วิมุต จับมือสำนักงานเขตพญาไท–สน.บางซื่อ จัดโครงการ CSR “วิมุต...เคียงข้างทุกลมหายใจ” ดูแลสุขภาพปอดคนทำงานแนวหน้า - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2569

วิมุต จับมือสำนักงานเขตพญาไท–สน.บางซื่อ จัดโครงการ CSR “วิมุต...เคียงข้างทุกลมหายใจ” ดูแลสุขภาพปอดคนทำงานแนวหน้า

 


กรุงเทพฯ 23 กันยายน 2569 โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน เดินหน้าพันธกิจด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ร่วมกับ สำนักงานเขตพญาไท สถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ สถานีตำรวจดินแดง สถานีตำรวจพญาไท และสถานีดับเพลิงและกู้ภัยพหลโยธิน จัดโครงการ CSR “วิมุต...เคียงข้างทุกลมหายใจ” ส่งต่อการดูแลสุขภาพปอดให้แก่ผู้ปฏิบัติงานที่ต้องเผชิญกับฝุ่น ควัน และมลพิษทางอากาศเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร เจ้าหน้าที่รักษาความสะอาด และผู้ปฏิบัติงานกลางแจ้ง โดยจัดกิจกรรม ณ สำนักงานเขตพญาไท ตั้งเป้าดูแลผู้เข้าร่วมโครงการประมาณ 800 คน เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ปฏิบัติงานแนวหน้าได้เข้าถึงการประเมินสุขภาพปอด เข้าใจความเสี่ยงของตนเอง และได้รับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม


เบื้องหลังความปลอดภัย ความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมือง คือบุคลากรจำนวนมากที่ต้องปฏิบัติหน้าที่กลางแจ้งเป็นเวลานาน ตั้งแต่ตำรวจจราจรที่ทำงานท่ามกลางสภาพการจราจร ไปจนถึงเจ้าหน้าที่รักษาความสะอาดและผู้ปฏิบัติงานภาคสนาม ซึ่งต้องสัมผัสฝุ่นละออง ควันจากยานพาหนะ และมลพิษทางอากาศในชีวิตประจำวัน ขณะที่ภารกิจในการดูแลเมืองและผู้คนอาจทำให้หลายคนไม่มีโอกาสกลับมาใส่ใจสุขภาพของตัวเองอย่างเต็มที่ โรงพยาบาลวิมุตจึงริเริ่มโครงการ “วิมุต...เคียงข้างทุกลมหายใจ” ภายใต้แนวคิด “ดูแลคนที่ดูแลเรา” นำองค์ความรู้และบริการทางการแพทย์เข้าไปใกล้ผู้ปฏิบัติงานเหล่านี้มากขึ้น เพื่อให้การดูแลสุขภาพเริ่มต้นได้ตั้งแต่การรู้เท่าทันความเสี่ยง ก่อนที่ปัญหาสุขภาพจะส่งผลต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว



นพ.นิพัฒน์ กุหลาบขาว ประธานมูลนิธิวิมุต และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลวิมุต สำนักงานเขตพญาไท สถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ สถานีตำรวจดินแดง สถานีตำรวจพญาไท และสถานีดับเพลิงและกู้ภัยพหลโยธิน ในครั้งนี้ สะท้อนทิศทางที่วิมุตให้ความสำคัญมาโดยตลอด นั่นคือการขับเคลื่อนการดูแลสุขภาพจากการรักษาเมื่อเจ็บป่วย ไปสู่การป้องกันและการดูแลตั้งแต่ก่อนเกิดโรค เรามองว่าการเข้าถึงสุขภาพที่ดีไม่ควรถูกจำกัดอยู่เฉพาะในโรงพยาบาล แต่ต้องขยายไปถึงคนที่มีความเสี่ยงและคนที่ทำหน้าที่สำคัญต่อสังคม โดยเฉพาะผู้ปฏิบัติงานแนวหน้าที่ดูแลความปลอดภัย ความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมืองในทุกวัน คนเหล่านี้ดูแลพวกเรามาโดยตลอด ดังนั้น ภารกิจของวิมุตในวันนี้คือการ ‘ดูแลคนที่ดูแลเรา’และทำให้การดูแลสุขภาพเข้าถึงพวกเขาได้อย่างเป็นรูปธรรม”

“สำหรับวิมุต โครงการนี้ไม่ใช่เพียงกิจกรรมตรวจสุขภาพ แต่เป็นส่วนหนึ่งของความตั้งใจในการสร้างวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันให้เกิดขึ้นในสังคม เราต้องการให้ทุกคนรู้จักสุขภาพของตัวเอง เข้าใจความเสี่ยง และมีข้อมูลที่เพียงพอในการตัดสินใจดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสม เพราะ การป้องกันที่มีประสิทธิภาพต้องเริ่มจากการรู้เท่าทันสุขภาพของตัวเอง ขณะเดียวกัน ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองได้อย่างยั่งยืน เมืองที่น่าอยู่ไม่ได้วัดจากโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นเมืองที่คนทำงานและคนที่อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนเมืองมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีไปพร้อมกัน วิมุตจะเดินหน้าส่งต่อการดูแลในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง เพราะเราเชื่อว่า ทุกลมหายใจมีความหมาย และทุกคนควรมีโอกาสเข้าถึงการดูแลสุขภาพที่ดี” นพ.นิพัฒน์ กล่าว

ภายในโครงการ โรงพยาบาลวิมุตจัด โปรแกรมตรวจสุขภาพปอด (Lung Health Check-up) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้สำรวจสุขภาพและทำความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงของตนเองอย่างรอบด้าน เริ่มตั้งแต่การตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับสุขภาพ ประวัติการทำงาน การสัมผัสมลพิษ และพฤติกรรมที่อาจส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ตามด้วยการตรวจร่างกายโดยแพทย์เพื่อประเมินอาการและความเสี่ยงเบื้องต้น รวมถึง การตรวจสมรรถภาพปอด (Spirometry) เพื่อประเมินการทำงานของปอดและคัดกรองความผิดปกติ ก่อนรับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อให้สามารถนำข้อมูลที่ได้รับไปต่อยอดการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม



นายสายชล จังสมยา ผู้อำนวยการเขตพญาไท
กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันให้เข้าถึงประชาชนและผู้ปฏิบัติงานได้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติงานกลางแจ้งและเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงจากสภาพแวดล้อมอยู่เป็นประจำ ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญที่ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานได้เข้าถึงการประเมินความเสี่ยง การคัดกรอง และคำแนะนำด้านสุขภาพตั้งแต่เนิ่น ๆ เราเชื่อว่าการดูแลสุขภาพของเจ้าหน้าที่ให้มีความพร้อมในการทำงาน ไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ปฏิบัติงานเท่านั้น แต่ยังส่งต่อไปถึงประสิทธิภาพในการให้บริการและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนในพื้นที่ด้วย”



นพ.สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน กล่าวว่า “ปัจจุบันปัญหาสุขภาพปอดและโรคระบบทางเดินหายใจเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่ทำงานกลางแจ้งและต้องเผชิญกับฝุ่น ควัน และมลพิษทางอากาศอย่างต่อเนื่อง เพราะผลกระทบต่อปอดไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในวันที่ค่าฝุ่นอยู่ในระดับสูงเท่านั้น แต่สามารถสะสมจากการสัมผัสในชีวิตประจำวันได้ สิ่งที่น่ากังวลคือความผิดปกติของปอดในระยะแรกอาจยังไม่แสดงอาการชัดเจน ทำให้หลายคนไม่รู้ว่าการทำงานของปอดเริ่มลดลง จนกระทั่งเริ่มมีอาการเหนื่อยง่าย ไอเรื้อรัง แน่นหน้าอก หรือเริ่มกระทบต่อการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน”

“ด้วยเหตุนี้ การประเมินและคัดกรองสุขภาพปอดตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยงจากสภาพแวดล้อมในการทำงาน การตรวจสมรรถภาพปอด หรือ Spirometry ร่วมกับการประเมินโดยแพทย์ จะช่วยให้เรามองเห็นความเปลี่ยนแปลงของการทำงานของปอดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และหากพบความผิดปกติหรือปัจจัยที่ควรเฝ้าระวัง ก็สามารถวางแนวทางดูแล ติดตาม หรือส่งต่อเพื่อตรวจเพิ่มเติมได้อย่างเหมาะสม เราอยากให้ทุกคนมองว่าการดูแลปอดไม่ควรเริ่มต้นเมื่อมีอาการ แต่ควรเริ่มตั้งแต่วันที่เรายังรู้สึกปกติ เพราะการรู้ความเสี่ยงได้เร็ว ย่อมเปิดโอกาสให้เราป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวได้มากกว่า” นพ.สุวาณิช กล่าว

นอกจากการตรวจและประเมินสุขภาพปอดแล้ว อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของโครงการคือการสร้าง Health Awareness ให้ผู้เข้าร่วมเห็นว่าการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันสามารถเริ่มต้นได้จากเรื่องใกล้ตัว ตั้งแต่การสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย การลดปัจจัยเสี่ยง การป้องกันตนเองระหว่างปฏิบัติงาน ไปจนถึงการตรวจสุขภาพอย่างเหมาะสม เพราะการรู้ความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้สามารถวางแผนดูแลตัวเองและเข้าถึงการตรวจรักษาเพิ่มเติมได้อย่างเหมาะสม โดยโครงการตั้งเป้าดูแลผู้เข้าร่วม 800 คน ตลอดระยะเวลา 3 วัน พร้อมส่งต่อความรู้ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงหลังจบกิจกรรม

โครงการ “วิมุต...เคียงข้างทุกลมหายใจ” จึงไม่ใช่เพียงการนำบริการทางการแพทย์ออกไปสู่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ แต่ยังเป็นอีกก้าวของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการดูแลคุณภาพชีวิตของคนที่มีส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนเมืองในทุกวัน โรงพยาบาลวิมุตยังคงมุ่งเดินหน้าส่งต่อแนวคิดการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันไปสู่ผู้คนในวงกว้าง เพื่อให้การรู้เท่าทันความเสี่ยงและการดูแลสุขภาพเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ก่อนเจ็บป่วย ภายใต้ความตั้งใจที่จะ “ดูแลคนที่ดูแลเรา” และอยู่เคียงข้างทุกลมหายใจ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad