ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงาน ประกาศความร่วมมือกับ CP Innovation Center of Excellence (CPIC) เร่งขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านพลังงาน AI และความยั่งยืน เสริมศักยภาพการเติบโตของ CP Group
นายซิงเจียง ปัง ประธานชไนเดอร์ อิเล็คทริคประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออก พร้อมด้วย นายมงคล ตั้งศิริวิช ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ ดูแลประเทศไทย ลาว และเมียนมา ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ CP Innovation Center of Excellence หรือ CPIC ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) โดยมี ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมลงนาม ณ Schneider Electric Innovation Hub ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมพลังงานและระบบอัตโนมัติของชไนเดอร์ อิเล็คทริค เพื่อร่วมศึกษาและพัฒนาโซลูชันด้านพลังงาน ความยั่งยืน และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI สำหรับธุรกิจในเครือเจริญโภคภัณฑ์
ภายใต้กรอบความร่วมมือ ทั้งสององค์กรจะร่วมกันศึกษาและพัฒนาโครงการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการพลังงาน การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การพัฒนากลยุทธ์ด้านความยั่งยืน ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ข้อมูล และ AI เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจแห่งอนาคต นอกจากนี้ยังครอบคลุมการร่วมกันจัดทำแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การวางแผน Decarbonization Roadmap การบริหารจัดการข้อมูลและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ รวมถึงการค้นหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจใน CP Group
ความร่วมมือดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้เกิดการศึกษาเทคโนโลยีใหม่ การดำเนินโครงการนำร่อง การพัฒนา Business Case และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น Executive Learning Program, Workshop, Learning Visit และ Knowledge Sharing เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของผู้บริหารและบุคลากรในด้าน ESG พลังงาน เทคโนโลยีดิจิทัล และ AI พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาโซลูชันและนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในภาคธุรกิจ
CPIC เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมยุคใหม่ มุ่งเน้นการวิจัยระดับโลกและการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาประยุกต์ใช้ในสาขา Biotechnology, Digital AI, Robotics, Clean Tech, Space Tech และ AgriTech โดยทำหน้าที่เชื่อมโยงแนวคิด บุคลากร และเทคโนโลยีข้ามสาขาวิชา เพื่อเร่งการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืนและขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี โดยปัจจุบันมี 3 ห้องปฏิบัติการหลัก ได้แก่ Biotech Lab สำหรับงานวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพและโภชนศาสตร์, Digital AI & Robotic Lab สำหรับงานวิจัยปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และ Data Center & Cloud
Lab สำหรับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล AI-Ready Infrastructure และ Hybrid Cloud โดยมีพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ทั้งจากภาครัฐ สถาบันการศึกษาชั้นนำ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น