GCAP GOLD ลุ้นทองคำฟื้นทดสอบ $4,250 ก่อนประชุมเฟด จับตาดอลลาร์–บอนด์ยีลด์ แนะรอซื้อเมื่อราคาสร้างฐาน - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2569

GCAP GOLD ลุ้นทองคำฟื้นทดสอบ $4,250 ก่อนประชุมเฟด จับตาดอลลาร์–บอนด์ยีลด์ แนะรอซื้อเมื่อราคาสร้างฐาน

 


กรุงเทพฯ – บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) ประเมินทองคำมีโอกาสฟื้นตัวทดสอบ $4,250 หากดอลลาร์และบอนด์ยีลด์อ่อนตัวลงต่อเนื่อง จับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ก่อนการประชุมเฟด ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ วางกรอบลงทุน $4,100–$4,250 แนะนำรอซื้อเมื่อราคาสร้างฐานบริเวณแนวรับ

 

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำมีโอกาสฟื้นตัว หลังกลับมาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,165 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แต่ความกังวลด้านเงินเฟ้อและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยังเป็นปัจจัยจำกัดการปรับขึ้น โดยต้องติดตามว่าดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หรือบอนด์ยีลด์ จะปรับลดลงต่อเนื่องเพียงพอที่จะสนับสนุนการฟื้นตัวของทองคำหรือไม่

ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่สูงกว่าคาด ทำให้ตลาดยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น อาจหนุนให้ดอลลาร์และบอนด์ยีลด์กลับมาปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำและกดดันราคา ในทางกลับกัน หากดอลลาร์และบอนด์ยีลด์อ่อนตัวลงต่อเนื่อง จะช่วยเปิดโอกาสให้ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไป

 ก่อนการประชุมเฟดวันที่ 27–28 ตุลาคม 2569 ตลาดยังประเมินทิศทางดอกเบี้ยจากถ้อยแถลงล่าสุดของนายเควิน วอร์ช ประธานเฟด ควบคู่กับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งจะมีบทบาทมากขึ้นในช่วงที่  เฟดงดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน โดยเฉพาะจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานและดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) หากข้อมูลสะท้อนว่าเศรษฐกิจยังแข็งแกร่งและแรงกดดันด้านราคายังสูง อาจเพิ่มน้ำหนักต่อการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดและจำกัดการฟื้นตัวของทองคำแต่หากเศรษฐกิจชะลอลงพร้อมกับแรงกดดันด้านราคาที่ผ่อนคลาย จะช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยและสนับสนุนราคาทองคำ

นอกจากนี้ ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย–ยูเครนและสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยที่อาจเพิ่มความผันผวนให้ตลาด โดยความตึงเครียดที่รุนแรงขึ้นอาจกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นจนเพิ่มความกังวลด้านเงินเฟ้อและโอกาสขึ้นดอกเบี้ย แรงหนุนต่อทองคำอาจถูกลดทอนจากการแข็งค่าของดอลลาร์และการปรับขึ้นของบอนด์ยีลด์ จึงต้องติดตามว่าตลาดจะให้น้ำหนักกับความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยหรือความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อมากกว่าในแต่ละช่วง

ด้านกลยุทธ์การลงทุน GCAP GOLD ประเมินกรอบราคาทองคำที่ $4,100–$4,250 โดยเน้นรอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาสร้างฐานบริเวณ $4,115–$4,100 หรือราคาทองคำไทยประมาณ 65,000–64,800 บาท และพิจารณาขายทำกำไรบริเวณ $4,200 และ $4,250 หรือราคาทองคำไทยประมาณ 66,500 และ 67,000 บาท ตามลำดับ

ทั้งนี้ หากราคาทองคำหลุดระดับ $4,100 หรือราคาทองคำไทยต่ำกว่า 64,800 บาท แนะนำให้นักลงทุนพิจารณาลดความเสี่ยง และรอประเมินการสร้างฐานใหม่บริเวณ $4,065 หรือราคาทองคำไทยประมาณ 64,200 บาท ก่อนพิจารณาเพิ่มสถานะลงทุนเพื่อบริหารความเสี่ยงในช่วงที่ทิศทางราคายังไม่ชัดเจน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad