Provamed (โปรวาเมด) เปิดเกมรุกตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเป็นสิว (Acne Care) มูลค่ากว่า 1.3 พันล้านบาท ตอกย้ำความพร้อมด้านนวัตกรรมและมาตรฐานการพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับสากล ภายใต้บริษัท ซันโทรี่ เวลเนส ประเทศญี่ปุ่น ผู้นำอันดับ 1 ด้านผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและสุขภาพ ทุ่มงบการตลาดกว่า 20 ล้านบาท เปิดตัวแคมเปญ "No Acne, Always Ready" ดึง "วิลเลี่ยม-จักรภัทร แก้วพันธุ์พงษ์" ศิลปินและนักแสดงรุ่นใหม่นั่งแท่นพรีเซนเตอร์คนแรกของ Provamed Bio-Peptide Anti Acne Moisturizer เน้นเจาะกลุ่ม Gen Z โดยเฉพาะ พร้อมตั้งเป้าดันแบรนด์สู่ Top 5 ของตลาด Acne Care ในประเทศไทย ควบคู่กับการวางรากฐานขยายปีกสู่ตลาดต่างประเทศในอนาคต
นายอัตสึชิ อิโตะ (Alex) ประธานบริหาร บริษัท เอ็นบีดี เฮลท์แคร์ จำกัด บริษัทในเครือ ซันโทรี่ เวลเนส ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า นับตั้งแต่ เอ็นบีดี เฮลท์แคร์ ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม Suntory Wellness ตั้งแต่ปี 2567 แบรนด์ Provamed ได้รับการยกระดับอย่างต่อเนื่อง ผ่านการผสานองค์ความรู้ด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) นวัตกรรม และมาตรฐานการพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับสากล ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา แบรนด์ได้หลอมรวมแนวคิดและ DNA ด้านการวิจัยของญี่ปุ่น สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ Provamed ภายใต้แนวทาง “Clinically Proven Dermo Skincare" ที่ผสานความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ผิวหนังเข้ากับความเข้าใจผู้บริโภค เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ อ่อนโยน และตอบโจทย์ปัญหาผิวของคนเอเชียได้อย่างแท้จริง
สมรภูมิ Acne Care 1.3 พันล้านบาท วัดกันที่ความน่าเชื่อถือในระยะยาว
จากข้อมูลของ IQVIA ปี 2025 พบว่า ภาพรวมตลาดสกินแคร์ในกลุ่มเวชสำอางมีมูลค่ารวมสูงถึงประมาณ 2,400 ล้านบาท โดยมี กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเป็นสิว (Acne Care) เป็นเซกเมนต์ที่ใหญ่ที่สุด ด้วยมูลค่าตลาดสูงถึงประมาณ 1,336 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 56% ของตลาดรวมทั้งหมด
“แม้ว่าในปัจจุบันตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลปัญหาสิวจะมีการเติบโตในอัตราที่ค่อนข้างทรงตัวมากขึ้นเมื่อเทียบกับในอดีต และมีการแข่งขันจากทั้งแบรนด์ในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง แต่ Provamed (โปรวาเมด) ยังคงมองเห็นศักยภาพและโอกาสในการเติบโตของตลาดนี้จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป สิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดปัจจุบันคือ การแข่งขันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการแก้ปัญหาสิวอย่างรวดเร็วเหมือนในอดีต แต่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพจริง อ่อนโยนต่อผิว และมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับอย่างน่าเชื่อถือ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญของ Provamed (โปรวาเมด) ในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ในระยะยาว” นายอัตสึชิ กล่าว
ทุ่ม 20 ล้านบาท ปรับกลยุทธ์ดึง "วิลเลี่ยม" เพื่อเข้าถึงใจ Gen Z
สำหรับปีนี้ Provamed ได้ตั้งงบด้านการตลาดกว่า 20 ล้านบาท เปิดตัวแคมเปญ "No Acne, Always Ready" ดึง "วิลเลี่ยม-จักรภัทร แก้วพันธุ์พงษ์" ศิลปินและนักแสดงรุ่นใหม่ นั่งแท่นพรีเซนเตอร์คนแรกของ Provamed Bio-Peptide Anti Acne Moisturizer ตอกย้ำแนวคิดผิวที่ดีคือจุดเริ่มต้นของความมั่นใจในทุกวัน ทุกคนควรพร้อมใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องให้ปัญหาสิวมาเป็นอุปสรรค โดยภาพลักษณ์ของวิลเลี่ยมนั้นเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่มีความมั่นใจ มีพลังบวก สอดคล้องกับแนวคิดของแบรนด์ในการสนับสนุนให้ทุกคนกล้าที่จะใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ ที่สำคัญ Provamed (โปรวาเมด) ยังเป็นแบรนด์ที่พรีเซนเตอร์เคยใช้สินค้าจริง สำหรับยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ Authenticity มากกว่าการโฆษณา ประสบการณ์นี้จึงแสดงให้เห็นถึงความจริงใจและน่าเชื่อถือ
ส่ง "Bio-Peptide Anti Acne Moisturizer" ชิงเค้กตลาด
Provamed Bio-Peptide Anti Acne Moisturizer เป็นผลิตภัณฑ์ที่มาตอบโจทย์คนเป็นสิวที่มักกลัวการใช้มอยส์เจอไรเซอร์ เพราะกังวลเรื่องการอุดตัน ชูนวัตกรรม Liposomal Biomimetic Peptide ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลปัญหาสิวโดยเฉพาะ ช่วยลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย ผสานกับ Salicyloyl Decapeptide-10 ในการยับยั้งเชื้อ C. Acne พร้อมผลัดเซลล์ผิว ขจัดความมันส่วนเกิน และเสริมความแข็งแรงให้กับเกราะป้องกันผิวด้วย Post-Prebiotic Fatty Acids Complex ลดโอกาสการเกิดสิวซ้ำ มอบความชุ่มชื้นยาวนาน ตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เร่งรีบของคนรุ่นใหม่
โดยในงาน “Provamed ผิวดีศาสตร์ Academy” ที่เป็นการต่อยอดแคมเปญ Online สู่ On-ground ยังได้สร้าง Brand Experience และ Consumer Journey เพื่อให้ลูกค้าได้รู้จักและเข้าใจในผลิตภัณฑ์มากขึ้น ตั้งแต่การสร้างการรับรู้ การมีส่วนร่วม ไปจนถึงการทดลองใช้และการตัดสินใจซื้อ ถือเป็นอีกหนึ่งแคมเปญที่จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับ Provamed (โปรวาเมด) ในฐานะแบรนด์เวชสำอางที่เข้าใจผู้บริโภครุ่นใหม่ สามารถเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์และความมั่นใจในชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง
ก้าวต่อไปวางรากฐานสู่ตลาดสากล
สำหรับเป้าหมายของ Provamed (โปรวาเมด) ในปีนี้ แบรนด์มองทั้งมิติของยอดขายและความแข็งแกร่งของแบรนด์ควบคู่กัน โดยในเชิงธุรกิจจะตั้งเป้าผลักดันการเติบโตผ่านกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก โดยเฉพาะกลุ่ม Acne Care ที่มีโอกาสเติบโตสูงจากความต้องการของผู้บริโภค Gen Z ผ่านการสร้างการรับรู้แบรนด์ ควบคู่ไปกับการขยายการช่องทาง การเข้าถึงสินค้าไม่ว่าจะเป็นรูปแบบออนไลน์และ Health & Beauty Retail แต่สิ่งสำคัญคือสร้างการยอมรับจากทั้งผู้บริโภคและพันธมิตรทางการค้า ซึ่งนอกจากเป้าหมายการขึ้นสู่ Top 5 แบรนด์ในตลาด Acne Care ของประเทศไทย
แบรนด์ยังวางรากฐานให้ Provamed (โปรวาเมด) ก้าวสู่การเป็นแบรนด์ที่มีศักยภาพในการขยายตลาดสู่ต่างประเทศต่อไปในอนาคต














ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น