คณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ จุฬาฯ เปิดตัวผลงานนวัตกรรมการเกษตร พัฒนาผู้ประกอบการผ่านการเรียนรู้ข้ามศาสตร์และโจทย์จริงจากภาคอุตสาหกรรม - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2569

คณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ จุฬาฯ เปิดตัวผลงานนวัตกรรมการเกษตร พัฒนาผู้ประกอบการผ่านการเรียนรู้ข้ามศาสตร์และโจทย์จริงจากภาคอุตสาหกรรม



คณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงาน “จากเกษตรสู่มูลค่า จากนวัตกรรมสู่ความยั่งยืน” From Agriculture to Value. From Innovation to Sustainability เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2569 ณ เรือนจุฬานฤมิต โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวเปิดงานและปาฐกถากิตติมศักดิ์ หัวข้อ “เกษตรยุคใหม่: สร้างมูลค่าด้วยนวัตกรรมสู่ความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน” 


ภายในงาน ศ. นพ. รังสรรค์ ฤกษ์นิมิต รองอธิการบดี ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “เกษตรศาสตร์บูรณาการ: สร้างคุณค่า สร้างนวัตกรรม สร้างอนาคตที่ยั่งยืน” รศ. ดร.พันธวัศ สัมพันธ์พานิช คณบดีคณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “สร้างผู้ประกอบการเกษตรแห่งอนาคต: จากการเรียนรู้ข้ามศาสตร์สู่นวัตกรรมมูลค่าสูง” ศ.ภก. ดร.ปิติ จันทร์วรโชติ รองคณบดีฝ่ายวิจัยนวัตกรรมเพิ่มมูลค่าและเครือข่าย คณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ กล่าวรายงานและวัตถุประสงค์การจัดงาน หลังจากนั้นเป็นพิธีลงนามความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยคณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ กับกลุ่ม KTIS โดย บริษัท เคทิส วิจัยและพัฒนา จำกัด 


ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ เปิดเผยว่า “สำนักวิชาทรัพยากรการเกษตรได้เปลี่ยนสถานะเป็น คณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ เพื่อเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลและขับเคลื่อนศาสตร์ทางด้านการเกษตรของมหาวิทยาลัยอย่างเต็มรูปแบบ เกษตรกรในยุคปัจจุบันซึ่งไม่ใช่เพียงผู้ทำนา ทำสวน หรือทำไร่แบบเดิม แต่ต้องมีความสามารถในการบริหารและพัฒนาธุรกิจเป็นของตัวเอง คำว่า "บูรณาการ" (Integrate) มีความหมายที่ลึกซึ้งกว่าสหศาสตร์ ไม่ใช่การนำรายวิชาต่าง ๆ มาวางเรียงต่อกัน แต่เป็นการเชื่อมโยงความรู้จากหลายด้านเข้าด้วยกันตรงกลางจนหลอมรวมกลายเป็นเนื้อเดียวกัน”


“ผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่เห็นจากนิสิตสะท้อนถึงการนำความต้องการของผู้บริโภค ความรู้ภาษา และนวัตกรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตทางการเกษตร หากประเทศอยากมีนวัตกรรมที่ดี ต้องเริ่มที่นวัตกรก่อน นวัตกรต้องมาก่อนนวัตกรรมเสมอ และนวัตกรรมจะมีมูลค่าได้ ตัวนวัตกรจะต้องมีคุณค่าก่อน"


รศ. ดร.พันธวัศ สัมพันธ์พานิช คณบดีคณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ กล่าวเพิ่มเติมว่า “งานนี้จัดขึ้นเพื่อเปิดตัวผลิตภัณฑ์ต้นแบบนวัตกรรมของคณะฯ แนวทางการเรียนการสอนมุ่งเน้นการสร้างนิสิตให้เรียนรู้ในเชิงการเป็นผู้ประกอบการ สอนให้นิสิตมองโจทย์ปัญหาให้ออก เช่น ราคาข้าวตกต่ำ สาเหตุที่แท้จริงอาจมาจากข้าวไม่ได้มาตรฐานหรือมีโรคแมลง นิสิตจึงต้องมองให้ออก วางแผนแก้ไขที่ต้นเหตุ และนำปัญหานั้นมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้ได้”


“ผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่นำมาแสดงมีมากกว่า 10–12 รายการ เช่น เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงร่างกาย เวชภัณฑ์ และสินค้าแปรรูปจากพืชและสัตว์ ฯลฯ แต่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุด นิสิตและอาจารย์ต้องมองโลกจริงและเปิดใจรับฟังความคิดเห็นจากผู้บริโภคเพื่อนำมาปรับปรุง หากพบว่าปรับปรุงไม่ได้หรือไปต่อไม่ได้ ก็ต้องกล้าที่จะหยุดหรือเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ โดยมีช่องทางขับเคลื่อนร่วมกับบริษัท CU Agri Enterprise เพื่อส่งต่อผลิตภัณฑ์สู่ผู้บริโภค

                                    


“คณะฯ มีพื้นที่ปฏิบัติงานบูรณาการในต่างจังหวัด ได้แก่ น่าน เชียงใหม่ สระบุรี และชลบุรี ซึ่งทำหน้าที่ส่งวัตถุดิบพืชและสัตว์เข้าสู่ส่วนกลาง ความยั่งยืนที่แท้จริงคือเมื่อนิสิตพัฒนาเป็นผู้ประกอบการและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ได้แล้ว ต้องมีระบบการรีเทิร์นและแบ่งปันรายได้หรือผลประโยชน์กลับคืนสู่เกษตรกรและชุมชนต้นทางด้วย”


นอกจากนี้ ในงาน คณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ ยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม CU Agri (From Agriculture to Value) นำเสนอแนวคิดและเส้นทางการพัฒนา “จากองค์ความรู้และวัตถุดิบการเกษตร 

สู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง” และการเสวนาพิเศษ หัวข้อ “การต่อยอดวัตถุดิบการเกษตรสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง การเร่งนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริงและการขยายผลเชิงพาณิชย์ อย่างยั่งยืน” ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย ศ. ภก. ดร.ปิติ จันทร์วรโชติ อ.สพญ. ดร.ศราวณี ขันมณี ผศ.ดร.ธัญศิภรณ์ ณ น่าน ผศ. ดร.ภัณฑิรา เหมภัทรสุวรรณ และ ดำเนินรายการโดย รศ.ภญ. ดร.กุลวรา เมฆสวรรค์ โดยมีผลงานเด่นที่นำเสนอ ได้แก่

- ภาชนะใส่อาหารจากชานอ้อยรูปแบบ PFAS-Free เป็นความร่วมมือของคณะเกษตรศาสตร์บูรณาการฯ ร่วมกับกลุ่ม KTIS พัฒนาภาชนะใส่อาหารจากชานอ้อยที่ย่อยสลายตามธรรมชาติ และปราศจากสาร PFAS ที่เป็นสารก่อมะเร็ง ซึ่งปัจจุบันสหภาพยูโรปและสหรัฐอเมริกาได้แจ้งเตือนถึงปัญหาดังกล่าวและส่งเสริมการใช้ภาชนะที่เป็น PFAS-Free เพิ่มมากขึ้น  

- ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากสารสกัดธรรมชาติ เป็นการบูรณาการความร่วมมือกับภาคเกษตรกรต้นน้ำในการพัฒนาสารสกัดจากสาหร่ายพวงองุ่นให้มีคุณสมบัติยับยั้งการทำงานของเม็ดสี ร่วมกับการใช้สารสกัดสมุนไพรผสมที่มีคุณสมบัติกระตุ้นการทำงานของเซลล์ต้นกำเนิดผิวหนัง เป็นสารสำคัญในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพิ่มความชุ่มชื้นและความกระจ่างใสของผิวหนังที่เห็นผลได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และไม่ระคายเคือง 

- นวัตกรรมโปรตีนผงสูตรแม่นยำ พัฒนาสูตรผสมโปรตีนผงชงดื่มจากแหล่งสัตว์และพืช โดยบูรณาการความรู้ด้านองค์ประกอบโปรตีนในกล้ามเนื้อมนุษย์ ชีววิทยาของการสังเคราะห์โปรตีน และการใช้ประโยชน์จากกรดอะมิโนในร่างกาย เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่มุ่งตอบโจทย์การสร้างโปรตีนกล้ามเนื้อ

- นวัตกรรมโกโก้ไทยตลอดห่วงโซ่คุณค่า ศูนย์นวัตกรรมเพื่อการวิจัยและพัฒนาโกโก้ไทยอย่างยั่งยืน (The Innovation Center for Research and Development of Sustainable Cocoa Thailand: ISTC) บูรณาการ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการมีส่วนร่วมของชุมชน ภายใต้แนวคิด “Every Pod, Every Bean, Every Waste Must Create Value” เพื่อใช้ประโยชน์จากผลผลิตและวัสดุเหลือทิ้ง สร้างรายได้แก่ชุมชน เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และมุ่งสู่อนาคตอาหารคาร์บอนต่ำ

- ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปพร้อมรับประทาน พัฒนาผลิตภัณฑ์ปรุงรสด้วยมะแขว่น สมุนไพรท้องถิ่นภาคเหนือ ด้วยกระบวนการผลิตตามมาตรฐาน GMP โดยไม่เติมน้ำมันและผงชูรส พร้อมคำนึงถึงการเก็บรักษา เพื่อเพิ่มความสะดวก ในการบริโภคและต่อยอดอัตลักษณ์วัตถุดิบท้องถิ่นสู่ผลิตภัณฑ์อาหาร

- ผลิตภัณฑ์ Plant-based bar โดยการเลือกใช้เห็ดและโปรตีนจากพืชมาพัฒนาเป็นแท่งโปรตีนบาร์จากพืช (Plant-based bar) เพื่อเพิ่มทางเลือกด้าน โภชนาการและเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตเกษตร

- นวัตกรรมโรงงานผลิตพืชอัจฉริยะ (Chula AgriSphere) เป็นนวัตกรรมโรงงานผลิตพืช (Plant Factory) ระบบปิดที่ใช้นวัตกรรมเกษตรสมัยใหม่ เช่น IoT เซนเซอร์ การควบคุมแสงและอุณหภูมิ ฯลฯ ทำให้ผลิตพืชผักปลอดภัยได้ทั้งปีโดยไม่ขึ้นกับฤดูกาล ตอบโจทย์ความปลอดภัยทางอาหาร (Food Safety) และความมั่นคงทางอาหาร (Food Security)

การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ต้นแบบและความร่วมมือกับ KTIS สะท้อนทิศทางของคณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ ในการเชื่อมการศึกษา งานวิจัย และภาคอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อพัฒนาองค์ความรู้สู่การใช้ประโยชน์ สร้างโอกาส ทางธุรกิจ และเตรียมผู้ประกอบการที่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจเกษตรไทยอย่างยั่งยืน



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad