กรุงเทพฯ 16 มีนาคม 2569 - กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) หรือดีพร้อม กระทรวงอุตสาหกรรม สืบสานพระราชปณิธานแห่งการอนุรักษ์ผ้าไทย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง เผยผลสำเร็จการดำเนิน “โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และต่อยอดมูลค่าหัตกรรมผ้าทอไทยมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ (DIPROM Thai Weave, Trendy Vibe) หนุนผู้ประกอบการ 15 วิสาหกิจแฟชั่น พัฒนาต่อยอด ผ้าไทยจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยี พลิกโฉมสู่แฟชั่นผ้าไทยอย่างสร้างสรรค์ในยุค New Gen สร้างภาพลักษณ์ทันสมัย เสริมทัพโปรโมทด้วยพลัง Influencer เร่งขยายตลาดสู่สากล คาดสร้างรายได้เพิ่มไม่น้อยกว่าร้อยละ 10นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) หรือ ดีพร้อม กระทรวงอุตสาหกรรม ดำเนินการจัดโครงการดังกล่าวขึ้นบนพื้นฐานแห่งพระราชปณิธานอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีสายพระเนตรอันยาวไกลในการวางรากฐานอาชีพให้แก่ประชาชนผ่านการอนุรักษ์และส่งเสริมศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน โดยเฉพาะงานผ้าไทยซึ่งเปี่ยมด้วยอัตลักษณ์ คุณค่า และภูมิปัญญาที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น พระองค์ทรงก่อตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้และรักษามรดกทางวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่ตราบจนปัจจุบัน
ในบริบทเศรษฐกิจปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว งานหัตกรรมผ้าไทยแม้ยังคงมีศักยภาพสูง แต่ในปี 2567 มีมูลค่าการส่งออกกว่า 4,600 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้าร้อยละ 8.23 สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนา กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ภายใต้นโยบาย DIPROM FLEXi “ปรับ ยกระดับ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง” จึงได้ดำเนิน “โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และต่อยอดมูลค่าหัตกรรมผ้าทอไทยมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ (DIPROM Thai Weave, Trendy Vibe)” เพื่อสืนสาน ฟื้นฟู ปรับภาพลักษณ์ มุ่งเน้นการสร้าง “Trendy Vibe” ให้ผ้าไทย ด้วยการผสมผสานเทคนิคดั้งเดิมกับเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ พร้อมยกระดับดีไซน์ให้ร่วมสมัย สวมใส่ได้จริง และสื่อสารผ่าน Influencer ด้านแฟชั่น เพื่อขยายโอกาสสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ
นายสุรพล กล่าวต่อว่า สำหรับการดำเนินโครงการ ได้พัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึกแก่วิสาหกิจที่ผลิตสินค้าแฟชั่นจากผ้าไทยที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 15 กิจการทั่วประเทศ โดยจัดอบรม 4 วัน ครอบคลุม ความรู้พื้นฐานคุณค่าผ้าไทย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การวางกลยุทธ์แบรนด์ ไปจนถึงการสร้างภาพลักษณ์สินค้าในตลาดยุคดิจิทัล พร้อมจัดกิจกรรมศึกษาดูงานเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเครือข่ายธุรกิจ รวมถึง Workshop Design Camp ที่เปิดพื้นที่ให้นักออกแบบและผู้ประกอบการได้ทดลองแนวคิดใหม่ ๆ อย่างเข้มข้น นำไปสู่การประกวดผลงานการออกแบบและนำเสนอผลงานชิงเงินรางวัล พร้อมโล่ประกาศนียบัตร /วุฒิบัตร ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ คุณธัณญนันท์ ภิรมย์นพกิจกุล จากแบรนด์ Bhirom.boutiques รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ คุณรัฐพล ทองดี จากแบรนด์ KRAMPHON และคุณภาสกร ข้ามสาม จากแบรนด์ mohhomphrae และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ คุณณัฐธิดา งามขำ จากแบรนด์ หลงฮักฝ้าย คุณปุณยนุช สัมมาวิภาวีกุล จากแบรนด์ ผ้าฝ้ายก๋องแก้ว และคุณศรัณย์ สรรประเสริฐ แบรนด์ SARAN Handcraft
นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำหนังสือทำเนียบผลิตภัณฑ์ (E-Catalog) 2 ภาษา เพื่อสนับสนุนการตลาดในระดับสากล พร้อมกิจกรรมทดลองตลาด ควบคู่ประชาสัมพันธ์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยผ่าน Influencer ในการสร้างการรับรู้แบรนด์อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ผ้าไทยได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งในแง่ภาพลักษณ์และยอดสั่งซื้อ โดยคาดว่าภายหลังเข้าร่วมกิจกรรมผู้ประกอบการจะสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 10
ความสำเร็จของ “DIPROM Thai Weave, Trendy Vibe” ในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการสืบสานพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ผ้าไทย หากยังเป็นต้นแบบการบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการตลาดสมัยใหม่ เพื่อยกระดับผ้าทอพื้นเมืองไทยสู่แฟชั่นสร้างสรรค์ระดับสากล สร้างรายได้ สร้างอาชีพ และเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน พร้อมผลักดันผ้าไทยให้ก้าวไกลในเวทีโลกอย่างภาคภูมิ นายสุรพล กล่าวทิ้งทาย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น