ซีพีเอฟ หนุนชุมชนบ้านซับรวงไทร จ.ชัยภูมิ สร้างความมั่นคงทางอาหาร พึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

วันอังคารที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2564

ซีพีเอฟ หนุนชุมชนบ้านซับรวงไทร จ.ชัยภูมิ สร้างความมั่นคงทางอาหาร พึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน

 


บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เดินหน้าสนับสนุนการสร้างความมั่นคงทางอาหารระดับชุมชน และผลิตอาหารปลอดภัย  ชู”โครงการสร้าง  สาน สุข วิถีชุมชน ศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง บ้านซับรวงไทร จังหวัดชัยภูมิ” ปลูกผักปลอดสารเคมี 100 %  ต้นแบบเกษตรอินทรีย์ สร้างอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืน   สอดรับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ            

           
นายปราโมทย์ รู้ทวีผล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม ภายใต้กลยุทธ์สู่ความยั่งยืน 3 เสาหลัก คือ อาหารมั่นคง สังคมพึ่งตน และดินน้ำป่าคงอยู่  พร้อมทั้งปลูกฝังให้พนักงานคิดสร้างสรรค์โครงการเพื่อตอบแทนสังคมและเป็นประโยชน์ต่อชุมชนในพื้นที่ที่บริษัทตั้งอยู่  ซึ่งโครงการ สร้าง สาน สุข วิถีชุมชน ศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง บ้านซับรวงไทร จังหวัดชัยภูมิ  เป็นอีกหนึ่งโครงการที่สนับสนุนเกษตรกรและชุมชน หมู่ที่ 4  ต.นาเสียว อ.เมืองชัยภูมิ  จ.ชัยภูมิ  รวมตัวกันปลูกผักปลอดภัยปราศจากสารเคมี 100 % เป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับชุมชน ผลิตอาหารปลอดภัย สร้างอาชีพ และส่งเสริมการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน  สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ ( Sustainable Development Goals :  SDGs) ในประเด็นขจัดความยากจน  การมีสุขภาพที่ดี  และมีแบบแผนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน         
     

ซีพีเอฟ ฯ ร่วมกับเกษตรกร  ชุมชนในพื้นที่  และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง  แก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร   โดยตั้งแต่ปี  2561 ซีพีเอฟสนับสนุนการทำหอกระจายน้ำ  หอพักน้ำเพื่อการเกษตร  ระบบจ่ายน้ำด้วยท่อ PE  เพื่อกระจายน้ำใช้ในการเกษตรได้อย่างทั่วถึง  รวมทั้งหาแนวทางช่วยลดต้นทุนค่าปุ๋ยของเกษตรกร  ด้วยการทำโครงการ “ปุ๋ยเปลือกไข่ สู่ชุมชน และเกษตรกร”  โดยซีพีเอฟสนับสนุนมูลไก่และเปลือกไข่ภายใต้การผลิตร่วมกับชุมชน  เพื่อนำไปทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ใส่ในแปลงเกษตร  เป็นการบริหารจัดการของเสียแบบบูรณาการด้วยการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม      
        
นอกจากนี้  ชุมชนในพื้นที่สามารถเข้าถึงการบริโภคผักปลอดภัยและนำมาสู่การมีสุขภาพที่ดี เกษตรกรที่ปลูกผักมีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น  หลังจากที่บริษัทฯเข้าไปดูแลเรื่องการจัดการระบบน้ำ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางการเกษตร สามารถผลิตผักปลอดภัยตามความต้องการของลูกค้าได้อย่างสม่ำเสมอ        
  

นายชูชีพ ชัยภูมิ ประธานศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง บ้านซับรวงไทร กล่าวว่า  ปัจจุบัน กลุ่มปลูกผักปลอดภัยบ้านซับรวงไทร มีสมาชิก 44  ราย ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 29 ไร่ ได้รับการสนับสนุนจากซีพีเอฟดูแลระบบการจัดการน้ำเพื่อใช้ในการเพาะปลูกมาตั้งแต่ปี 2561 ทำให้มีน้ำใช้ในการเพาะปลูกพืชได้ตลอดทั้งปี   รวมทั้งได้รับการสนับสนุนมูลไก่และเปลือกไข่เพื่อทำปุ๋ย  ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ย  และจากการวิเคราะห์ทางเคมีพบว่าปุ๋ยที่เกิดจากการผสมด้วยมูลไก่และเปลือกไข่ มีธาตุไนโตรเจนและฟอสฟอรัสสูง  เป็นธาตุอาหารที่ทำให้พืชผักโตเร็ว  และผลผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 20%   ทำให้ชุมชนมีรายได้จากการจำหน่ายผักอย่างน้อย 15,000 บาทต่อเดือน เป็นรายได้เสริมจากอาชีพหลัก คือ ทำนา ทำไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลัง ซึ่งเป็นพืชที่ราคาผันผวน     
 
“ชุมชนบ้านซับรวงไทร ขอขอบคุณทางซีพีเอฟ ที่เห็นประโยชน์และความสำคัญของการที่คนในชุมชนรวมตัวกันเป็นกลุ่มปลูกผักบ้านซับรวงไทร พร้อมกับเข้ามาสนับสนุนในทุกๆด้านอย่างเต็มกำลัง  อาทิ สนับสนุนอุปกรณ์เก็บน้ำและกระจายน้ำ หาแนวทางเพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ยของเกษตรกร ร่วมกันก่อตั้งและสร้างตลาดชุมชน   ดูแลวางแผนการตลาด  ช่องทางการจำหน่าย  ทำให้ชุมชนของเราก้าวไกลและก้าวหน้ายิ่งขึ้น  ผู้สูงอายุที่ไม่มีกำลังไปทำไร่ทำนา สามารถปลูกผักปลอดภัยไว้บริโภคเองและนำผลผลิตมาจำหน่ายสร้างรายได้ ”  ประธานศูนย์เรียนรู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง กล่าว         
 
นางเมืองพร ชนะพาล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.นาเสียว อายุ 48 ปี มีอาชีพทำการเกษตร ทำนาข้าว สวนอ้อยและไร่มันสำปะหลัง กล่าวว่า  ตนเป็นรุ่นบุกเบิกที่มีการรวมตัวของคนในชุมชนเพื่อปลูกผักปลอดภัย จากนั้นทางซีพีเอฟเข้ามาช่วยเหลือและสนับสนุนอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับพักน้ำไว้ใช้เพาะปลูก  และยังสนับสนุนมูลไก่ เปลือกไข่ และน้ำหมักเพื่อนำมาทำเป็นปุ๋ยให้ชาวบ้านใช้ประโยชน์แทนการใช้ปุ๋ยเคมี  ลดค่าใช้จ่ายของครัวเรือนลงได้อย่างมาก   ส่วนผลผลิตผักที่ได้ ทางซีพีเอฟเข้ามาช่วยดูแลเรื่องการตลาด การจำหน่าย  แนะนำลูกค้าให้  ขอบคุณซีพีเอฟที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง   คนในชุมชนเองก็มีโอกาสได้ทำงานกับซีพีเอฟ  ไม่ต้องเดินทางไปทำงานต่างฟื้นที่ไกลๆ  ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ซึ่งไม่สามารถทำงานหนักได้  สามารถทำหน้าที่ดูแลแปลงผักและมีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตผัก    


โครงการสร้าง  สาน สุข  วิถีชุมชน ศูนย์เรียนรู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง บ้านซับรวงไทร จังหวัดชัยภูมิ  เป็นโครงการที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากการประกวดรางวัลสามประโยชน์สู่ความยั่งยืน ปี 2563 ( CPF CSR Awards 2020) และรางวัลซีพีเพื่อความยั่งยืน  ประจำปี 2563  สามารถเป็นต้นแบบและเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับชุมชนอื่นๆต่อไป  เพื่อส่งเสริมการสร้างความมั่นคงทางอาหารระดับชุมชนและพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ./  

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here