Bitget เผยครึ่งแรกเดือนก.ค.พบเม็ดเงินไหลเข้ากอง ETF คริปโท จากก่อนนี้ไหลออก 2 เดือนติด
มองบิตคอยน์ปรับฐานช่วงสั้นจากปมภูมิรัฐศาสตร์ ชี้มีโอกาสฟื้นตัวให้แนวรับรับ 63,000 แนวต้าน 66,000 ดอลลาร์
• Bitget เผยปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์กดดันบิทคอยน์แค่ช่วงสั้น เดือน ก.ค.นักลงทุนสถาบันกลับเข้ามาลงทุนผ่าน ETF เป็นบวกรอบ 2 เดือน ยังหนุนราคาไปต่อ มองแนวรับระยะสั้นที่ 63,000 ดอลลาร์ และแนวต้านที่ 66,000 ดอลลาร์
• จับตาการประกาศงบหุ้นเทคโนโลยีสัปดาห์หน้าหากออกมาดีช่วยหนุนตลาดคริปโท คาดวอลุ่มเทรดอาจพุ่งได้อีก 15 – 25% ในสัปดาห์ที่มีการประกาศงบ
• เผยพฤติกรรมนักลงทุนหน้าใหม่ที่ต้องการลงทุนสินทรัพย์ที่หลากหลายและสามารถซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด ล่าสุด Bitget เปิดการซื้อขาย Options ตลาดหุ้นสหรัฐฯบนแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นรายแรก เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักลงทุนรุ่นใหม่
นางสาวเกรซี่ เฉิน (Gracy Chen) กรรมการผู้จัดการของ บิตเก็ต (Bitget) แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีและบริษัท Web3 ชั้นนำของโลก กล่าวว่า ราคาบิตคอยน์มีทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยลบเข้ามากระทบต่อราคา โดยปัจจัยบวกมาจากการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ (CPI) ที่ออกมาต่ำกว่าคาด ทำให้นักลงทุนมีความหวังที่คณะกรรมการนโยบายการเงินจะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้เพื่อสะกัดการเร่งตัวของเงินเฟ้อ ขณะเดียวกันตลาดยังมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ หลังประเทศอิหร่านกับสหรัฐฯ ยกเลิกข้อตกลงสันติภาพและเคลื่อนไหวเพื่อเตรียมปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ปรับตัวแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 101.2
อย่างไรก็ตามกองทุน Spot Crypto ETFs ของสหรัฐฯ บันทึกมูลค่าเงินไหลเข้าสุทธิ (Net Inflows) มากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคมหลังจากที่เม็ดเงินไหลออกสุทธิติดต่อกันกว่า 2 เดือนบ่งชี้ว่าความต้องการจากฝั่งสถาบัน ยังคงอยู่ครบถ้วนแม้ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้เรายังมองว่าราคาบิตคอยน์ยังคงฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง โดยมีแนวรับระยะสั้นที่ 63,000 ดอลลาร์ และแนวต้านที่ 66,000 ดอลลาร์ ดังนั้นปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์น่าจะกระทบแค่ระยะสั้น
ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตามหลังจากนี้คือการประกาศตัวเลขงบการเงินของบริษัทฯในตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีซึ่งถ้าหากประกาศออกมาเชิงบวกจะส่งผลดีต่อราคาบิตคอยน์และตลาดคริปโท เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ประเภทเติบโตเหมือนกัน
“มองว่าผลประกอบการหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่และกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน AI จะประกาศงบออกมายังคงมีการเติบโตอยู่ซึ่งจะทำให้นักลงทุนย้ายเงินกลับเข้ามาในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างเช่นหุ้นเทคโนโลยีและบิตคอยน์มากขึ้น คาดว่าวอลลุ่มการซื้อขายสินทรัพย์ประเภทนี้จะเพิ่มขึ้นราว 15-25% ในช่วงสัปดาห์ที่มีการประกาศงบ” นางสาวเกรซี่ เฉิน กล่าว
นอกจากนี้ Bitget ในฐานะแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลครบวงจร (Universal Exchange - UEX) ยังพบว่านักลงทุนยังให้ความสนใจในการซื้อขายหุ้นผ่านโทเคนดิจิทัล (Tokenize Stock) อย่างต่อเนื่องโดยล่าสุดตัวเลขสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ rToken ที่บริษัทฯพัฒนาขึ้นแตะระดับ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในเวลาเพียง 5 สัปดาห์นับจากเปิดตัว โดยมีวอลลุ่มซื้อขายรวมสูงถึง 671.37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 19.75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และพุ่งแตะระดับสูงสุดถึง 56.16 ล้านดอลลาร์สหรัฐในจุดพีค โดยหุ้น SpaceX ที่เพิ่งเข้าตลาดสหรัฐฯมีสัดส่วนการซื้อขายสูงสุด
เพื่อตอบรับความต้องการของนักเทรด Bitget ได้เปิดการซื้อขาย Options ตลาดหุ้นสหรัฐฯบนแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นรายแรก โดยปัจจุบันตลาด Options ของสหรัฐฯ มีปริมาณการซื้อขายมากกว่า 1.52 หมื่นล้านสัญญาในปี 2568 หรือคิดเป็นเฉลี่ยราว 60 ล้านสัญญาต่อวันทำการ ทำสถิติสูงสุดใหม่ เนื่องจากนักลงทุนรายย่อยและสถาบันต่างหันมาใช้ออปชันในการเก็งกำไรทิศทางราคาและประกันความเสี่ยงมากขึ้น การเปิดตัวในครั้งนี้เป็นการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ของ Bitget ต่อเนื่องจากการเปิดตัวหุ้นโทเคน ผลักดันให้ Bitget ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดซื้อขายหุ้นโทเคน รวมถึง Pre-IPO Access การเพิ่มออปชันหุ้นเข้ามาในครั้งนี้เปรียบเสมือนการนำเครื่องมือทางการเงินที่ได้รับความนิยมในวอลล์สตรีทเข้าสู่บริการ Stock+ เพื่อเพิ่มช่องทางให้นักลงทุนมีทางเลือกในการซื้อขายมากขึ้น
“เราเดินหน้าเป็นรายแรกเสมอในการเชื่อมโยงโอกาสในตลาดหุ้นเข้ากับผู้ใช้งาน เรากำลังดำเนินการหลอมรวมสินทรัพย์ (Convergence) ให้เกิดขึ้นจริง ตอบรับกับพฤติกรรมนักลงทุนหน้าใหม่ที่ต้องการสินทรัพย์ที่หลากหลายและสามารถซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด (24/7) " นางสาวเกรซี่ เฉิน กล่าว














ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น