บมจ.ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น (SUPER) เปิดงบไตรมาส 1/69 กำไรสุทธิ 601.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 264.12% รายได้รวม 2,053.15 ล้านบาท รับปัจจัยหนุนกำไรจากขายเงินลงทุนวินด์ฟาร์ม Gia Lai และต้นทุนการเงินลดลง หนุน EBITDA Margin สูง 92% ฟากซีอีโอ"จอมทรัพย์ โลจายะ" ระบุเร่งเครื่องธุรกิจพลังงานหมุนเวียนต่อเนื่อง จ่อ COD วินด์ฟาร์มเวียดนามเฟสแรก 99 MW ในเร็วๆ นี้ พร้อมมองหาโอกาสการลงทุนใหม่ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ดันผลงานเติบโตยั่งยืน
นายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SUPER) เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ ในไตรมาส 1/2569 (สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569) มีกำไรสุทธิ 601.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 264.12% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และมีรายได้รวม 2,053.15 ล้านบาท ขณะที่ EBITDA ก่อนผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและรายการพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนอยู่ที่ 1,826.41 ล้านบาท หรือคิดเป็น EBITDA Margin สูงถึง 92% สะท้อนศักยภาพการสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งจากธุรกิจโรงไฟฟ้าและเสถียรภาพของรายได้ระยะยาว
ปัจจัยที่สนับสนุนผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกปีนี้ปรับตัวดีขึ้น มาจากการบริหารพอร์ตการลงทุนและโครงสร้างทางการเงินอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯรับรู้กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม (วินด์ฟาร์ม) HBRE CHU PRONG WIND POWER FARM จำนวน 493.19 ล้านบาท รวมถึงได้รับผลบวกจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง หลังนำเงินจากการขายสินทรัพย์บางส่วนมาชำระคืนภาระหนี้และบริหารสภาพคล่อง
นอกจากนี้ บริษัทฯสามารถลดต้นทุนทางการเงินลง 17.07% จากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวลดลง ประกอบกับการบริหารหนี้สินอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเหลือ 2.04 เท่า
สำหรับทิศทางธุรกิจในปี 2569 ตั้งเป้ารายได้เติบโตจากปีก่อน โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการรับรู้รายได้จากวินด์ฟาร์ม 2 โครงการในประเทศเวียดนาม ซึ่งมีกำลังการผลิตรวม 129 เมกะวัตต์ ได้แก่ โครงการ Soc Trang กำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ และโครงการ Bac Lieu กำลังการผลิต 99 เมกะวัตต์ ที่จะเตรียมดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) และคาดว่าจะมีความชัดเจนการได้รับค่าไฟค้างชำระจากการไฟฟ้าเวียดนามในเร็วๆนี้
ทั้งนี้ ยังมองหาโอกาสการลงทุนใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ควบคู่กับการเจรจาพันธมิตรเพื่อร่วมพัฒนาโครงการในอนาคต อาทิ โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ และโรงไฟฟ้าขยะ เพื่อเสริมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ปัจจุบัน SUPER มีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา PPA รวมทั้งสิ้น 2,069.25 เมกะวัตต์ โดยได้ COD แล้ว 1,439.28 เมกะวัตต์ และหากรวมโครงการลม Bac Lieu เฟสแรก 99 เมกะวัตต์ ที่จะ COD ในไตรมาส 2/2569 จะส่งผลให้กำลังการผลิตที่ COD แล้วเพิ่มเป็น 1,538.28 เมกะวัตต์ เสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตพลังงานหมุนเวียน และสนับสนุนการเติบโตของรายได้และผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในระยะยาว
“ในปี 2569 บริษัทฯเชื่อว่าจะเห็นแนวโน้มผลประกอบการที่ดี ซึ่งยังคงมุ่งเน้นการบริหารโครงสร้างทางการเงินอย่างรอบคอบ ควบคู่กับการขยายการลงทุนในโครงการที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสม การมองหาโอกาสการลงทุนใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ การเจรจาพันธมิตรเพื่อร่วมพัฒนาโครงการในอนาคต อาทิ โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ และโรงไฟฟ้าขยะ เพื่อเสริมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว"นายจอมทรัพย์ กล่าวในที่สุด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น