ททท. เดินหน้ายกระดับความร่วมมือไทย–ภูฏาน ผลักดัน Two Kingdoms, One Destination เชื่อมโยงการท่องเที่ยว Wellness Tourism และ Sustainable Tourism มุ่งขยายตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ททท. เดินหน้ายกระดับความร่วมมือไทย–ภูฏาน ผลักดัน Two Kingdoms, One Destination เชื่อมโยงการท่องเที่ยว Wellness Tourism และ Sustainable Tourism มุ่งขยายตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง

 


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทยและราชอาณาจักรภูฏาน ภายใต้บันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ขับเคลื่อนนโยบาย “Two Kingdoms, One Destination” ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ของคณะผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว สื่อมวลชน และหน่วยงานภาครัฐของทั้งสองประเทศ ผ่านการนำผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและสื่อมวลชนไทยร่วมกิจกรรม Agent-Media Familiarization Trip ในวันที่ 3 - 7 พฤษภาคม 2569 ณ ราชอาณาจักรภูฏาน และสื่อมวลชนจากภูฏานร่วมกิจกรรม Media Familiarization Trip ในวันที่ 22 -25 พฤษภาคม 2569 ณ จังหวัดกระบี่ ประเทศไทยเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบ Wellness และ Sustainable Tourism พร้อมเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่ม High-end ขยายตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงในอนาคต

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทยและราชอาณาจักรภูฏาน ภายใต้แนวคิด “Two Kingdoms, One Destination” ที่ดําเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567 ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ระหว่างผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว สื่อมวลชน และ หน่วยงานภาครัฐ เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนร่วมกัน โดยการเดินทางแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและสื่อมวลชนของประเทศไทยและภูฏานผ่านกิจกรรม Agent-Media Familiarization Trip ณ ราชอาณาจักรภูฏาน และ กิจกรรม Media Familiarization Trip ณ จังหวัดกระบี่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของทั้งสองประเทศ เพื่อส่งเสริมการขยายตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดยเฉพาะในกลุ่ม Wellness และ Experiential Tourism พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ ตลอดจนกระชับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นที่มีร่วมกันระหว่างทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน

สำหรับกิจกรรม Agent-Media Familiarization Trip ในวันที่ 3 - 7 พฤษภาคม 2569 ณ ราชอาณาจักรภูฏาน คณะผู้ประกอบการท่องเที่ยวและสื่อมวลชนชั้นนําของไทยเดินทางสํารวจเส้นทางกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์และวัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและแหล่งท่องเที่ยวผจญภัย เพื่อเป็นข้อมูลในการจัดทําแพ็กเกจท่องเที่ยว อาทิ การเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมเชิงประวัติศาสตร์ พาโร รินปุง ซอง (Paro Rinpung Dzong) พิพิธภัณฑ์แห่งชาติพาโร (National Museum of Bhutan) พูนาคา ซอง (Punakha Dzong) การทำโยคะ ณ ลานพระพุทธรูปดอร์เดนมา (Buddha Dordenma) เพื่อฝึกฝนการบําบัดจิตใจและสุขภาพ การทํากิจกรรมล่องแก่งในแม่น้ำโม ชู (Mo Chhu) กิจกรรมเดินขึ้นเขาไปยังวัดทักซัง หรือวัดถ้ำเสือ (Tiger's Nest) เพื่อชมทัศนียภาพทางธรรมชาติบนยอดเขาที่มีความสูงระดับ 3,102 เมตรจากระดับน้ำทะเลและรับประทานอาหารถิ่นแบบดั้งเดิมแบบฉบับชาวภูฏาน โดยกรมการท่องเที่ยวภูฏานได้จัดกิจกรรม Networking Dinner เพื่อต้อนรับผู้ประกอบการและสื่อมวลชนไทย โดยได้รับเกียรติจาก Mr. Damcho Rinzin ผู้อำนวยการกรมการท่องเที่ยวภูฏานเป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้แทนจากสมาคมด้านการท่องเที่ยว อาทิ สมาคมโรงแรมและภัตตาคารแห่งภูฏาน (HRAB) สมาคมมัคคุเทศก์ภูฏาน (GAB) รวมถึงสายการบินหลักของภูฏาน ได้แก่ Bhutan Airlines และ Drukair รวมไปถึงสื่อมวลชนท้องถิ่น ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลพฤติกรรมนักท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ เพื่อประกอบเป็นข้อมูลในการวางแผนแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศต่อไป

ขณะที่ กิจกรรม Media Familiarization Trip ในวันที่ 22 -25 พฤษภาคม 2569 ณ จังหวัดกระบี่ ททท. ร่วมต้อนรับคณะสื่อมวลชน และผู้แทนกรมการท่องเที่ยวจากราชอาณาจักรภูฏาน ร่วมเดินทางสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวหลากหลายมิติของจังหวัดกระบี่ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางทะเล การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และการท่องเที่ยววิถีชุมชน เพื่อนำเสนอกระบี่ในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อาทิ การสาธิตการทำเรือหัวโทงจำลอง การเพ้นท์ผ้าบาติก และการเลี้ยงผึ้งชันโรง ณ ชุมชนเกาะกลาง กิจกรรมล่องเรืออาบอรุณ ณ ชุมชนทุ่งหยีเพ็ง อำเภอเกาะลันตา ตลอดจนไฮไลต์การล่องเรือหัวโทง เรือที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวเลฝั่งอันดามัน เพื่อไปสัมผัสความงดงามของทะเลกระบี่ ณ เกาะห้อง และเกาะเหลาลาดิง การลองอาบน้ำร้อนและนวดไทยท่ามกลางความร่มรื่นของแมกไม้ ณ Wareerak Hot Spring and Wellness ศูนย์สุขภาพธรรมชาติที่เคยได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ปี 2564 (Thailand Tourism Gold Awards 2021) สาขาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการเข้าร่วมโปรแกรมธาราบำบัด Naam Wellness ณ Varana Krabi Hotel ซึ่งให้ความสำคัญกับการออกแบบประสบการณ์การดูแลสุขภาพกายและจิตผ่านสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่มีความกลมกลืนกับธรรมชาติ และให้ความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนเพื่อให้คณะสื่อมวลชนและผู้แทนกรมการท่องเที่ยวจากภูฏานได้มีโอกาสเรียนรู้ และเข้าใจเกี่ยวกับโครงการ Krabi Prototype ของ ททท. สะท้อนให้เห็นศักยภาพของจังหวัดกระบี่ในการเป็นพื้นที่ต้นแบบ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่มีมาตรฐานและคุณภาพในระดับนานาชาติ

ปัจจุบัน ราชอาณาจักรภูฏานถือเป็นหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวศักยภาพที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มีนักท่องเที่ยวภูฏานเดินทางเข้าไทยจํานวน 29,072 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 34.71 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ปัจจุบันตั้งแต่ 1 มกราคม – 31 พฤษภาคม 2569 มีนักท่องเที่ยวจากจากราชอาณาจักรภูฏานเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย 15,382 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 23.41 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 โดยมีระยะพำนักเฉลี่ย 4 -6 วัน นิยมเดินทางมาในช่วงเดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ (Peak Season) มีความสนใจท่องเที่ยวทริประยะสั้น อาทิ กิจกรรมผจญภัยปีนเขา และแสวงหาความสงบทางจิตใจ นิยมท่องเที่ยวพักผ่อนทะเลในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร พัทยา ภูเก็ต และกระบี่

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวจากราชอาณาจักรภูฏาน ทั้งด้านการคมนาคมทางอากาศและบริการด้านสุขภาพ ปัจจุบันมีเที่ยวบินเชื่อมต่อระหว่างสองประเทศรวม 18 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ให้บริการโดยสายการบิน Drukair และ Bhutan Airlines สามารถรองรับผู้โดยสารกว่า 83,412 ที่นั่งต่อปี ขณะเดียวกันยังเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ได้รับความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยวชาวภูฏาน ด้วยมาตรฐานการให้บริการของสถานพยาบาลชั้นนำ อาทิ โรงพยาบาลกรุงเทพ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และโรงพยาบาลสมิติเวช ซึ่งมีความพร้อมในการรองรับผู้ที่เดินทางเข้ามารับการรักษาพยาบาล ตรวจสุขภาพ และดูแลสุขภาพแบบครบวงจร

ความร่วมมือดังกล่าวจึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและราชอาณาจักรภูฏาน พร้อมสร้างโอกาสในการขยายตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนระหว่างสองประเทศ ภายใต้แนวคิด “Two Kingdoms, One Destination” และร่วมส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศสู่เวทีสากลอย่างยั่งยืนต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad