CAAT ปักกลยุทธ์ “สนามบินเล็ก มาตรฐานไม่เล็ก” ยกระดับสนามบิน–น่านฟ้าภูมิภาค เตรียมพร้อมรับเที่ยวบินใหม่ พร้อมหนุนเชื่อมเมืองรองสู่โอกาสท่องเที่ยว การค้า และกระจายโอกาสเศรษฐกิจ เผย 7 เดือนแรกผู้โดยสารรวมมากกว่า 85 ล้านคน - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569

CAAT ปักกลยุทธ์ “สนามบินเล็ก มาตรฐานไม่เล็ก” ยกระดับสนามบิน–น่านฟ้าภูมิภาค เตรียมพร้อมรับเที่ยวบินใหม่ พร้อมหนุนเชื่อมเมืองรองสู่โอกาสท่องเที่ยว การค้า และกระจายโอกาสเศรษฐกิจ เผย 7 เดือนแรกผู้โดยสารรวมมากกว่า 85 ล้านคน

 


21 สิงหาคม 2569 - สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เดินหน้ายกระดับความพร้อมของสนามบินภูมิภาคและโครงข่ายการบินของประเทศ รับการเดินทางทางอากาศที่ขยายตัว ถึงแม้ว่าจะเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ในช่วงเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยมีจำนวนผู้โดยสารทางอากาศรวม 85.16 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.48 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยผู้โดยสารภายในประเทศ มีจำนวน 39.26 ล้านคน เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 1.64 ขณะที่ผู้โดยสารระหว่างประเทศ มีจำนวน 45.91 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.34 พร้อมชูแนวคิด สนามบินเล็ก มาตรฐานไม่เล็กยืนยันการเติบโตของสนามบินทุกระดับต้องอยู่บนมาตรฐานความปลอดภัยและความพร้อมที่เหมาะสมกับภารกิจ ควบคู่การพัฒนาระบบน่านฟ้าและการบริหารจราจรทางอากาศ การให้บริการการเดินอากาศที่เหมาะสม และการกำกับดูแลสายการบินและเส้นทางบินใหม่ตามมาตรฐาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับเที่ยวบิน กระจายการเชื่อมโยงการเดินทาง และสนับสนุนโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ภูมิภาคอย่างยั่งยืน

         


พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (
CAAT) เปิดเผยว่า การเติบโตของการบินภูมิภาคเป็นโอกาสสำคัญในการกระจายการเดินทาง และกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้เพิ่มขึ้นจากศูนย์กลาง ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงจุดขึ้นลงของอากาศยาน แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงประชาชน นักท่องเที่ยว และภาคธุรกิจกับเมืองต่าง ๆ โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางการบินหลัก สนามบินภูมิภาค
ที่มีความพร้อมจึงช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง เชื่อมเมืองรองเข้ากับเมืองหลัก และเปิดโอกาสใหม่ให้แก่ การท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนในพื้นที่ โดยการเติบโตของการเดินทางและกิจกรรมทางเศรษฐกิจดังกล่าวกำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ประเทศไทยต้องเร่งพัฒนาสนามบินภูมิภาคให้มีศักยภาพรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น รวมถึงบริบทของแต่ละพื้นที่ที่มีความแตกต่างและหลากหลาย ทั้งในด้านบทบาทของสนามบิน
ปริมาณและลักษณะการจราจร ตลอดจนโอกาสทางเศรษฐกิจที่แต่ละเมืองสามารถต่อยอดได้

         


“การเติบโตของการเดินทางทางอากาศไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะสนามบินหลักหรือหัวเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่เท่านั้น
โดยในช่วงเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2569 มีผู้โดยสารภายในประเทศ 39.26 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.64 และเที่ยวบินภายในประเทศ 281,896 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.77 โดยมุ่งตรงสู่สนามบินภูมิภาคต่าง ๆ ขณะที่ข้อมูลของกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ระบุว่าในปี 2568 มีผู้โดยสารใช้บริการสนามบินในความรับผิดชอบรวม 14,230,036 คน โดยสนามบินศักยภาพสูง 6 แห่ง ได้แก่ สุราษฎร์ธานี อุบลราชธานี ขอนแก่น นครศรีธรรมราช อุดรธานี และกระบี่ มีผู้โดยสารเฉลี่ย 2,5005,000 คนต่อวัน สะท้อนว่าการเดินทางทางอากาศในภูมิภาคมีฐานความต้องการที่ชัดเจน และสนามบินมีบทบาทในการเชื่อมโยงผู้โดยสารกับเมืองและแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่”

          “สำหรับในเส้นทางบินระหว่างประเทศ มีผู้โดยสารระหว่างประเทศ มีจำนวน 45.91 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.34 เที่ยวบินระหว่างประเทศ 263,598 เที่ยวบิน ลดลงร้อยละ 1.63 อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาเส้นทางบินระหว่างประเทศไทยและภูมิภาคยุโรป ยังคงขยายตัวได้ โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการของสายการบินและแนวโน้มของผู้โดยสารที่เลือกใช้เที่ยวบินตรงเพิ่มขึ้น แทนการเดินทางแบบต่อเครื่องผ่านภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้ในช่วงเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2569 มีปริมาณเที่ยวบินรวม 16,998 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.02 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงการขยายตัวของเที่ยวบินตรงระหว่างไทย – ยุโรปท่ามกลางข้อจำกัดของเส้นทางผ่านตะวันออกกลาง

ผู้อำนวยการ CAAT กล่าวเสริมว่า การพัฒนาสนามบินภูมิภาคให้เกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืน จึงไม่ใช่การขยายขนาดหรือเพิ่มเที่ยวบินให้ทุกแห่งด้วยรูปแบบเดียวกัน แต่ต้องออกแบบระดับการพัฒนาให้สอดคล้องกับศักยภาพ ความต้องการ และภารกิจของแต่ละพื้นที่ พร้อมยกระดับองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องทั้งระบบ ตั้งแต่ขีดความสามารถของสนามบิน ระบบน่านฟ้าและการบริหารจราจรทางอากาศ รูปแบบการให้บริการการเดินอากาศ ความพร้อมของสายการบินและบุคลากร ไปจนถึงระบบคมนาคมที่เชื่อมต่อกับสนามบิน CAAT จึงดำเนินการพัฒนาภายใต้หลักคิด “สนามบินเล็ก มาตรฐานไม่เล็ก” ซึ่งไม่ได้มุ่งเป้าให้ทุกสนามบินต้องมีขนาดหรือรูปแบบการดำเนินงานเหมือนกัน แต่ทุกแห่งต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยและระดับความพร้อมที่เหมาะสมกับบทบาท ปริมาณและลักษณะการจราจร รวมถึงความเสี่ยงเฉพาะของตนเอง เพื่อให้สามารถรองรับการเติบโต เชื่อมต่อกับโครงข่ายการบินของประเทศ และเปลี่ยนศักยภาพของแต่ละพื้นที่ให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมวางแนวทางการกำกับดูแลใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่

1. การยกระดับมาตรฐานและความพร้อมของสนามบินภูมิภาค โดยประเมินขีดความสามารถของสนามบิน พื้นที่ปฏิบัติการ สิ่งอำนวยความสะดวก และองค์ประกอบด้านความปลอดภัยให้สอดคล้องกับปริมาณและลักษณะของการจราจร 2. การพัฒนาระบบน่านฟ้าและการบริหารการจราจรทางอากาศ เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ 3. การนำ Aerodrome Flight Information Service หรือ AFIS มาใช้ ให้เหมาะสมกับลักษณะและความหนาแน่นของการจราจรในแต่ละสนามบิน และ 4. การกำกับดูแลผู้ประกอบการสายการบินและเส้นทางบินใหม่ตามมาตรฐาน โดยพิจารณาความพร้อมของผู้ดำเนินการเดินอากาศ อากาศยาน บุคลากร และระบบการปฏิบัติการ ควบคู่กับความต้องการของตลาดและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง

          ขณะเดียวกัน การพัฒนาความพร้อมด้านมาตรฐานและโครงสร้างพื้นฐานยังดำเนินควบคู่กับ มาตรการส่งเสริมให้เกิดเส้นทางบินใหม่สู่ภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม โดยกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ได้ดำเนินแนวคิด “Airport For Regional Development” เพื่อใช้ท่าอากาศยานเป็นกลไกเชื่อมโยงการคมนาคม เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว พร้อมออกมาตรการปรับลดค่าบริการขึ้นลงอากาศยานและค่าบริการที่เก็บอากาศยาน ร้อยละ 50 ทั้งเส้นทางภายในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้สายการบินขยายเครือข่ายการบินเข้าสู่ภูมิภาค โดยสายการบินใหม่ได้รับส่วนลดเป็นระยะเวลา 6 เดือน และเส้นทางบินใหม่ได้รับส่วนลดเป็นระยะเวลา 1 ปี มาตรการมีผลตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ถึงวันที่ 9 สิงหาคม 2570 โดยสายการบินที่ประสงค์เข้าร่วมสามารถยื่นหนังสือแจ้งความจำนงต่อกรมท่าอากาศยาน

มาตรการดังกล่าวจะช่วยเสริมแนวทางการพัฒนาสนามบินภูมิภาคของภาครัฐให้ครบทั้งด้าน ความพร้อม” และ “โอกาส” โดย CAAT มีบทบาทในการเตรียมความพร้อมและกำกับดูแลให้องค์ประกอบ ด้านการบินเป็นไปตามมาตรฐาน ขณะที่มาตรการของกรมท่าอากาศยานจะช่วยลดต้นทุนและสร้างแรงจูงใจทางธุรกิจให้แก่สายการบินในการพิจารณาเปิดเส้นทางหรือเพิ่มความถี่เที่ยวบิน ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนความต้องการเดินทางของตลาดไปสู่เส้นทางบินที่สามารถให้บริการได้จริงอย่างปลอดภัย ทั้งนี้ การตัดสินใจเปิดเส้นทางหรือ เพิ่มความถี่ยังคงเป็นการพิจารณาของสายการบินตามความเหมาะสมทางธุรกิจ

          หัวใจของแนวคิด ‘สนามบินเล็ก มาตรฐานไม่เล็ก’ คือ สนามบินแต่ละแห่งไม่จำเป็นต้องเติบโตในรูปแบบเดียวกัน แต่ต้องได้รับการพัฒนาให้เหมาะสมกับศักยภาพ ความต้องการ และบริบทของพื้นที่ โดยมีมาตรฐานความปลอดภัยเป็นรากฐานสำคัญ เพราะเมื่อทุกองค์ประกอบของระบบการบินมีความพร้อม การเปิดเส้นทางใหม่จะไม่ใช่เพียงการเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง แต่จะเป็นการเปิดเส้นทางของผู้คน ธุรกิจ และโอกาสใหม่ไปสู่ภูมิภาค เป้าหมายของ CAAT คือการทำให้สนามบินทุกระดับสามารถเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายการบินที่แข็งแกร่ง และร่วมขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศได้อย่างเต็มศักยภาพ พลอากาศเอกมนัทฯ กล่าวทิ้งท้าย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad