กรุงเทพฯ 29 มิถุนายน 2569 – จิม ทอมป์สัน แบรนด์ไอคอนิกไลฟ์สไตล์ระดับโลกจากเมืองไทย ฉลองครบรอบ 75 ปี ด้วยแคมเปญพิเศษ Jim and I: The Weaver's Stories บอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ผ่านมุมมองของ 12 บุคคลสำคัญที่เป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางความสำเร็จของแบรนด์ โดยแคมเปญนี้นำเสนอภาพยนตร์สั้น 12 เรื่อง ที่ชวนผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์จิม ทอมป์สัน มาเผยเรื่องราวอันน่าทึ่งผ่านคำถามเดียวกันว่า “อะไรคือเส้นด้ายแห่งความผูกพันที่เชื่อมโยงคุณกับจิม ทอมป์สัน”
Jim and I: The Weaver’s Stories คือการตอกย้ำว่าจิม ทอมป์สัน ไม่ใช่ผลงานของใครคนเดียว แต่เป็นมรดกที่ทอขึ้นจากผู้คนมากมายตลอดหลายทศวรรษ แคมเปญนี้บันทึกความผูกพันของทั้ง 12 บุคคลที่มีต่องานฝีมือและความสร้างสรรค์ ทุกเรื่องราวทอขึ้นเป็นภาพความสำเร็จของแบรนด์ตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน และแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยคือจุดเริ่มต้นและแหล่งรวมแรงบันดาลใจของแบรนด์เสมอมา
ภาพยนตร์สั้นเรื่องแรกจากแคมเปญได้เริ่มเผยแพร่ในเดือนมิถุนายนและจะทยอยเปิดตัวเรื่องต่อ ๆ ไปจนถึงเดือนกันยายน ทั้งบน YouTube, Instagram และ Facebook ของจิม ทอมป์สัน
โดยบุคคลที่ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวในแคมเปญล้วนมีเส้นทางชีวิตและอาชีพการงานที่ผูกพันกับจิม ทอมป์สัน ได้แก่ จรัมพร โชติกเสถียร กรรมการ บริษัท อุตสาหกรรมไหมไทย จำกัด, นิพนธ์ มนูทัศน์ ทายาทรุ่นที่สามแห่งชุมชนทอผ้าไหมบ้านครัว, บิล เบนสลีย์ สถาปนิก นักออกแบบตกแต่งภายในและภูมิสถาปนิก, ปาทริค เฟรย์ เจ้าของและผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์แห่ง Pierre Frey เมซงสิ่งทอและเฟอร์นิเจอร์ชั้นนำของฝรั่งเศส และผู้จัดจำหน่ายผ้าจิม ทอมป์สัน ทั่วยุโรป, กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), อันเดรียส ซิมเมอร์ ผู้ประกอบการสิ่งทอชาวเยอรมัน ผู้ถือหุ้นของจิม ทอมป์สัน และผู้เกี่ยวข้องกับเฮาส์สิ่งทอ Zimmer + Rohde, แอนโทนี ไทเลอร์ ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ, รชพร ชูช่วย สถาปนิก นักการศึกษา และผู้ร่วมก่อตั้งสตูดิโอออกแบบ all(zone) ในกรุงเทพฯ และกรรมการมูลนิธิเจมส์ เอช.ดับเบิลยู. ทอมป์สัน ซึ่งดูแลพิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน, เพชรพริ้ง สารสิน ลูกค้าผู้ผูกพันกับจิม ทอมป์สัน มาอย่างยาวนาน, บุญหลาย แปจะโปะ ช่างทอผู้อยู่เบื้องหลังงานฝีมือของจิม ทอมป์สัน มากว่าสี่ทศวรรษ, วัลยา จิราธิวัฒน์ ประธานกลุ่มเซ็นทรัล และแฟรงก์ แคนเซลโลนี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท อุตสาหกรรมไหมไทย จำกัด แบรนด์ จิม ทอมป์สัน
สำหรับ จรัมพร โชติกเสถียร แบรนด์จิม ทอมป์สัน อยู่รอบตัวเขามาตลอดตั้งแต่วัยเด็ก จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แม้แต่ในวันแต่งงาน เขาก็ยังเลือกสวมชุดที่ใช้ผ้าของจิม ทอมป์สัน สำหรับเขา แบรนด์จิม ทอมป์สัน เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ความเป็นไทยมาอย่างยาวนาน
นิพนธ์ มนูทัศน์ เป็นทายาทรุ่นสามของชุมชนทอผ้าไหมบ้านครัวที่ร่วมมือกับจิม ทอมป์สัน มาตั้งแต่ปี 2494 โดยจุดเริ่มต้นเกิดจากการค้นพบและความหลงใหลในฝีมือของช่างทอบ้านครัวของจิม ทอมป์สัน จนเกิดเป็นความร่วมมือในระยะยาวในเวลาต่อมา ล่าสุด หลังเวลาผ่านไปเกือบห้าทศวรรษ แบรนด์ได้ร่วมงานกับช่างทอบ้านครัวอีกครั้งในคอลเลกชันคอลแลบ Jim Thompson x Baan Krua เหมือนเป็นคำยืนยันว่าจิม ทอมป์สัน ไม่เคยทิ้งรากเหง้าของผ้าไหมไทย
บิล เบนสลีย์ ผูกพันกับแบรนด์ผ่านการร่วมงานเชิงสร้างสรรค์หลายครั้ง โดยครั้งหนึ่งเขาเคยบูรณะสวนของบ้านจิม ทอมป์สัน และสานต่อความสัมพันธ์มายาวนานหลายสิบปี และในปี 2569 ความสัมพันธ์นี้ก็เติบโตเป็นคอลเลกชัน Wild by Bill Bensley for Jim Thompson Home Furnishings พร้อมคอลเลกชันแฟชั่นที่กำลังจะตามมา ซึ่งหยิบเอางานดีไซน์ของเขามาใส่ลงบนเสื้อผ้า ซึ่ง บิล เบนสลีย์ได้เผยว่าคอลเลกชันนี้คือผลงานครั้งพิเศษที่หลอมรวมความคิดสร้างสรรค์และงานหัตถศิลป์อันประณีต
การเชื่อมโยงระหว่างแบรนด์กับ ปาทริค เฟรย์ เริ่มจากความชื่นชอบแบรนด์เป็นการส่วนตัวสู่การเป็นพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจคนสำคัญในฝั่งยุโรป เจ้าของและผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์แห่ง Pierre Frey เมซงสิ่งทอและเฟอร์นิเจอร์ชั้นนำของฝรั่งเศส คือผู้ที่พาผ้าจิม ทอมป์สัน ข้ามทวีปไปอวดสายตาชาวโลก และทำให้ผ้าไหมไทยยังคงมีเสน่ห์ในตลาดสากลมาจนถึงทุกวันนี้
กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ มองว่าจิม ทอมป์สัน เป็นแบรนด์ที่เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ความเป็นไทย โดยเขาเลือกผูกเนกไทผ้าไหมจิม ทอมป์สัน ในวันที่ไปรับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของการบินไทยประจำปากีสถาน เพราะสำหรับเขาแล้วผ้าไทยคือสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจและตัวแทนของวัฒนธรรมไทย โดยความผูกพันนั้นได้กลายมาเป็นความร่วมมือทางธุรกิจตั้งแต่ปี 2566 ได้แก่ กระเป๋าพร้อมชุดสิ่งอำนวยความสะดวก (Amenity Kit) สำหรับ Royal Silk Class (ชั้นธุรกิจ) ที่ทำต่อเนื่องสู่ปีที่สาม ไปจนถึงชุด Comfort Wear และปกเมนูดีไซน์ผ้าไทยในชั้น Royal First Class (ชั้นเฟิร์สคลาส)
อันเดรียส ซิมเมอร์ ร่วมแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับการเติบโตของจิม ทอมป์สันในแง่มุมทางเทคนิคและการผลิต ในฐานะผู้ประกอบการสิ่งทอชาวเยอรมัน ผู้ถือหุ้นของจิม ทอมป์สัน และคนของเฮาส์สิ่งทอ Zimmer + Rohde เขาคือคนสำคัญที่ถ่ายทอดความรู้และความเชี่ยวชาญด้านนี้เข้ามาจนทำให้ผ้าไหมไทยก้าวไปไกลถึงตลาดโลกได้ โดยไม่ทิ้งเสน่ห์ดั้งเดิม
แอนโทนี ไทเลอร์ เล่าความสัมพันธ์ระหว่างโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ กับจิม ทอมป์สัน ตั้งแต่สมัยร่วมงานกับโรงแรมในช่วงแรก ๆ ก็เห็นสินค้าของจิม ทอมป์สัน อยู่ทั่วทั้งโรงแรมแล้ว ไม่ใช่เพียงแค่ในร้านค้า แต่เป็นผ้าตกแต่งหลายพื้นที่ของโรงแรม มาจนถึงวันนี้ ทั้งสองแบรนด์ก็ยังเดินไปข้างกัน ด้วยความตั้งใจเดียวกันคือ อยากให้คนทั้งโลกได้เห็นว่างานฝีมือและการออกแบบของไทยไปได้ไกลในระดับสากล
รชพร ชูช่วย เป็นสถาปนิก นักการศึกษา และผู้ที่ทำงานสายวัฒนธรรม เธอนำภูมิปัญญาท้องถิ่น การเลือกวัสดุ และวิถีชีวิตของผู้คน มาปรับใช้กับงานสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ในฐานะกรรมการมูลนิธิเจมส์ เอช. ดับเบิลยู. ทอมป์สัน ที่ดูแลพิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน เธอมีบทบาทสำคัญในการดูแล ตีความ และกำหนดทิศทางให้แก่หนึ่งในสถานที่ทางวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดของไทย เพราะสำหรับเธอแล้ว บ้านจิม ทอมป์สัน ไม่ได้เป็นเพียงเรือนประวัติศาสตร์ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ หากยังเป็นผลงานสถาปัตยกรรมที่มีชีวิต และยังบอกเล่าเรื่องราวของงานฝีมือไทยและวิถีชีวิตได้เสมอ เธอจึงช่วยสานต่อภารกิจด้านวัฒนธรรมและการศึกษาของพิพิธภัณฑ์ พร้อมทำให้คุณค่าของที่นี่ยังคงได้รับการบอกเล่าต่อไป
เพชรพริ้ง สารสิน เป็นลูกค้าที่ผูกพันกับจิม ทอมป์สัน มาอย่างยาวนาน สำหรับเธอ แบรนด์นี้คือส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันมาตั้งแต่วัยเยาว์ และเปลี่ยนแปลงไปตามจังหวะชีวิตของเธอในแต่ละช่วง มุมมองของเธอจึงสะท้อนว่า จิม ทอมป์สัน นั้นยังคงอยู่เหนือกาลเวลา และเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นไทยร่วมสมัย
บุญหลาย แปจะโปะ ช่างทอมากฝีมือแห่งจิม ทอมป์สัน ที่อยู่กับแบรนด์มาตั้งแต่ปี 2527 ยังคงมุ่งมั่นทอผ้ามาจนถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นผ้าพันคอไหมทอมือ ผ้าไหมพื้น หรือผ้ามัดหมี่ ทุกผืนที่ออกจากมือของเธอ ล้วนเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้จิม ทอมป์สัน ยังคงเป็นจิม ทอมป์สัน มาจวบจนทุกวันนี้
วัลยา จิราธิวัฒน์ ประธานกลุ่มเซ็นทรัล มองว่า จิม ทอมป์สัน เป็นมากกว่าแบรนด์ไทยไอคอนิก แต่เป็นตัวแทนของงานหัตถศิลป์ การเชิดชูวัฒนธรรม และความงดงามในทุก ๆ วัน เธอได้เห็นแบรนด์เติบโตมาพร้อมกับเครือข่ายค้าปลีกของกลุ่มเซ็นทรัล เธอเล่าถึงบทบาทของเซ็นทรัลในการพาจิม ทอมป์สัน เดินทางไปสู่ลูกค้าทั่วประเทศ และขยายสาขาให้ครอบคลุมทั่วไทย ในมุมมองของเธอ จิม ทอมป์สัน เป็นแบรนด์ที่สามารถนำเสนอวัฒนธรรมไทยในรูปแบบร่วมสมัยและเข้าถึงใจคนทุกเจเนอเรชัน ซึ่งทำให้คนเปลี่ยนภาพจำของจิม ทอมป์สัน จากการเป็นแบรนด์สินค้าสำหรับโอกาสพิเศษสู่การเป็นแบรนด์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกวัน ตอกย้ำสถานะของจิม ทอมป์สันในฐานะแบรนด์ไลฟ์สไตล์ชั้นนำ ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความภูมิใจของหัตถศิลป์อันทรงคุณค่าและความคิดสร้างสรรค์ของไทย
แฟรงก์ แคนเซลโลนี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท อุตสาหกรรมไหมไทย จำกัด แบรนด์ จิม ทอมป์สัน ผู้มีความผูกพันกับแบรนด์อย่างลึกซึ้งทั้งในมุมของการบริหารและชีวิตส่วนตัว ความประทับใจแรกที่เขามีต่อจิม ทอมป์สัน เริ่มต้นขึ้นเมื่อครั้งเดินทางมาพักผ่อนที่เมืองไทยกับครอบครัว และเมื่อเข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มในปี 2564 เขาได้สัมผัสถึงความผูกพันของลูกค้าและจากคนภายในองค์กร ผ่านพนักงานที่อยู่กับบริษัทมาอย่างยาวนานและความผูกพันที่ผู้คนมีต่อแบรนด์ ภายใต้การบริหารของเขาในวันนี้ จิม ทอมป์สัน ยังคงเดินหน้าในฐานะแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก ที่ยืนหยัดอยู่บนรากของมรดกวัฒนธรรมที่มีคุณค่า พร้อมก้าวต่อไปสู่การเติบโตในอนาคต
แฟรงก์ แคนเซลโลนี กล่าวถึงแคมเปญว่า "แคมเปญนี้เปลี่ยนมุมในการเล่าเรื่อง ‘แบรนด์’ โดยเล่าผ่านผู้คนที่เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมหล่อหลอมแบรนด์ขึ้นมา เราตระหนักดีว่า จิม ทอมป์สัน เติบโตขึ้นมาด้วยแรงสนับสนุนที่อบอุ่นแน่นแฟ้นจากทั้งช่างฝีมือ พาร์ตเนอร์ นักสร้างสรรค์ และลูกค้าจากทั่วโลก ตลอด 75 ปีที่ผ่านมา การร่วมมือและความสัมพันธ์เหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จและพางานฝีมือไทยไปยืนอยู่บนเวทีโลก”
“วาระครบรอบ 75 ปีไม่ใช่เพียงหมุดหมายสำคัญของแบรนด์ แต่เป็นภาพสะท้อนการสานต่อมรดก เรื่องราวจากแคมเปญนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องเล่า แต่เป็นประสบการณ์จริงที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ เพราะการเล่าเรื่องคือหัวใจของจิม ทอมป์สัน มาโดยตลอด แคมเปญนี้จึงเป็นสื่อกลางให้ทุกคนได้สัมผัสเรื่องราวอันพิเศษจากบุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังแบรนด์” แฟรงก์ แคนเซลโลนี กล่าวเสริมภาพยนตร์สั้นแต่ละเรื่
องของแคมเปญ Jim and I: The Weaver's Stories ตอกย้ำว่ามรดกของจิม ทอมป์สัน ไม่ได้ถูกรักษาไว้
โดยใครคนใดคนหนึ่ง แต่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ผ่านความสัมพันธ์ ประสบการณ์ร่วม และการแลกเปลี่ยนทางความคิดที่
ไม่เคยหยุดนิ่ง
ติดตามรับชมแคมเปญ Jim and I: The Weaver's Stories ได้ทางช่องทางของจิม ทอมป์สัน ทั้ง YouTube, Instagram, Facebook และ
www.jimthompson.com
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น