SPI จับมือ โตคิว-สห โตคิว ปั้นโมเดล "ศรีราชาแห่งอนาคต” รับคลื่นทุนโลก-ปั้นฮับเศรษฐกิจใหม่ EEC - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569

SPI จับมือ โตคิว-สห โตคิว ปั้นโมเดล "ศรีราชาแห่งอนาคต” รับคลื่นทุนโลก-ปั้นฮับเศรษฐกิจใหม่ EEC

 


บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPI ร่วมกับ โตคิว คอร์ปอเรชั่น (โตคิว) หนึ่งใน บริษัทพัฒนาเมืองชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น และบริษัท สห โตคิว คอร์ปอเรชั่น จำกัด (สห โตคิว) ลงนาม บันทึกความร่วมมือ (Memorandum of Understanding: MOU) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนา โครงการในพื้นที่ศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยมี นายวรยศ ทองตัน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหพัฒนา อินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน), Mr. Yoshinori Ogata, Executive Officer & Executive General Manager, International Business Division, Tokyu Corporation และ Mr. Masahiko Nishimoto กรรมการผู้จัดการ และ นายจักรกฤษณ์ สันติรัตนกุล กรรมการ บริษัท สห โตคิว คอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมลงนาม มุ่งต่อยอด ศักยภาพเมืองเศรษฐกิจสำคัญของประเทศสู่ศูนย์กลางการอยู่อาศัย การทำงาน และการลงทุนแห่งอนาคต ภายใต้แนวคิด "Modem Working Place" และ "Plenary Living Area" รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมใหม่ และการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)




นายวรยศ ทองตัน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ศรีราชา เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศไทยและเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจหลักของเขตพัฒนาพิเศษภาค ตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ที่มีศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือระหว่าง SPI, โตคิว และ สห โตคิว ในครั้งนี้ สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันในการศึกษาและวางรากฐานการพัฒนาเมืองแห่งอนาคตที่ตอบ โจทย์ทั้งการอยู่อาศัย การทำงาน และการลงทุน เราเชื่อว่าการผสานจุดแข็งของทั้งสามองค์กร ทั้งความเชี่ยวชาญด้าน การพัฒนาเมืองของญี่ปุ่น ประสบการณ์ด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และศักยภาพของพื้นที่ในศรีราชา จะนำไปสู่ การสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจและคุณภาพชีวิตรูปแบบใหม่ ที่สามารถรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการลงทุนใน ระยะยาว พร้อมยกระดับศรีราชาสู่จุดหมายสำคัญของนักลงทุนและบุคลากรคุณภาพจากทั่วโลก โดย SPI จะนำ ศักยภาพด้านการพัฒนาพื้นที่ในศรีราชามาต่อยอดร่วมกับโตคิวซึ่งมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาเมืองมากกว่า 100 ปี ขณะที่ สห โตคิว จะร่วมสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจและการบริหารจัดการโครงการ เพื่อสร้างคุณค่าและยกระดับ ศักยภาพของศรีราชาสู่การเป็นเมืองเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตระดับนานาชาติในอนาคต"

                                       


   

Mr. Yoshinori Ogata, Executive Officer & Executive General Manager, International Business Division, Tokyu Corporation กล่าวว่า เป็นเวลากว่า 100 ปีแล้วที่โตคิวได้มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาสังคมผ่านการพัฒนา ชุมชน และนอกเหนือจากในประเทศญี่ปุ่นแล้ว เรายังคงเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนในประเทศ เวียดนาม และออสเตรเลีย โดยนำความเชี่ยวชาญที่เราสั่งสมมา มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมทั้งให้ความเคารพ ต่อวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง สำหรับในประเทศไทย โตคิวได้สร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งและ ยาวนานร่วมกับเครือสหพัฒน์ (Saha Group) นับตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจในอำเภอศรีราชาเมื่อปี 2557 นอกเหนือจากนั้น เรายังได้ร่วมมือกันในโครงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ (Redevelopment Project) ซึ่งนำโดยเครือสหพัฒน์ในเมือง หลวงอย่างกรุงเทพมหานครอีกด้วย

                                       


การลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ครั้งนี้ จะช่วยยกระดับความสัมพันธ์อันน่าเชื่อถือของเรา ขึ้นไปอีกขั้น โดยพื้นที่ที่มีแผนจะพัฒนาในครั้งนี้ถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่อยู่ใกล้กับจุด ก่อสร้างพื้นที่จุดพักรถบนทางหลวง (Service Area) และจุดขึ้นลงทางด่วนแห่งใหม่ ซึ่งการผสานจุดแข็งของทั้ง 3 บริษัทเข้าด้วยกันจะทำให้เราสามารถร่วมมือกันสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพสูงอย่างแท้จริงใน ศรีราชา


“เราจะยังคงเดินหน้าทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับเครือสหพัฒน์ต่อไป และพร้อมมุ่งมั่นที่จะเร่งขับเคลื่อนการ พัฒนาชุมชนร่วมกัน เพื่อผลักดันการเติบโตของเมืองในอนาคต พร้อมทั้งสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่มี คุณภาพ"


Mr. Masahiko Nishimoto กรรมการผู้จัดการ บริษัท สห โตคิว คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า “ตลอด ระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา สห โตคิว มุ่งมั่นพัฒนาสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยคุณภาพสูงในศรีราชา เพื่อรองรับ ชาวญี่ปุ่นและครอบครัวที่เข้ามาทำงานและใช้ชีวิตในประเทศไทย เรามองเห็นพัฒนาการและศักยภาพของเมืองแห่งนี้ มาโดยตลอด ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดความแข็งแกร่งของทั้งสามองค์กร เพื่อศึกษา ความเป็นไปได้ของการพัฒนาโครงการใหม่ ๆ ที่จะช่วยสร้างคุณค่าให้แก่ชุมชน ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ และ ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในพื้นที่อย่างยั่งยืน ยิ่งไปกว่านั้น สห โตคิว จะนำประสบการณ์ในการบริหารจัดการที่ อยู่อาศัยให้เช่าในศรีราชาที่สั่งสมมานานกว่า 10 ปี มาใช้เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาธุรกิจให้ก้าวหน้าอย่างแข็งแกร่ง”


ความร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลา 3 ปี เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาในระยะยาว 10-20 ปีข้างหน้า บนพื้นที่ 700 ไร่ของกลุ่มสหพัฒน์ในศรีราชา โดยมุ่งสร้างต้นแบบเมืองแห่งอนาคตภายใต้แนวคิด "Modern Working Place" และ "Plenary Living Area” ที่ผสานการอยู่อาศัย การทำงาน และการใช้ชีวิตเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมดุล รองรับการ เติบโตของเศรษฐกิจ การลงทุน และอุตสาหกรรมแห่งอนาคตในพื้นที่ EEC


ทั้ง 3 องค์กรมีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาแนวทางการสร้างเมืองที่สามารถรองรับทั้งการใช้ชีวิต การ ทำงาน และการลงทุนในอนาคต โดยนำจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาสร้างการพัฒนาที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของ เศรษฐกิจโลกและความต้องการของคนรุ่นใหม่ ตลอดจนสนับสนุนการดึงดูดอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและบุคลากร คุณภาพเข้าสู่พื้นที่


การลงนามบันทึกความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการศึกษาและวางรากฐานการพัฒนา เมืองแห่งอนาคตของศรีราชา ที่มุ่งสร้างทั้งมูลค่าทางเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และความสามารถในการแข่งขันของพื้นที่ ในระยะยาว พร้อมผลักดันให้ศรีราชาก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตระดับนานาชาติของพื้นที่ เศรษฐกิจภาคตะวันออกในอนาคต

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad