ยังคงเดินหน้าครองใจผู้ชมทุกเพศทุกวัย พร้อมกระแสตอบรับเชิงบวกจากทั้งนักวิจารณ์และแฟนภาพยนตร์ทั่วโลก สำหรับ“Disney and Pixar’s Toy Story 5 ทอยสตอรี่ 5” ภาคใหม่ล่าสุดของแฟรนไชส์ภาพยนตร์แอนิเมชันระดับตำนานขวัญใจมหาชน ซึ่งหลังจากเข้าฉายก็กวาดรายได้ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง จนล่าสุดหลังจากผ่านสัปดาห์แรกก็ทำรายได้มุ่งหน้าสู่หลัก 100 ล้านบาทแล้ว ท่ามกลางเสียงชื่นชมว่าเป็นหนึ่งในภาคที่มีประเด็นร่วมสมัยและเข้าถึงผู้ชมยุคปัจจุบันมากที่สุด พร้อมพิสูจน์ให้เห็นว่าเรื่องราวของเหล่าของเล่นยังมีพลังในการเชื่อมโยงผู้คนทุกเจเนอเรชัน
ถ้ายังจำกันได้ Toy Story ภาคแรกในปี 1995 เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความกลัวของของเล่นที่หวั่นว่าจะถูกแทนที่ด้วยของเล่นชิ้นใหม่ และ Toy Story 3 คือบทบันทึกการเติบโตและการจากลาของเด็กคนหนึ่งที่ก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ พอมาถึงภาคนี้“Disney and Pixar’s Toy Story 5 ทอยสตอรี่ 5”กำลังพูดถึงความเปลี่ยนแปลงอีกรูปแบบหนึ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับเด็กทั่วโลกในเวลานี้ นั่นคือการเติบโตท่ามกลางเทคโนโลยี แม้ภาพยนตร์จะเล่าเรื่องผ่านความขัดแย้งระหว่าง Woody, Buzz Lightyear, Jessie และเหล่าของเล่น กับแท็บเล็ตอัจฉริยะอย่าง Lilypad แต่จากบทวิเคราะห์ของสื่อหลายสำนักต่างมองตรงกันว่า ประเด็นสำคัญของภาพยนตร์ไม่ได้อยู่ที่การเลือกข้างระหว่างของเล่นหรือหน้าจอ แต่เป็นคำถามที่ว่า “เด็กในยุคนี้ต้องการอะไรกันแน่”
และเมื่อมองลึกลงไปอีกระดับ The Verge วิเคราะห์ว่า ความน่าสนใจของตัว Lilypad อยู่ที่การเป็นตัวแทนของความต้องการทางสังคมของเด็ก จะเห็นว่า Bonnie ไม่ได้หลงใหลในเทคโนโลยีเพราะตัวเทคโนโลยีเอง แต่เธอหลงใหลในสิ่งที่มันมอบให้ นั่นคือมิตรภาพ การยอมรับ และความรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม นี่คือเหตุผลที่นักวิจารณ์หลายสำนักมองว่า“Disney and Pixar’s Toy Story 5 ทอยสตอรี่ 5” ไม่ได้พูดถึงการติดหน้าจอ แต่กำลังพูดถึงความเหงา เพราะในท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ Bonnie ต้องการไม่ใช่ตัวอุปกรณ์ แต่คือความรู้สึกว่าเธอเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม มีคนรับฟัง และมีคนอยากใช้เวลาร่วมด้วย ซึ่งเป็นความต้องการพื้นฐานที่เด็กทุกยุคทุกสมัยต่างมีร่วมกัน เพียงแต่ในโลกปัจจุบันเทคโนโลยีกลายมาเป็นช่องทางที่เด็กใช้เพื่อตอบสนองความต้องการเหล่านั้น
นอกจากนี้สิ่งที่ทำให้“Disney and Pixar’s Toy Story 5 ทอยสตอรี่ 5”แตกต่างจากภาพยนตร์หลายเรื่องที่พูดถึงเทคโนโลยี คือการไม่ตัดสินว่าแบบไหนถูกหรือผิด อย่างที่ The Guardian วิจารณ์ว่า Pixar จงใจไม่ทำให้ Lilypad กลายเป็นผู้ร้ายโดยสมบูรณ์ ขณะที่ The Verge มองว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าใจดีว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่อุปกรณ์ แต่อยู่ที่วิธีใช้งาน เพราะในขณะที่ Lilypad ช่วยให้ Bonnie เชื่อมโยงกับคนอื่น ก็อาจทำให้เธอห่างจากโลกแห่งจินตนาการ และแม้ว่าจะช่วยให้เด็กสื่อสารกันง่ายขึ้น แต่ก็อาจกลายเป็นพื้นที่ของแรงกดดันทางสังคม การเปรียบเทียบ และการถูกปฏิเสธได้เช่นกัน ดังนั้นแทนที่จะตอบคำถามว่าเทคโนโลยีดีหรือไม่ดี ภาพยนตร์กลับเลือกถามว่า “ผู้ใหญ่จะช่วยให้เด็กเติบโตท่ามกลางเทคโนโลยีได้อย่างไร”
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือการที่ The Washington Post เสนอข้อสังเกตว่า“Disney and Pixar’s Toy Story 5 ทอยสตอรี่ 5”อาจเป็นภาพยนตร์ที่ตั้งใจพูดกับพ่อแม่มากกว่า เพราะสิ่งที่หนังสะท้อนคือความรู้สึกลังเลของผู้ใหญ่ในยุคปัจจุบัน ที่รู้ทั้งรู้ว่าการปล่อยให้เด็กอยู่กับหน้าจอมีความเสี่ยง แต่ก็ไม่สามารถตัดลูกออกจากโลกดิจิทัลได้ แม้จะเห็นว่าการเล่นแบบเดิมมีคุณค่า แต่ก็รู้ว่าโลกในอนาคตต้องอาศัยทักษะทางเทคโนโลยี เลยพยายามตัดสินใจอย่างดีที่สุด แต่ก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่กำลังทำถูกหรือไม่อยู่ดี ซึ่งนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้สะเทือนใจผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก เพราะไม่ได้เล่าเรื่องของเล่นที่กำลังถูกแทนที่ แต่กำลังเล่าเรื่องของพ่อแม่ที่พยายามหาทางเลี้ยงดูลูกในโลกที่เปลี่ยนเร็วเกินกว่าจะมีคำตอบที่ใช่ที่สุด
สุดท้ายแล้ว“Disney and Pixar’s Toy Story 5 ทอยสตอรี่ 5”ไม่ได้พยายามบอกให้เด็กกลับไปเล่นของเล่น หรือบอกให้พ่อแม่ยึดหน้าจอออกจากมือลูก แต่กำลังชวนให้ทุกคนกลับมามองสิ่งที่อยู่เบื้องหลังการเล่นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นของเล่นหรือแท็บเล็ต ว่าสิ่งที่เด็กกำลังมองหาก็ยังคงเหมือนเดิม นั่นคือความสัมพันธ์ มิตรภาพ การยอมรับ และความรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนสำคัญสำหรับใครสักคน ดังที่ Tom's Guide สรุปประเด็นสำคัญของภาพยนตร์ไว้ว่า “ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการเลือกของเล่นหรืออุปกรณ์ดิจิทัล แต่เกี่ยวกับการเลือกคนที่เราใช้เวลาร่วมด้วย” และนั่นอาจเป็นสิ่งที่“Disney and Pixar’s Toy Story 5 ทอยสตอรี่ 5”อยากสื่อสารถึงทั้งเด็กและผู้ใหญ่ในยุคดิจิทัลมากที่สุด
ไปสนุกตื่นเต้นกับการปะทะระหว่างของเล่นและเทคโนโลยี แล้วอินไปกับประเด็นร่วมสมัยที่เข้าถึงใจพ่อแม่ เด็ก ๆ และคนทุกเจนใน“Disney and Pixar’s Toy Story 5 ทอยสตอรี่ 5” ได้แล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น