บอร์ด WP ไฟเขียวเปิดโครงการซื้อหุ้นคืน 15 ล้านหุ้น ทุ่มวงเงิน 63 ลบ. ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. – 31 ธ.ค. 69 พร้อมบริหารสภาพคล่องหุ้น หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569

บอร์ด WP ไฟเขียวเปิดโครงการซื้อหุ้นคืน 15 ล้านหุ้น ทุ่มวงเงิน 63 ลบ. ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. – 31 ธ.ค. 69 พร้อมบริหารสภาพคล่องหุ้น หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน

 


บอร์ด บมจ.ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ (WP) เดินหน้าโครงการซื้อหุ้นคืน 15 ล้านหุ้น วงเงินไม่เกิน 63 ล้านบาท ดีเดย์ วันที่ 1 กรกฎาคม - 31 ธันวาคม 2569 ฟากผู้บริหาร "ชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง" ระบุเพื่อบริหารสภาพคล่องส่วนเกินให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเพิ่มอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจ



นางสาวชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) (
WP) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 6/2569  มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อการบริหารทางการเงิน โดยจะดำเนินการซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 15,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท จำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนคิดเป็น 2.94% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด คิดเป็นวงเงินซื้อคืนสูงสุดไม่เกิน  63  ล้านบาท โดยจะเข้าซื้อในตลาดหลักทรัพย์ฯและมีกำหนดระยะเวลาซื้อหุ้นคืน 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม - 31 ธันวาคม 2569

 

 


การเปิดโครงการซื้อหุ้นคืน เพื่อบริหารสภาพคล่องส่วนเกินให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเพิ่มอัตราส่วนผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น (ROE) และกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) อีกทั้ง เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯและนักลงทุน ต่อผลประกอบการและฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง” นางสาวชมกมล กล่าว

 

สำหรับแนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 คาดว่าผลประกอบการจะยังคงเติบโตต่อเนื่อง จากความต้องการใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลวภายในประเทศที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น ตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนและบริหารกลุ่มลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยตั้งเป้ายอดขายในปี 2569 ไว้ที่ 770,000 ตัน

 

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร WP กล่าวอีกว่า บริษัทฯ ยังคงมองหาโอกาสในการขยายการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มธุรกิจหลัก และธุรกิจด้านพลังงานทางเลือก โดยในส่วนของธุรกิจหลัก มีแผนเพิ่มจุดกระจายสินค้าให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และการให้บริการอย่างครบวงจร ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพในการควบคุมคุณภาพสินค้า สามารถกระจายสินค้าและให้บริการที่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งมีแผนลงทุนในธุรกิจใหม่ประเภทอื่นๆ ที่อยู่ในเทรนด์การเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อต่อยอดธุรกิจ และเสริมความมั่นคงในการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad