JaiDee และ Seedflex ประกาศเปิดตัวบริการ Pay-As-You-Sell Advance™ ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมระบบการให้เงินทุนหมุนเวียนสำหรับ SME ไทยที่ยืดหยุ่นตามรายได้เป็นครั้งแรก โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนับเป็นครั้งแรกที่นำเสนอสินเชื่อสำหรับร้านค้าที่ปรับเปลี่ยนได้ตามรายได้แก่ผู้ประกอบการ SME ของไทย ซึ่งเป็นเงินทุนที่ปรับเปลี่ยนได้ตามผลประกอบการจริงแทนที่จะเป็นการชำระคืนรายเดือนในอัตราคงที่ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการจัดการกระแสเงินสด
JaiDee คือบริษัทร่วมทุนของ DeeMoney บริษัทฟินเทคที่เชี่ยวชาญด้านบริการทางการเงินสัญชาติไทย และดำเนินงานภายใต้มาตรฐานการกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย ในขณะที่ Seedflex ได้นำเทคโนโลยี Pay-As-You-Sell Advance™ อันเป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะของบริษัท เข้ามาเสริมศักยภาพในความร่วมมือครั้งนี้ โดยเทคโนโลยีดังกล่าวได้ถูกนำไปใช้อย่างประสบความสำเร็จมาแล้วในตลาดประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย ผ่านความร่วมมือกับธนาคารและผู้ให้บริการชำระเงิน (PSPs) ชั้นนำ อาทิ Pine Labs, Boost, Allo Bank และ BSM
แม้ SME จะเป็นรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย แต่ผู้ประกอบการจำนวนมากยังเผชิญกับข้อจำกัดในการเข้าถึงเงินทุนอันเนื่องมาจากเงื่อนไขสินเชื่อแบบเดิมที่มักบังคับให้ชำระคืนในอัตราคงที่โดยไม่คำนึงถึงความผันผวนของยอดขาย ตลอดจนการเรียกหลักทรัพย์ค้ำประกัน และกระบวนการพิจารณาสินเชื่อที่ใช้ระยะเวลายาวนาน JaiDee จึงเข้ามาแก้ปัญหาดังกล่าว ด้วยการนำเสนอเงินทุนที่สอดคล้องกับผลประกอบการจริงของธุรกิจยุคใหม่แบบเรียลไทม์
ผลิตภัณฑ์ Pay-As-You-Sell Advance ของ JaiDee เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยที่มุ่งเน้นการเติบโต สามารถเข้าถึงเงินทุนหมุนเวียนโดยโดยพิจารณาจากประวัติยอดขายที่ตรวจสอบได้จริง โดยการชำระคืนจะใช้วิธีหักเป็นสัดส่วนจากยอดขายในอนาคต ซึ่งหมายความว่าผู้ประกอบการจะชำระคืนมากขึ้นในช่วงที่ยอดขายพุ่งสูง และชำระน้อยลงในช่วงที่ยอดขายชะลอตัว โดยไม่มีการเก็บค่างวดคงที่ ไม่มีค่าปรับการชำระล่าช้า และไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง
คุณสมบัติเด่นของผลิตภัณฑ์:
- พิจารณาจากประวัติยอดขายจริง ไม่ต้องรอผลการพิจารณาที่ยาวนานจากธนาคาร
- การชำระเงินคืนแบบยืดหยุ่นที่ปรับตามยอดขายจริงโดยอัตโนมัติ
- เชื่อมต่อโดยตรงกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ระบบ POS และช่องทางการชำระเงินต่าง ๆ
- ค่าธรรมเนียมแบบเหมาจ่ายครั้งเดียว ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
- สมัครผ่านออนไลน์ได้ทุกขั้นตอน ไม่ต้องเดินทางไปสาขา และไม่ต้องใช้เอกสาร
- พัฒนาบนโครงสร้างพื้นฐานที่สอดคล้องกับมาตรฐานและข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย
ปัจจุบัน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีผู้ประกอบการ MSME กว่า 7 ล้านรายที่ดำเนินธุรกิจแบบไร้เงินสด (Cashless Commerce) แต่ยังไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อดิจิทัลที่คล่องตัวได้ ซึ่งตัวเลขนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวภายในปี 2571 สำหรับในประเทศไทย SME มักเผชิญข้อจำกัดจากระบบสินเชื่อแบบเดิมที่ใช้เกณฑ์ตัดสินแบบคงที่ ไม่สอดคล้องกับสภาวะธุรกิจที่มีความผันผวน JaiDee จึงเข้ามาเพื่อปิดช่องว่างนี้ สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เกิดช่องว่างทางการเงินสำหรับร้านค้า (Credit Gap) เป็นมูลค่ามหาศาลถึง 1.1 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นสัดส่วนสำคัญของเศรษฐกิจที่สถาบันการเงินแบบดั้งเดิมยังไม่สามารถเข้าถึงได้ JaiDee (ใจดี) จึงเข้ามาแก้ปัญหานี้โดยตรง ด้วยการมอบโซลูชันทางการเงินที่ยืดหยุ่นและผูกกับรายได้ (Revenue-linked financing) ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของร้านค้าในยุคดิจิทัลโดยเฉพาะ
เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น JaiDee กำลังดำเนินการขอใบอนุญาตเพิ่มเติมเพื่อขยายรูปแบบการชำระคืนแบบสัดส่วนนี้ให้ครอบคลุมธุรกิจหลากหลายประเภทนอกเหนือจากอีคอมเมิร์ซ โดยตั้งเป้ามอบสินเชื่อดิจิทัลที่เข้าถึงง่ายให้กับผู้ประกอบการไทยในวงกว้างขึ้น
ดีแลน แก้วตา (Dylan Keota) ผู้ร่วมก่อตั้ง JaiDee กล่าวว่า “ผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพในการเติบโตสูง แต่สิ่งที่ยังขาดคือโซลูชันทางการเงินที่สอดคล้องกับการขยายตัวของธุรกิจ JaiDee มุ่งมั่นที่จะปิดช่องว่างนี้ ด้วยการส่งมอบเงินทุนในจังหวะที่สำคัญที่สุด พร้อมระบบการชำระคืนที่ผูกกับรายได้จริง ซึ่งนี่ไม่ใช่เพียงผลิตภัณฑ์สินเชื่อทั่วไป แต่คือความร่วมมือในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เพื่อการเติบโต การเปิดตัวในวันนี้เป็นเพียงก้าวแรกของเราเท่านั้น เรากำลังเดินหน้ายื่นขอใบอนุญาตเพิ่มเติม โดยเป้าหมายสูงสุดของเราคือการสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงสินเชื่อให้แก่ร้านค้าทุกแห่งในประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าการไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอีกต่อไป”
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น