TOPS. ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าหนุนเกษตรกรไทย รับซื้อมะม่วง GI ตรงจากแหล่งผลิต พร้อมผนึกกรมทรัพย์สินทางปัญญา จัดเทศกาล “Discover Thai Fruits 2026 – มะม่วง GI” ยกทัพมะม่วง GI 5 สายพันธุ์ เสิร์ฟความอร่อยทั่วประเทศ ตั้งเป้าจำหน่ายจำนวนมะม่วงปีนี้เพิ่มขึ้น 20% ผ่านกลยุทธ์ “GI My Choice” - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569

TOPS. ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าหนุนเกษตรกรไทย รับซื้อมะม่วง GI ตรงจากแหล่งผลิต พร้อมผนึกกรมทรัพย์สินทางปัญญา จัดเทศกาล “Discover Thai Fruits 2026 – มะม่วง GI” ยกทัพมะม่วง GI 5 สายพันธุ์ เสิร์ฟความอร่อยทั่วประเทศ ตั้งเป้าจำหน่ายจำนวนมะม่วงปีนี้เพิ่มขึ้น 20% ผ่านกลยุทธ์ “GI My Choice”


 กรุงเทพฯ 26 มีนาคม 2569 – ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ร่วมกับ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ จัดแคมเปญ “Discover Thai Fruits 2026 – มะม่วง GI” ต้อนรับฤดูกาลมะม่วงไทย พร้อมหนุนเกษตรกรไทย สอดรับนโยบายภาครัฐภายใต้แนวคิด “Thailand: The Land of Tropical Fruits” ซึ่งขับเคลื่อนโดยกระทรวงพาณิชย์ เพื่อบริหารจัดการผลไม้ไทยอย่างครบวงจรตั้งแต่การผลิต การตลาด ไปจนถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มอันเป็นการส่งเสริมการบริโภคในประเทศและยกระดับศักยภาพสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน โดยท็อปส์ได้คัดสรร มะม่วง GI คุณภาพ สายพันธุ์ ชูจุดแข็งอัตลักษณ์พื้นถิ่นจากแหล่งผลิตสำคัญ ในจังหวัดฉะเชิงเทรา และพิษณุโลก มานำเสนอผ่านกลยุทธ์สินค้า Own Brand ภายใต้แบรนด์ “GI My Choice” เพื่อยกระดับผลไม้ไทยสู่สินค้าเกษตรพรีเมียม พร้อมถ่ายทอดเอกลักษณ์รสชาติที่โดดเด่นตามแหล่งปลูกอย่างชัดเจน ตอกย้ำบทบาทของท็อปส์ในฐานะ “GI Destination” รีเทลที่รวมสินค้า GI มากที่สุดในประเทศไทย พร้อมวางแผนโปรโมทสินค้ามะม่วงต่อเนื่องตลอดปี ผลักดันยอดจำหน่ายจำนวนมะม่วงปี 2569 เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อนหน้า พบกับเทศกาลมะม่วง GI ในซีซันที่อร่อยที่สุดตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2569 ที่ ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ท็อปส์ เดลี่ และท็อปส์ ออนไลน์

         


 นายพิริยะ กมลเดชเดชา รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายจัดซื้อสินค้าอาหารสด บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล 
กล่าวว่า ในช่วงฤดูร้อนเป็นช่วงที่ผลผลิตมะม่วงมีคุณภาพดี และออกสู่ตลาดในปริมาณมาก การเร่งสร้างช่องทางการจำหน่าย และการกระจายผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพยุงราคา และสร้างรายได้ให้เกษตรกรที่สอดคล้องกับศักยภาพของมะม่วงในฐานะผลไม้เศรษฐกิจที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้า GI ที่มีบทบาทในการยกระดับสู่ตลาดมูลค่าสูง โดยข้อมูลจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาเผยว่า มะม่วงเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูงทั้งในตลาดในประเทศและการส่งออก โดยเฉพาะมะม่วงกลุ่ม GI ของไทยที่ในปี 2568 ที่ผ่านมา สามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดรวมกว่า 1,044 ล้านบาท สะท้อนให้ถึงศักยภาพของมะม่วงไทยในฐานะสินค้าเกษตรมูลค่าสูงของประเทศ ทั้งนี้ในปัจจุบันประเทศไทยมีสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในกลุ่มมะม่วงรวม 13 รายการจาก จังหวัด อาทิ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น มะม่วงเขียวเสวย มะม่วงแรด มะม่วงขายตึก แปดริ้ว จังหวัดฉะเชิงเทรา

พร้อมกันนี้ท็อปส์ได้ร่วมพัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นประเภทสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ร่วมกับเกษตรกรท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้า ควบคู่กับการสร้างรายได้และความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกรในระยะยาว ในปีนี้ ท็อปส์ได้คัดเลือกมะม่วง GI คุณภาพ สายพันธุ์ ที่ผ่านกระบวนการคัดสรรอย่างเข้มงวด ทั้งในด้านมาตรฐานการขึ้นทะเบียน GI และเกณฑ์คุณภาพของสินค้า Own Brand ภายใต้แบรนด์ “GI My Choice” ซึ่งมุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพจากแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้ ในราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ จึงได้จัดแคมเปญ “Discover Thai Fruits 2026 – มะม่วง GI” ร่วมกับ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เพื่อตอบรับช่วงฤดูกาลผลผลิต โดยเตรียมสินค้ามะม่วง GI ไว้จำหน่ายกว่า 30,000 กิโลกรัม จากแหล่งผลิตหลักในจังหวัดฉะเชิงเทราและพิษณุโลก

ในขณะเดียวกัน ท็อปส์ยังมีการจำหน่ายมะม่วงอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ครอบคลุมกว่า 17 สายพันธุ์ โดยในปี 2568 มียอดปริมาณจำหน่ายรวมกว่า 700 ตัน สะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคโดยมีนัยยะสำคัญต่อมะม่วงคุณภาพจากแหล่งผลิตทั่วประเทศ โดยเฉพาะสายพันธุ์ยอดนิยม เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ มะม่วงขายตึก และมะม่วงเขียวเสวย สำหรับปี 2569 ท็อปส์คาดการณ์การตอบรับการบริโภคมะม่วงที่ขยายตัวต่อเนื่อง เตรียมเดินหน้ารับซื้อมะม่วงจากเกษตรกรเพิ่มเติม พร้อมตั้งเป้าจำหน่ายมะม่วงในปริมาณเพิ่มเติมขึ้น 20% ควบคู่กับการสร้างโอกาสทางการตลาดและยกระดับรายได้ให้กับเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน

นายพิริยะ กล่าวว่า ในช่วงไฮซีซันของมะม่วง ท็อปส์ได้คัดเลือกมะม่วง GI 5 สายพันธุ์ ภายใต้แบรนด์ “GI My Choice” จากจังหวัด ฉะเชิงเทรา และพิษณุโลก ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์และความโดดเด่นของแหล่งปลูกในแต่ละพื้นที่ มานำเสนอแก่ผู้บริโภค เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตของเกษตรกรอย่างยั่งยืน และตอกย้ำบทบาทของท็อปส์ในฐานะ GI Destination

1.      มะม่วงน้ำดอกไม้พิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก  รสหวานละมุน กลิ่นหอมโดดเด่น เนื้อเนียนละเอียด ผลทรงสวยสีเหลืองนวล เป็นมะม่วงพรีเมียมจากภาคเหนือตอนล่างที่ได้รับความนิยมทั้งในและต่างประเทศ

2.   มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา รสชาติหวานหอม เนื้อเนียนละเอียด และเปลือกสีเหลืองทองสวยงาม ด้วยเอกลักษณ์จากพื้นที่อำเภอบางคล้าที่มีระบบนิเวศแบบ “เมืองสามน้ำ”ทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ส่งผลให้มะม่วงมีรสชาติและกลิ่นหอมเฉพาะตัว พร้อมการผลิตที่ได้มาตรฐาน จึงได้รับการยกระดับเป็นผลไม้ GI ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง

3.   มะม่วงขายตึกแปดริ้ว จังหวัดฉะเชิงเทรา – รสชาติหวานอมเปรี้ยวสดชื่น เนื้อกรอบแน่น มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เหมาะสำหรับรับประทานแบบผลดิบ จุดเด่นคือผลขนาดใหญ่ทรงคล้ายหัวใจ เนื้อสีเหลืองเมื่อยังดิบ และอุดมด้วยวิตามินซีและใยอาหาร

4.    มะม่วงเขียวเสวยแปดริ้ว จังหวัดฉะเชิงเทรา  รสชาติหวานมันเข้มข้น เนื้อละเอียดกรอบ เป็นมะม่วง GI ที่มีต้นกำเนิดจากยอดพันธุ์นครชัยศรี และเติบโตในพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำบางปะกง ซึ่งมีดินอุดมสมบูรณ์และระบบน้ำเหมาะสม ส่งผลให้ผลมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งทรงรียาว ขนาดใหญ่ และเมล็ดลีบแบน

5.    มะม่วงแรดแปดริ้ว จังหวัดฉะเชิงเทรา รสชาติหวานอมเปรี้ยว เนื้อแน่น มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ สามารถรับประทานได้ทั้งผลดิบและผลสุก โดยนิยมทานแบบผลดิบ อุดมด้วยวิตามินซีและใยอาหารสูง และได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องและมีการปลูกแพร่หลายในหลายพื้นที่

นอกจากการผลักดันมะม่วง ท็อปส์ยังเดินหน้าสนับสนุนการเติบโตของสินค้า GI ไทยอย่างต่อเนื่อง โดยได้นำสินค้า GI จากแหล่งผลิตทั่วประเทศ มาจำหน่ายผ่านเครือข่ายร้าน ท็อปส์ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ และท็อปส์ เดลี่ ควบคู่กับการขยายช่องทางสู่ ‘จริงใจ Farmers’ Market’ รวมกว่า 726 สาขา รวมถึงช่องทางท็อปส์ ออนไลน์ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าถึงสินค้าท้องถิ่นที่มีคุณภาพได้ในทุกพื้นที่ พร้อมสร้างการรับรู้ถึงคุณค่าของทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทยในวงกว้าง แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับหนึ่งในกลยุทธ์ “12 Missions to Sustainable Retail” ภายใต้แนวคิด “Small Acts Together” ในด้าน Responsible Sourcing ที่มุ่งคัดสรรสินค้าอย่างมีความรับผิดชอบ สนับสนุนสินค้าเกษตรจากชุมชน และสร้างช่องทางการตลาดที่เป็นธรรม

พร้อมกันนี้ ภายในงาน “Discover Thai Fruits 2026 – มะม่วง GI” ยังเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรและชุมชนผู้ผลิตได้นำผลผลิตคุณภาพมาจำหน่ายสู่ผู้บริโภคโดยตรง ทั้งในรูปแบบมะม่วงสดพร้อมรับประทาน และมะม่วงบรรจุในชะลอมที่สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทย เพิ่มความโดดเด่นและความสะดวกในการเลือกซื้อเพื่อมอบเป็นของฝาก ขณะเดียวกันยังมีไฮไลต์จาก THE BAKER ที่นำ “มะม่วง GI” มาต่อยอดเป็นเมนูเบเกอรี่หลากหลาย อาทิ Mango Coconut Puff, Mango Cream Bun, Mango Danish Cup และ Mango Tart เพื่อสร้างประสบการณ์รสชาติใหม่ให้กับผู้บริโภค ควบคู่กับการยกระดับมูลค่าผลผลิต และขยายโอกาสการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบทางการเกษตรไทยให้หลากหลายยิ่งขึ้น

“กลุ่มสินค้าเกษตรคุณภาพ โดยเฉพาะสินค้า GI ยังคงมีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยช่องทางโมเดิร์นเทรดมีบทบาทสำคัญในการยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรไทย ผ่านการคัดสรรคุณภาพ การควบคุมมาตรฐาน และการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อเชื่อมโยงผลผลิตจากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภคอย่างเป็นระบบ การจัดงาน “Discover Thai Fruits 2026 – มะม่วง GI” ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการต้อนรับฤดูกาลผลไม้ไทย แต่ยังสะท้อนทิศทางการพัฒนาอีโคซิสเต็มสินค้าเกษตรที่มุ่งสร้างโอกาสทางการตลาดอย่างยั่งยืน เพื่อให้ผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และเกษตรกรเติบโตไปพร้อมกัน” นายพิริยะ กล่าวสรุป

ร่วมสัมผัสความอร่อยของมะม่วงคุณภาพจากแหล่งผลิตทั่วประเทศไทย ในงาน “Discover Thai Fruits 2026 – มะม่วง GI” ได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2569 ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ท็อปส์ เดลี่ และท็อปส์ ออนไลน์ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.TOPS.co.th, เฟซบุ๊ก TOPSThailand และแอปพลิเคชันไลน์ @TOPSThailand

#TOPS #EveryDayDISCOVERY #DiscoverThaiFruits2026
#มะม่วงGI #12MissionstoSustainableRetail #SmallActsTogether

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad