บมจ.ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) ส่งสัญญาณแนวโน้มผลงานครึ่งหลังปี 2569 เติบโตต่อเนื่อง ฟากผู้บริหาร “เพชร นันทวิสัย” ระบุได้รับอานิสงส์จากราคาสุกรและไก่ฟื้นตัว หนุนอัตรากำไรดีขึ้น ควบคู่การขยายตลาดส่งออก และธุรกิจค้าปลีก Thai Foods Fresh Market ผลตอบรับดี ขยายสาขาตามเป้า พร้อมตอกย้ำความเชื่อมั่น จากการเข้าคำนวณดัชนี SET50 และ MSCI Global Small Cap Index รวมถึงการปรับเพิ่มอันดับเครดิตเป็น BBB+ จากทริสเรทติ้ง หนุนศักยภาพการเติบโตในอนาคต
นายเพชร นันทวิสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TFG) เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 ยังคงเติบโตต่อเนื่อง จากปัจจัยสนับสนุนทั้งธุรกิจสุกรและไก่ที่มีทิศทางสดใส โดยเฉพาะตลาดส่งออกที่ยังมีความต้องการในระดับสูง ปัจจุบันญี่ปุ่นยังเป็นตลาดส่งออกหลัก ขณะที่สหราชอาณาจักรมีอัตราการเติบโตโดดเด่นตามความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ราคาสุกรเวียดนามทรงตัวในระดับที่ดี ส่วนราคาสุกรไทยและราคาไก่ปรับขึ้นมาจากช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้รายได้ของบริษัทมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ โรงงานผลิตอาหารสัตว์แห่งใหม่ในประเทศเวียดนาม คาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้ภายในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ โดยกว่า 70% ของกำลังการผลิตจะใช้ภายในกลุ่มบริษัท เพื่อช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารห่วงโซ่อุปทาน และเสริมความสามารถในการแข่งขัน สำหรับธุรกิจค้าปลีก "Thai Foods Fresh Market" ยังคงเป็นเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ (New S-Curve) หลังได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคดีกว่าคาด ส่งผลให้บริษัทฯปรับเพิ่มเป้าหมายจำนวนสาขาสิ้นปี 2569 เป็น 875 สาขา จากเดิม 850 สาขา โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 มีสาขาแล้ว 690 แห่ง ช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่โมเดลธุรกิจ Market Driven อย่างเต็มรูปแบบ
“จากปัจจัยบวกทั้งราคาสินค้าเกษตร การขยายตลาดส่งออก การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการเติบโตของธุรกิจค้าปลีก ทำให้บริษัทฯยังคงเป้าหมายรายได้ปี 2569 เติบโต 10-15% และมีโอกาสสร้างสถิติรายได้สูงสุดใหม่ (All Time High) ต่อเนื่อง” นายเพชร กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทฯยังได้รับคัดเลือกเข้าคำนวณในดัชนี SET50 สำหรับรอบครึ่งปีหลัง 2569 ต่อเนื่องจากการได้รับคัดเลือกเข้าสู่ดัชนี MSCI Global Small Cap Index ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสการลงทุนจากกองทุนทั้งในและต่างประเทศ เพิ่มสภาพคล่องการซื้อขาย และยกระดับการรับรู้ของนักลงทุนสถาบันทั่วโลก
ล่าสุด บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ยังปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของบริษัทฯเป็นระดับ "BBB+" จากเดิม "BBB" สะท้อนผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้น ภาระหนี้ที่ลดลง ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดที่ดี และความสำเร็จในการต่อยอดธุรกิจค้าปลีก ซึ่งช่วยเพิ่มเสถียรภาพของรายได้และผลกำไรในระยะยาว
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TFG กล่าวอีกว่า การได้รับการยอมรับจากทั้งตลาดทุนและสถาบันจัดอันดับเครดิต สะท้อนศักยภาพการเติบโตของ TFG ทั้งด้านผลประกอบการ ฐานะการเงิน และกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น