กรมศุลกากรทลายขบวนการลักลอบค้างาช้างข้ามชาติ !! ซุกซ่อนไม้แปรรูป ตรวจยึดกว่า 3.1 ตัน มูลค่าสูงถึง 155 ล้านบาท - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2569

กรมศุลกากรทลายขบวนการลักลอบค้างาช้างข้ามชาติ !! ซุกซ่อนไม้แปรรูป ตรวจยึดกว่า 3.1 ตัน มูลค่าสูงถึง 155 ล้านบาท

 


วันนี้ (26 ตุลาคม 2569) นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดี

กรมสอบสวนคดีพิเศษ นายประทีป เหิมพยัคฆ์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช 

และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวในการสกัดขบวนการลักลอบนำเข้างาช้างครั้งใหญ่ ณ ท่าเรือแหลมฉบัง ตรวจยึดงาช้างกว่า 3.1 ตัน พร้อมซากสัตว์ป่า มูลค่าของกลางรวมกว่า 155 ล้านบาท หลังพบซุกซ่อนในไม้แปรรูปดัดแปลงจากประเทศแซมเบีย เตรียมตรวจพิสูจน์ DNA และเดินหน้าสืบสวนขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องต่อไป ย้ำจุดยืนการควบคุมและป้องกันไม่ให้การค้าระหว่างประเทศเป็นภัยคุกคามหรือทำให้ชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าต้องสูญพันธุ์ไปจากโลก พร้อมสกัดกั้นไม่ให้ประเทศไทยตกเป็นเส้นทางลักลอบค้าสัตว์ป่าระหว่างประเทศ



นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ให้ความสำคัญกับนโยบายการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการบังคับใช้กฎหมายเพื่อปกป้องทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตลอดจนรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและความสมดุลของระบบนิเวศ พร้อมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและประโยชน์ส่วนรวม กรมศุลกากร

จึงได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยยกระดับมาตรการตรวจสอบสินค้านำเข้า

และส่งออกที่มีความเสี่ยงต่อการลักลอบขนส่งสัตว์ป่า พันธุ์พืช และผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้การควบคุม เพื่อเพิ่ม

ความเข้มงวดในการควบคุมการนำเข้า ส่งออกและการเคลื่อนย้ายสินค้าผิดกฎหมาย ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญ


ในการปกป้องสังคมและทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงสนับสนุนการปฏิบัติตามพันธกรณีของประเทศไทยภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) เพื่อป้องกันมิให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นเส้นทางลักลอบค้าสัตว์ป่าระหว่างประเทศ

โดยจากการบูรณาการข้อมูลการข่าวและปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานระหว่างประเทศ เจ้าหน้าที่ศุลกากร

จึงได้อายัดตู้คอนเทนเนอร์สินค้าที่มีเหตุต้องสงสัย ซึ่งนำเข้าจากประเทศแซมเบีย จำนวน 2 ตู้ ณ ท่าเรือแหลมฉบัง สำแดงสินค้าเป็นไม้มูลสิวิแปรรูป จำนวน 568 แผ่น ปริมาตร 48 ลูกบาศก์เมตร น้ำหนักสุทธิรวม 56,000 กิโลกรัม โดยผลจากการตรวจสอบ

พบไม้แปรรูปจำนวน 32 แผ่น ถูกดัดแปลงให้มีช่องว่างภายใน และใช้ไขสีขาวเทปิดทับเพื่ออำพรางงาช้างและซากสัตว์ป่า

ที่ซุกซ่อนอยู่ จึงประสานกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อตรวจสอบร่วมกันและจัดเก็บพยานหลักฐาน

อย่างละเอียด โดยพบของกลางจำนวนมาก ประกอบด้วยงาช้างกิ่งและงาช้างท่อน จำนวน 469 กิ่ง/ท่อน น้ำหนัก 3,042.67 กิโลกรัม เศษงาช้าง จำนวน 1,038 ชิ้น น้ำหนัก 66.20 กิโลกรัม รวมน้ำหนักงาช้างทั้งสิ้น 3,108.87 กิโลกรัม หรือกว่า 3.1 ตัน ขนหางช้าง จำนวน 335 เส้น น้ำหนัก 0.18 กิโลกรัม และ ซากสัตว์ป่า จำนวน 1 ซาก รวมมูลค่าของกลางประมาณ 155 ล้านบาท การกระทำดังกล่าว ถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. 2558 พระราชบัญญัติ

สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 รวมถึงกฎกระทรวงและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า 

และผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า ตลอดจนพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่า

ที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) ในส่วนที่เกี่ยวข้อง


ทั้งนี้ ภายหลังการตรวจยึดดังกล่าว กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เข้าตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) ของกลาง เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบการดำเนินคดีและการสืบสวนขยายผลตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมกันนี้ ได้ประสานให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และสืบสวนขยายผลไปยังผู้กระทำผิด

และผู้เกี่ยวข้องต่อไป 


อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จในการตรวจยึดครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือและการประสานข้อมูลการข่าวระหว่างหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยขอขอบคุณกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) และ Wildlife Justice Commission (WJC) ที่สนับสนุนข้อมูลการข่าวอันเป็นประโยชน์ต่อการตรวจสอบ รวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติภารกิจจนสามารถตรวจยึดของกลางดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม กรมศุลกากรจะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย การสืบสวนขยายผล และการพัฒนาระบบเฝ้าระวังสินค้าที่มีความเสี่ยง เพื่อควบคุมและป้องกันไม่ให้การค้าระหว่างประเทศเป็นภัยคุกคามหรือทำให้ชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าต้องสูญพันธุ์ไปจากโลก ยึดมั่น

ในเจตจำนงการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ ตามวัตถุประสงค์ของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ CITES สืบเนื่องต่อไป


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad