กระทรวงการคลัง ชูยุทธศาสตร์ 5T ก้าวสู่ขอบฟ้าใหม่ - เสริมภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจไทย พร้อมเดินหน้ายกระดับ Data-Driven Fiscal Policy ตอกย้ำความพร้อมเจ้าภาพ 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2569

กระทรวงการคลัง ชูยุทธศาสตร์ 5T ก้าวสู่ขอบฟ้าใหม่ - เสริมภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจไทย พร้อมเดินหน้ายกระดับ Data-Driven Fiscal Policy ตอกย้ำความพร้อมเจ้าภาพ 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings

 


สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายการคลังยุคใหม่ ในงานสัมมนาวิชาการ FPO Symposium 2026 ภายใต้แนวคิด “FPO’s New Horizons: Data in Depth, Reshape Fiscal Policy” เพื่อวางรากฐานยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทย โดยตั้งเป้าผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมมุ่งสู่การเป็น Data-Driven Fiscal Policy Agency ด้วยการเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ MOF Data Lake และเครื่องมือวิเคราะห์เชิงลึก เพื่อออกแบบมาตรการการคลังและสวัสดิการเฉพาะบุคคลที่ตรงจุด แม่นยำ และแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน ควบคู่กับการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ (S-Curve) ตอกย้ำความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพ การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) ในเดือนตุลาคม 2569 นี้


ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในการสัมภาษณ์พิเศษหัวข้อ “ขอบฟ้าใหม่ของนโยบายการคลัง: สร้างโอกาสให้ประชาชน เสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ” ว่า ภายใต้ภารกิจการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งและยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทย รัฐบาลมุ่งดำเนินการผ่านเป้าหมายหลัก 3 ประการ ได้แก่ การเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจให้มากกว่าร้อยละ 3 การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสู่ 20 อันดับแรกของโลก และการยกระดับการลงทุนให้สูงกว่าร้อยละ 30 ของ GDP โดยเน้นดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการนำผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก เพื่อเตรียมความพร้อมของประเทศให้สอดรับกับโอกาสครั้งสำคัญ ในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 นี้
ดร.เอกนิติ ได้กล่าวนำเสนอยุทธศาสตร์เชิงรุกผ่านหลักการ 5T เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย
  1. Target การใช้จ่ายงบประมาณให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย
  2. Transition การเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy)
  3. Transformation การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการปฏิรูปกฎหมาย
  4. Transparency การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเปิดเผยข้อมูลภาครัฐอย่างโปร่งใส
  5. Together การผนึกกำลังภาครัฐ เอกชน สถาบันการเงิน และวิชาการ โดยใช้กลไก PPP และ Infrastructure Fund ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
“ยุทธศาสตร์ 5T นี้ จะทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ให้มีความยืดหยุ่นและพร้อมรับมือกับความท้าทายรอบด้าน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ขอบฟ้าใหม่ ตามแนวคิดหลักระดับชาติ “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” เพื่อแสดงบทบาทนำของไทยบนเวทีเศรษฐกิจการเงินระดับโลก และสอดรับกับแนวคิดหลักในฐานะประเทศเจ้าภาพการจัดประชุม 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings ในครั้งนี้” ดร.เอกนิติ กล่าว

ดร.วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวถึงความพร้อมในการขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อการคลังที่เหมาะสมและยั่งยืน ว่า ขณะนี้ สศค. วางยุทธศาสตร์เป้าหมายมุ่งสู่การเป็น Data-Driven Fiscal Policy Agency ที่ใช้นวัตกรรมข้อมูลเชิงลึกและหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-Based Policy) ในการออกแบบมาตรการการคลัง โดยใช้ประโยชน์จากระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่กระทรวงการคลัง (MOF Data Lake) ครอบคลุมประชาชนกว่า 63.4 ล้านคน ร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์ล้ำสมัย เช่น ดัชนีความทุกข์ยากทางเศรษฐกิจรายจังหวัด (PMMI) ดัชนีภาวะการเงินภาคประชาชน (PFCI) แผนที่ความท้าทายเศรษฐกิจ (Thailand Pain Point Heat Map) และระบบคะแนนเครดิตอารีย์ (Ari Score) ที่ใช้ Machine Learning เพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อแก่ SME และผู้ประกอบอาชีพอิสระ
การยกระดับการบริหารข้อมูลดังกล่าว จะช่วยให้ภาครัฐสามารถออกแบบนโยบายการคลังที่แม่นยำ และตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลได้อย่างตรงจุด ช่วยประหยัดงบประมาณและลดการสร้างภาระทางการคลังในระยะยาว ควบคู่ไปกับการกระจายผลประโยชน์สู่ประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง
“วันนี้ สศค. ได้ประยุกต์ใช้ข้อมูลจำแนกความเปราะบางของประชาชนในแต่ละพื้นที่ เปรียบเสมือนการคัดกรองผู้ป่วยกลุ่มเขียว เหลือง และแดง เพื่อออกแบบมาตรการช่วยเหลือและสวัสดิการแบบ Tailor-made/Precision Policy ที่ตรงกลุ่ม ตรงพื้นที่ และตรงปัญหา ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือจากเยาวชนคนรุ่นใหม่ผ่านโครงการ Young Fiscal Policy Designer 2026 เพื่อร่วมออกแบบนโยบายรับมือความท้าทายในอนาคต พร้อมโอกาสเข้าร่วมสังเกตการณ์ในการประชุม 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings” นายวินิจ กล่าว
ด้าน ดร.สันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในเสวนา “จากวิสัยทัศน์...สู่ภารกิจสร้างภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจ” โดยระบุว่า บริบทเศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่การเน้นความมั่นคง (Security) และเสถียรภาพ (Stability) ประเทศไทยจึงต้องเร่งสร้างอุตสาหกรรมใหม่ (S-Curve) ที่สอดรับกับกระแสโลก ผ่านยุทธศาสตร์ 3 ประการ คือ “ประคองวันนี้ (Stabilize Today) เปลี่ยนผ่านตอนนี้ (Transition Now) และลงทุนเพื่อพรุ่งนี้ (Invest for Tomorrow)” เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันเชิงโครงสร้างและเตรียมความพร้อม ในการนำเสนอแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นและยั่งยืน ต่อผู้นำการเงินทั่วโลกในการประชุม 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings ที่จะถึงนี้
ทั้งนี้ การจัดสัมมนา FPO Symposium 2026 และผลสำเร็จของการบูรณาการข้อมูลเชิงลึกในครั้งนี้ เป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนบทบาทของ สศค. ในการยกระดับการดำเนินนโยบายการคลังแบบ Data-Driven Fiscal Policy รวมถึงความพร้อมของกระทรวงการคลังและประเทศไทย ในการขับเคลื่อนนโยบายการคลังแบบมุ่งเป้าที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ควบคู่กับการรักษาวินัยและความยั่งยืนทางการคลัง ตอกย้ำความพร้อมในการถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาที่เป็นรูปธรรมต่อประชาคมโลก ในโอกาสที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings ในเดือนตุลาคมนี้
ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดของการประชุมฯ และชุดกิจกรรม Road to Thailand เพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางการสื่อสารอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ https://www.am2026thailand.go.th หรือ Facebook: AM2026 Thailand https://www.facebook.com/AM2026THAILAND

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad