บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร (KKPS) ออกรายงานล่าสุดประเมินแผนพั
1. คาดการณ์แผน PDP ฉบับใหม่ ปลดล็อกการลงทุนพลังงานสะอาด
- แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าฉบั
บใหม่ (PDP) ของไทยจะเปิดทางให้เกิดการลงทุ นครั้งใหญ่ในภาคพลังงาน - แรงขับเคลื่อนหลักมาจากการเติ
บโตของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้ าของประเทศคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเกื อบเท่าตัว จาก 35GW ในปัจจุบัน สู่ 74GW ภายในปี 2050 - การลงทุนนี้มีเป้าหมายเพื่อสนั
บสนุนนโยบาย Net Zero (ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็ นศูนย์) ภายในปี 2050 โดยกำลังการผลิตใหม่เกือบทั้ งหมดจะมาจากพลังงานสะอาด ซึ่งจะดันสัดส่วนพลั งงานสะอาดในระบบเพิ่มขึ้นเป็ นสองเท่า(จาก 24% ในปัจจุบัน)
2. เม็ดเงินลงทุนมูลค่ามหาศาลกว่า 1 ล้านล้านบาท เกียรตินาคินภั
- การขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่:
คาดว่าต้องใช้เงินลงทุนราว 994,000 ล้านบาท - ระบบโครงข่ายอัจฉริยะ (Smart Grid): ลงทุนเพิ่มเติมประมาณ 200,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับสายส่งไฟฟ้าให้เป็น Smart Grid เพื่อรองรับความผันผวนของพลั
งงานหมุนเวียน - โซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop): หากสัดส่วนการติดตั้งเพิ่มขึ้
นถึง 10% ตามมาตรการจูงใจของรัฐ มูลค่าการติดตั้งอาจสูงถึ งประมาณ 200,000 ล้านบาท (ยังไม่รวมระบบกักเก็ บพลังงานแบตเตอรี่)
- แผนระยะยาวมุ่งเพิ่
มบทบาทเอกชนในธุรกิจพลั งงานมากขึ้น - แม้ไทยจะยังใช้ระบบผู้ซื้
อรายเดียว (Enhanced Single Buyer: ESB) แต่ปัจจุบันได้อนุมัติ โครงการนำร่อง Direct PPA (การซื้อขายไฟฟ้าตรง) ขนาด 2GW ซึ่งมุ่งเน้นไปยังกลุ่มดาต้าเซ็ นเตอร์และภาคการผลิตเป็นหลัก และมีแนวโน้มจะขยายตัวเพิ่มขึ้ นอีกในอนาคตพร้อม ๆ กับการพัฒนา Smart Grid
4. กลุ่มอุตสาหกรรมและหุ้นเด่นที่ ได้รับประโยชน์
- กลุ่มโรงไฟฟ้า: ได้รับปัจจัยหนุ
นจากการขยายกำลังการผลิตและ Direct PPA โดยมี GULF โดดเด่นที่สุดในฐานะผู้ผลิตไฟฟ้ าเอกชนรายใหญ่ที่สุดของไทย (ส่วนแบ่ง 27%) และมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง - กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม (IE): ได้อานิสงส์จากการดึงดูดเงิ
นลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่เน้นนโยบายพลังงานสะอาด - กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง: ได้
ประโยชน์จากวัฏจักรการลงทุนก่ อสร้างสาธารณูปโภคและโรงไฟฟ้า โดยมี STECON มีความโดดเด่นจากประสบการณ์สร้ างโรงไฟฟ้าและดาต้าเซ็นเตอร์ ระดับ hyperscale - กลุ่มธนาคาร: ได้อานิสงส์
จากการเติบโตของสินเชื่อ รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการป้ องกันความเสี่ยง ในธุรกิจพลังงาน โดยมี KTB มีความน่าสนใจเนื่องจากมีสัดส่ วนสินเชื่อในกลุ่มอสังหาริมทรั พย์ ก่อสร้าง สาธารณูปโภค และบริการสูงถึงราว 30% ของพอร์ตสินเชื่อทั้งหมด















ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น