สตาร์บัคส์ ประเทศไทย Starbucks เดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตปี 2569 ผ่านนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ การสร้างความผูกพันผ่านดิจิทัล และการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

สตาร์บัคส์ ประเทศไทย Starbucks เดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตปี 2569 ผ่านนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ การสร้างความผูกพันผ่านดิจิทัล และการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน

 


กรุงเทพฯ 15 กรกฎาคม 2569 สตาร์บัคส์ ประเทศไทย ประกาศทิศทางกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจปี 2569 โดยมุ่งขับเคลื่อนการเติบโตผ่าน 4 แนวทางหลัก ได้แก่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทย การสร้างประสบการณ์ลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล การรักษาความเป็นผู้นำด้วยคุณภาพและความแตกต่างของแบรนด์ และการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของตลาดกาแฟไทย ซึ่งมีมูลค่าราว 65,000 ล้านบาท ตามข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

 

คุณเนตรนภา ศรีสมัย กรรมการผู้จัดการ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในตลาดกาแฟที่มีศักยภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และมีความแข็งแกร่งท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของตลาด ผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสำคัญกับประสบการณ์โดยรวม คุณค่าที่ได้รับ และจุดยืนของแบรนด์มากกว่าที่เคย กลยุทธ์ของเราจึงผสานทั้งความเข้าใจผู้บริโภคไทยและความแข็งแกร่งในระดับโลก เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ตรงใจ รวมถึงการลงทุนในด้านต่างๆ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า และสร้างการเติบโตที่ส่งต่อคุณค่าให้กับชุมชนและอุตสาหกรรมกาแฟของไทย”

 


 


นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทย พร้อมยกระดับประสบการณ์สตาร์บัคส์

สตาร์บัคส์ ประเทศไทย พัฒนาผลิตภัณฑ์จากความเข้าใจในรสนิยม วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของผู้บริโภคชาวไทย พร้อมผสานรสชาติท้องถิ่นเข้ากับมาตรฐานคุณภาพและศิลปะการรังสรรค์เครื่องดื่มระดับโลก

 


 


ความสำเร็จของเครื่องดื่มซีรีส์น้ำตาลโตนดสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของกลยุทธ์การพัฒนาเมนูที่เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค และตอกย้ำความต้องการ เครื่องดื่มที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรม และวัตถุดิบไทย ในปีนี้ สตาร์บัคส์เตรียมเปิดตัวเครื่องดื่มที่ได้แรงบันดาลใจจากทุเรียน เพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอเมนูที่พัฒนาขึ้นสำหรับประเทศไทย พร้อมร่วมเฉลิมฉลองความโดดเด่นของวัฒนธรรมอาหารไทย

 

เพื่อตอบสนองความต้องการด้านความคุ้มค่าที่เพิ่มขึ้น สตาร์บัคส์ได้เปิดตัวเมนูอย่าง Starbucks Es Yen และ Iced Shaken Chocolate ซึ่งมอบทางเลือกในราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น โดยยังคงมาตรฐานด้านคุณภาพ ความพิถีพิถันในการรังสรรค์ และประสบการณ์กาแฟในแบบสตาร์บัคส์

 

หลังจากเปิดตัวในระดับโลก สตาร์บัคส์ได้เปิดตัวเครื่องดื่Starbucks® Aerocano ในประเทศไทย เป็นครั้งแรกภายในงาน World of Coffee Bangkok 2026 สะท้อนบทบาทของประเทศไทย ในฐานะหนึ่งในตลาดสำคัญด้านนวัตกรรมของเครือข่ายสตาร์บัคส์ทั่วโลก และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพ ของผู้บริโภคไทยที่พร้อมเปิดรับ และมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง ผลิตภัณฑ์ใหม่ในอนาคต

 

นอกจากนี้ สตาร์บัคส์ยังขยายไลน์อาหารให้ครอบคลุมทุกช่วงเวลาของวัน เพื่อเพิ่มความถี่ในการเข้าร้าน และตอกย้ำบทบาทของร้านสตาร์บัคส์ในฐานะจุดหมายสำหรับการทำงาน การพักผ่อน และการพบปะสังสรรค์ตลอดทั้งวัน

 


 


สตาร์บัคส์ยังคงนำเสนอความร่วมมือกับพันธมิตรที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง โดยจะเปิดตัวคอลเลกชันลิมิเต็ด
Starbucks® l POP MART MOLLY ที่ผสานเสน่ห์ของแบรนด์สตาร์บัคส์เข้ากับคาแรกเตอร์ MOLLY ผ่านเครื่องดื่ม แก้วและผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ สะท้อนกลยุทธ์ในการสร้างประสบการณ์ ที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมร่วมสมัย และสร้างความผูกพัน กับลูกค้าในมิติที่มากกว่ากาแฟ

 

สร้างความผูกพันกับลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัล เพื่อความสัมพันธ์ระยะยาว

โปรแกรม Starbucks® Rewards ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ดิจิทัล โดยจำนวนสมาชิก และปริมาณธุรกรรมที่เติบโตอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนถึงประสิทธิภาพ ในการสร้างการกลับมาใช้บริการซ้ำ เสริมสร้างความผูกพันกับแบรนด์ และเพิ่มคุณค่าตลอดช่วงอายุ ความสัมพันธ์ของลูกค้า

 

สตาร์บัคส์ยังได้เสริมศักยภาพการสั่งผ่านช่องทางดิจิทัลด้วยบริการ Mobile Order & Pay รวมถึงความร่วมมือกับ Grab และ LINE MAN เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงลูกค้า พร้อมเชื่อมโยงลูกค้าเข้าสู่ระบบ Starbucks® Rewards อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันยอดขายผ่านช่องทางดิจิทัล มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความสะดวก และความยืดหยุ่น

 

พร้อมกันนี้ สตาร์บัคส์ยังนำการวิเคราะห์ข้อมูลมาใช้เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าแต่ละราย พร้อมพัฒนาการสื่อสารและข้อเสนอที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล เพื่อสร้างความผูกพันกับลูกค้าและรักษาความสัมพันธ์ในระยะยาว

 

รักษาความเป็นผู้นำด้วยคุณภาพและความแตกต่าง

สตาร์บัคส์รักษาความเป็นผู้นำผ่านการยึดมั่นในมาตรฐานคุณภาพในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ กระบวนการคั่วกาแฟที่พิถีพิถัน การพัฒนาทักษะบาริสต้า ไปจนถึงมาตรฐานการให้บริการที่สร้างประสบการณ์อันโดดเด่นแก่ลูกค้า

 

แนวคิด Third Place หรือพื้นที่แห่งที่สามนอกเหนือจากบ้านและที่ทำงาน ยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่งในยุคที่รูปแบบการทำงานแบบไฮบริดกลายเป็นวิถีใหม่ ร้านสตาร์บัคส์จึงได้รับการออกแบบ ให้เป็นพื้นที่ที่เอื้อต่อการทำงาน การพักผ่อน และการเชื่อมโยงผู้คนตลอดทั้งวั

 

การเติบโตที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน

ความสำเร็จของสตาร์บัคส์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลประกอบการเท่านั้น แต่รวมถึงผลกระทบเชิงบวกที่สร้างให้แก่ผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

 

ปัจจุบัน สตาร์บัคส์ ประเทศไทย มีสาขาที่ผ่านการรับรองมาตรฐานด้านการลดการใช้พลังงาน น้ำ และการจัดการของเสีย โดยดำเนินงานตามมาตรฐานภายในที่พัฒนาร่วมกับ World Wildlife Fund (WWF) และ SCS Global Services เพื่อช่วยลดการใช้ทรัพยากรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

 

จากความมุ่งมั่นในการลดขยะอย่างต่อเนื่อง ลูกค้าในประเทศไทยได้นำแก้วส่วนตัวมาใช้มากกว่า 36 ล้านครั้ง นับตั้งแต่บริษัทเริ่มติดตามข้อมูลดังกล่าวในการดำเนินงานในประเทศไทย และเมื่อรวมกับการใช้แก้ว For Here  ภายในร้าน สตาร์บัคส์สามารถช่วยลดการใช้แก้วแบบใช้ครั้งเดียวได้แล้วมากกว่า 41 ล้านใบ

 

สตาร์บัคส์ ประเทศไทย เดินหน้าสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนผ่านโครงการ FoodShare ร่วมกับมูลนิธิ สโกลาร์ส ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS Foundation) โดยตั้งแต่ปี 2565 โครงการได้ส่งต่ออาหารส่วนเกินที่ยังมีคุณภาพให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือแล้วกว่า 315,000 มื้อ พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ด้วยเงินบริจาครวมกว่า 10 ล้านบาท ณ เดือนพฤษภาคม 2569

 

นอกจากนี้  มูลนิธิสตาร์บัคส์ ยังสนับสนุนการดำเนินงานของ SOS Foundation เพื่อขยายการเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการให้แก่เยาวชนและชุมชนเปราะบางทั่วประเทศ ผ่านการขยายเครือข่าย Rescue Kitchen และการเสริมสร้างศักยภาพของชุมชน อาทิ โครงการฝึกอบรม "Cooking Hero" สำหรับอาสาสมัครในชุมชน

 

ตลอดระยะเวลากว่า 23 ปี ของความร่วมมือกับมูลนิธิพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสาน (ITDF) สตาร์บัคส์ได้สนับสนุนงบประมาณรวมกว่า 25 ล้านบาท เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน และเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ โดยกว่า 9.9 ล้านบาท มาจากรายได้ของร้าน Community Store ทั้ง 3 แห่งในประเทศไทย

 

สตาร์บัคส์ยังได้ประกาศความร่วมมือระยะเวลา 3 ปี กับ ITDF ผ่านโครงการ Coffee Farm Exchange Program เพื่อสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในภาคเหนือของประเทศไทยให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรจากศูนย์สนับสนุนชาวไร่กาแฟของสตาร์บัคส์ (Starbucks Farmer Support Center) เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย จะร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และพัฒนาแปลงเกษตรต้นแบบ เพื่อเพิ่มผลผลิต เสริมสร้างความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ และสร้างความยั่งยืนให้กับห่วงโซ่อุปทานกาแฟของประเทศไทยในระยะยาว

 


 


พร้อมเดินหน้าสู่อนาคต

สตาร์บัคส์ ประเทศไทย ก้าวสู่ครึ่งหลังของปี 2569 ด้วยทิศทางกลยุทธ์ที่ชัดเจนและความเชื่อมั่นต่อการเติบโตของตลาดกาแฟไทย ท่ามกลางความคาดหวังของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ประสบการณ์ และคุณค่าของแบรนด์มากยิ่งขึ้น สตาร์บัคส์พร้อมตอบโจทย์ดังกล่าวด้วยจุดแข็งของแบรนด์ระดับโลก ความเข้าใจเชิงลึกต่อผู้บริโภคไทย และความมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์ที่มีคุณค่าให้กับลูกค้า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad