ม.ทักษิณ จับมือญี่ปุ่น ยกระดับ “น้ำพุร้อนพัทลุง-ตรัง” เทียบมาตรฐานออนเซ็นโลก - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569

ม.ทักษิณ จับมือญี่ปุ่น ยกระดับ “น้ำพุร้อนพัทลุง-ตรัง” เทียบมาตรฐานออนเซ็นโลก

 


มหาวิทยาลัยทักษิณ ร่วมมือทางวิชาการ กับ สมาคมประเมินสิ่งแวดล้อม Kyushu Environmental Evaluation Association (KEEA) และ The University of Kitakyushu ประเทศญี่ปุ่น จัดตั้งศูนย์นานาชาติด้านสิ่งแวดล้อมทางน้ำเพื่อการพัฒนาภูมิภาค ภายใต้เวที “Thailand–Japan Open Onsen Forum 2026 “From Hot Springs to Social Innovation” หวังยกระดับองค์ความรู้ทรัพยากรน้ำพุร้อนในพื้นที่เพื่อพัฒนาสู่มาตรฐานออนเซ็นระดับโลก ต่อยอดพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยทักษิณ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ร่วมกับ Kyushu Environmental Evaluation Association (KEEA) ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้เวที Thailand–Japan Open Onsen Forum 2026 “From Hot Springs to Social Innovation” เพื่อยกระดับการพัฒนา “น้ำพุร้อน ในพื้นที่จังหวัดพัทลุงและตรัง สู่มาตรฐานสากล ที่สามารถต่อยอดสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (wellness tourism)

พิธีลงนามจัดขึ้นในวันที่ 27 มีนาคม 2569 ณ คณะวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ ร่วมกับ Kyushu Environmental Evaluation Association (KEEA) โดย Prof. Dr. Takayuki Shimaok, President of KEEA เพื่อสร้างความร่วมมือด้านการวิจัย การพัฒนาองค์ความรู้ และการยกระดับมาตรฐานการจัดการน้ำพุร้อนตามแนวทางสากล พร้อมจัดเวทีเสวนา “ออนเซ็นในภาคใต้ของไทย: โอกาส ความเป็นไปได้ และทิศทางในอนาคต” และการประชุมวิชาการนานาชาติด้านออนเซ็นครั้งแรกในภาคใต้

ไฮไลต์สำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือ การจัดตั้งศูนย์ International Center on Water Environment in Regional Development (ICWERD) ณ คณะวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยทักษิณ เพื่อเป็นศูนย์กลางการวิจัย พัฒนาองค์ความรู้ บริการวิชาการ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติด้านสิ่งแวดล้อมน้ำ โดยมุ่งสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายผ่านฐานข้อมูลและเครื่องมือวิชาการที่ทันสมัย นอกจากนี้ภายในงานยังมีเวทีเสวนา Onsen in Southern Thailand: Opportunities, Feasibility and the Road Ahead” เพื่อสะท้อนโอกาสและทิศทางการพัฒนาน้ำพุร้อนภาคใต้ สู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและแหล่งสร้างรายได้ให้ชุมชน

รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยทักษิณมีบทบาทสำคัญในฐานะ “มหาวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม” ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย และเครือข่ายความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ เพื่อยกระดับศักยภาพของทรัพยากรท้องถิ่นให้สามารถสร้างคุณค่าได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะแหล่งน้ำพุร้อนซึ่งเป็นทุนเชิงพื้นที่ที่สำคัญของจังหวัดพัทลุงและตรัง

“ความร่วมมือกับหน่วยงานวิชาการระดับนานาชาติที่มีความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์และจำแนกประเภทออนเซ็นตามมาตรฐานสากล จะช่วยยกระดับองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตลอดจนสนับสนุนการกำหนดนโยบายและแนวทางการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสม” รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ กล่าว

จากการศึกษาของทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยทักษิณร่วมกับโครงการพัทลุงการวิจัยและนวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์เพื่อขจัดความยากจนและสร้างโอกาสทางสังคม สนับสนุนโดยหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ในพื้นที่แหล่งน้ำพุร้อนสำคัญในภาคใต้ แห่ง ได้แก่ น้ำพุร้อนเขาชัยสน และน้ำพุร้อนโหล๊ะจังกระ จังหวัดพัทลุง และน้ำพุร้อนเค็มควนสระ จังหวัดตรัง ผลการวิเคราะห์ชี้ว่า น้ำพุร้อนทั้ง 3 แห่งมีคุณลักษณะทางกายภาพและเคมีที่โดดเด่น และมีคุณสมบัติในการแช่เพื่อช่วยฟื้นฟูสมดุลของร่างกาย บรรเทาความเครียด และอาการผื่นแพ้ผิวหนัง โดยบางแหล่งมีค่าดัชนีคุณภาพน้ำ Oishi-water Index อยู่ในระดับสูง ใกล้เคียงมาตรฐานน้ำพุร้อนและน้ำแร่ของประเทศญี่ปุ่น สะท้อนศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับนานาชาติ

การลงนามความร่วมมือและเวทีเสวนาทางวิชาการครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับ “น้ำพุร้อนไทย” ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และมาตรฐานจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ทรัพยากรท้องถิ่น เชื่อมโยงการพัฒนาสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม พร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่สู่อนาคตอย่างยั่งยืน ตามแนวทางมหาวิทยาลัยนวัตกรรมสังคมที่มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad