังมีสัดส่วนการใช้อะลูมิเนียมรีไซเคิลอยู่ที่ 14.2% และ 19% ตามลำดับ

เสียวหมี่ผสานแนวคิดคาร์บอนต่ำและพลังงานใกล้ศูนย์อย่างเป็นระบบเข้าสู่การออกแบบและการวิจัยพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2568 บริษัทได้เปิดตัวเทคโนโลยีการใช้พลังงานขณะสแตนด์บายต่ำเป็นพิเศษสำหรับหัวชาร์จ 100W เป็นรายแรกของโลก ซึ่งคาดว่าจะช่วยประหยัดการใช้ไฟฟ้าขณะสแตนด์บายได้หลายร้อยล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี นอกจากนี้ ธุรกิจตู้เย็นของบริษัทยังดำเนินโครงการลดการใช้โฟมโพลีสไตรีนแบบขยายตัว (EPS) ผ่านการปรับปรุงดีไซน์บรรจุภัณฑ์ ช่วยลดการใช้ EPS ต่อเครื่องได้ 620 กรัม และลดการใช้ EPS ต่อปีได้เกือบ 310 ตัน

ตลอดทั้งปีที่ผ่านมา มีสมาร์ทโฟนมือสองมากกว่า 2 ล้านเครื่องถูกนำกลับมารีไซเคิลผ่านโปรแกรมเทรดอิน ในตลาดต่างประเทศ เสียวหมี่ได้วางตำแหน่งโปรแกรมเทรดอินให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนระดับโลกของบริษัท โดยในปี 2568 บริษัทได้จัดตั้งศักยภาพด้านโครงการเทรดอินใน 14 ตลาด ทั้งนี้เมื่อสิ้นสุดรอบระยะเวลารายงาน โครงการดังกล่าวได้ครอบคลุมไปแล้วกว่า 24 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก ผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำมารีไซเคิลผ่านโครงการนี้ ครอบคลุมทั้งสมาร์ทโฟน สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า โทรทัศน์ สมาร์ทวอทช์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อีกหลากหลายประเภท

ความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เสียวหมี่ได้ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมเดินหน้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดการดำเนินงานและคุณค่าของห่วงโซ่ ให้สอดคล้องกับเป้าหมายจำกัดอุณหภูมิโลกไม่เกิน 1.5°C ตามความตกลงปารีส นอกจากนี้ บริษัทยังส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการด้านเทคโนโลยีที่มีความพร้อมรับมือผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศมากยิ่งขึ้นแก่ผู้บริโภคทั่วโลก

โรงงานอัจฉริยะเสียวหมี่และโรงงาน Xiaomi EV ได้รับการรับรองมาตรฐานระบบการจัดการพลังงาน ISO 50001 ที่โรงงาน Xiaomi EV บริษัทได้นำระบบ Regenerative Thermal Oxidizer (RTO) มาใช้ในการบำบัดก๊าซไอเสีย พร้อมนำความร้อนอุณหภูมิสูงกลับมาใช้ในห้องอบแห้ง ส่งผลให้สามารถกู้คืนพลังงานความร้อนได้รวม 38,333 กิกะจูลต่อปี นอกจากนี้ เทคโนโลยี Xiaomi HyperCasting ยังช่วยให้สายการผลิตมีความกะทัดรัดมากขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพระบบภายในเวิร์กช็อปงานหล่อแรงดันสูง ส่งผลให้ลดจำนวนชุดควบคุมอุณหภูมิ ลดภาระการดำเนินงาน และประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 1.82 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี เสียวหมี่ยังเดินหน้าปรับโครงสร้างโลจิสติกส์คาร์บอนต่ำอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งจากทางอากาศไปสู่ทางทะเลและทางรางมากขึ้น ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าได้ประมาณ 2,471 ตันในปี 2568

ในปี 2568 เสียวหมี่จัดหาพลังงานไฟฟ้าสีเขียวมากกว่า 40 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง คิดเป็นปริมาณที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ผ่านโมเดลที่ผสานการเชื่อมต่อพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาโดยตรงเข้ากับการซื้อขายไฟฟ้าสีเขียว โรงงานผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ เสียวหมี่ได้เดินหน้าการใช้พลังงานหมุนเวียนและการลดคาร์บอนจากไฟฟ้าที่จัดซื้อ ภายในปี 2569 บริษัทมีแผนให้ไฟฟ้าจากระบบโซลาร์เซลล์ที่เชื่อมต่อโดยตรง ครอบคลุมความต้องการใช้ไฟฟ้าราว 15% ของการใช้ไฟฟ้าต่อปี

เสียวหมี่ลงทุนในบริษัทคุณภาพสูงภายในห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ โดยมุ่งเน้นการลงทุนในเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ เช่น วัสดุน้ำหนักเบาระดับยานยนต์ และระบบบริหารจัดการความร้อนประสิทธิภาพสูง เพื่อผลักดันและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสะอาดอย่างกว้างขวาง

เสียวหมี่มุ่งมั่นใช้พลังแห่งนวัตกรรมทางเทคโนโลยีในการสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตอัจฉริยะที่ครบวงจร ไร้รอยต่อ และยั่งยืนแก่ผู้ใช้งานทั่วโลก

ข้อความสรุปข้างต้นคัดมาจากรายงาน ESG ปี 2568 โปรดดูรายงานฉบับเต็ม full report (หน้า 110-261) สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม

###

เกี่ยวกับเสียวหมี่

เสียวหมี่ก่อตั้งขึ้นในเดือนเมษายน 2553 และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Main Board of the Hong Kong Stock Exchange ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 (1810.HK) เสียวหมี่เป็นบริษัทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภคและอุตสาหกรรมการผลิตอัจฉริยะที่มีสมาร์ทโฟนและสมาร์ทฮาร์ดแวร์อัจฉริยะที่เชื่อมต่อด้วยแพลตฟอร์ม Internet of Things (IoT) เป็นแกนหลัก

ด้วยวิสัยทัศน์ “การเป็นมิตรของผู้ใช้งานและบริษัทที่ทันสมัยที่สุดในใจผู้ใช้งานทุกคน” เสียวหมี่จึงมีความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะพัฒนานวัตกรรม ประสบการณ์การใช้งานที่ดีเยี่ยม ตลอดจนการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะไม่ลดละการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในราคาที่เป็นมิตร เพื่อให้ทุกคนบนโลกนี้สามารถเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้

เสียวหมี่คือหนึ่งในบริษัทสมาร์ทโฟนชั้นนำของโลก ในเดือนธันวาคม 2568 ยอดผู้ใช้บริการรายเดือน (MAU) ทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 754.1 ล้านรายรวมสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต นอกจากนี้เสียวหมี่ยังเป็นผู้นำด้านการก่อตั้งแพลทฟอร์ม AIoT (AI+IoT) ของโลกโดยมีสินค้าอัจฉริยะเชื่อมต่อกับแพลทฟอร์มกว่า 1,079.2 ล้านเครื่อง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยยังไม่รวมสมาร์ทโฟน แล็ปท็อปและแท็บเล็ต

ในเดือนตุลาคม 2566 เสียวหมี่ได้อัปเกรดกลยุทธ์เป็นระบบนิเวศอัจฉริยะ “Human × Car × Home” ที่ผสานเอาอุปกรณ์ส่วนบุคคล ผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮม และรถยนต์เข้าไว้ด้วยกันไว้อย่างลงตัว เสียวหมี่ให้ความสำคัญกับมนุษย์อยู่เสมอ และมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การเชื่อมต่อที่ครอบคลุมและดียิ่งขึ้น ผลิตภัณฑ์ของเสียวหมี่มีวางจำหน่ายกว่า 100 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก และในเดือนกรกฎาคม 2568 เสียวหมี่ยังติดอันดับใน Fortune Global 500 นับเป็นการติดอันดับเป็นปีที่เจ็ดติดต่อกัน โดยอยู่ในลำดับที่ 297

เสียวหมี่เป็นส่วนหนึ่งของ Hang Seng Index, Hang Seng China Enterprises Index, Hang Seng TECH Index และ Hang Seng China 50 Index.

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเสียวหมี่ สามารถเข้าชมได้ที่ https://www.mi.com/th

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad