กรุงเทพฯ ประเทศไทย 27 พฤษภาคม 2569 - เสียวหมี่ คอร์เปอเรชัน ("เสียวหมี่ [Xiaomi]" หรือ "กลุ่มธุรกิจ Group]"; Stock Code:1810) บริษัทด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภคและอุตสาหกรรมการผลิตอัจฉริยะด้วยการเป็นผู้นำด้านสมาร์ทโฟนและสมาร์ทฮาร์ดแวร์ที่เชื่อมต่อบนแพลตฟอร์ม Internet of Things (IoT) ประกาศผลการดำเนินงานไม่สอบทานสำหรับสามเดือน สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 (“ช่วงเวลาดังกล่าว”) ด้วยรากฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่งและแรงขับเคลื่อนจากนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง กลุ่มบริษัทสามารถแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจได้อย่างโดดเด่นในไตรมาสแรก มีรายรับรวมทั้งหมดถึง 99.1 พันล้านหยวน ซึ่งยังคงอยู่ในระดับสูง โดยมีกำไรสุทธิที่ปรับแล้วอยู่ที่ 6.1 พันล้านหยวน โดยผลประกอบการนั้นดีเกินความคาดหมายของตลาด นอกจากนี้ กำไรจากการดำเนินงานของธุรกิจหลัก (สมาร์ทโฟน × AIoT) ยังเติบโตเกือบ 200% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยเสียวหมี่ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในทุกกลุ่มธุรกิจหลัก
ในช่วงเวลาดังกล่าว กลยุทธ์ “Human x Car x Home” ยังคงสร้างผลลัพธ์ที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยทุกธุรกิจหลักมีผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างมั่นคง รายรับจากธุรกิจสมาร์ทโฟนอยู่ที่ 44.3 พันล้านหยวน ขณะที่กลยุทธ์การยกระดับสู่ตลาดพรีเมียมช่วยผลักดันราคาเฉลี่ย (“ASP”) ของสมาร์ทโฟนทั่วโลกทำสถิติสูงสุดใหม่ ด้านธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ (“EV”) AI และธุรกิจใหม่อื่นๆ มีรายรับเพิ่มขึ้น 6.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน (“YoY”) เป็น 19.9 พันล้านหยวน สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่น ขณะเดียวกัน ธุรกิจ IoT และผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ มีรายรับอยู่ที่ 24.7 พันล้านหยวน โดยรายรับจากตลาดต่างประเทศของกลุ่มธุรกิจนี้ทำสถิติสูงสุดใหม่ หลังเติบโตในระดับเลขสองหลักเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (“YoY”)
กลยุทธิ์ยกระดับสู่ตลาดพรีเมียม (Premiumization) เดินหน้าอย่างแข็งแกร่ง ราคาเฉลี่ย (ASP) ของสมาร์ทโฟนทั่วโลกทำสถิติสูงสุดใหม่
ธุรกิจสมาร์ทโฟนยังคงเติบโตอย่างมั่นคง โดยในไตรมาสแรกของปี 2569 มีรายรับอยู่ที่ 44.3 พันล้านหยวน จากยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกจำนวน 33.8 ล้านเครื่อง ข้อมูลจาก Omdia ระบุว่าเสียวหมี่ครองอันดับผู้จัดส่งสมาร์ทโฟนสูงสุด 3 อันดับแรกของโลกต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 23 ติดต่อกัน อีกทั้งยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนของกลุ่มบริษัทยังติดอันดับหนึ่งในสาม ใน 47 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลกอีกด้วย
กลยุทธ์การยกระดับสู่ตลาดพรีเมียม (Premiumization) ยังคงสร้างผลลัพธ์ที่โดดเด่น โดยราคาเฉลี่ย (ASP) ของสมาร์ทโฟนทั่วโลกเพิ่มขึ้น 8.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน (“YoY”) แตะระดับสูงสุดถึง 1,310 หยวน จากข้อมูลของบริษัทวิจัยภายนอก ในไตรมาสแรกของปี 2569 สมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม (ราคาขายปลีกตั้งแต่ 3,000 หยวนขึ้นไป) คิดเป็นสัดส่วน 23.5% ของยอดขายสมาร์ทโฟนทั้งหมดของบริษัทในจีนแผ่นดินใหญ่ นอกจากนี้ ในเดือนพฤษภาคม 2569 เสียวหมี่ได้เปิดตัว Xiaomi 17 Max อย่างเป็นทางการ ซึ่งช่วยเติมเต็มไลน์อัประดับเรือธงซีรีส์ตัวเลขของเสียวหมี่ให้ครอบคลุมทั้งรุ่นมาตรฐานและรุ่น Pro พร้อมตัวเลือกทั้งหน้าจอขนาดใหญ่และขนาดเล็ก เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้งานผ่านพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์พรีเมียมที่ครบถ้วนยิ่งขึ้น
ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ (“EV”) ยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโต พร้อมไลน์อัปผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ได้รับการยอมรับจากตลาด
ในไตรมาสแรก รายรับจากธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ (“EV”) AI และธุรกิจใหม่อื่นๆ เติบโต 6.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน (“YoY”) ถึง 19.9 พันล้านหยวน ขณะที่ยอดส่งมอบรถยนต์ใหม่อยู่ที่ 80,856 คัน เพิ่มขึ้น 6.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน (“YoY”) นับตั้งแต่เปิดตัว Xiaomi SU7 Series และ Xiaomi YU7 Series ต่างได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวางจากตลาด โดย New-Generation Xiaomi SU7 ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2569 ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคอย่างล้นหลาม ณ วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ยอดคำสั่งซื้อที่ได้รับการยืนยัน ของ New-Generation Xiaomi SU7 ในช่วงแรกของการวางจำหน่ายทะลุ 80,000 คัน ขณะที่ ณ วันที่ 23 เมษายน 2569 ยอดส่งมอบสะสมของ New-Generation Xiaomi SU7 สูงกว่า 26,000 คันแล้ว นอกจากนี้ Xiaomi YU7 Series ยังมียอดส่งมอบสะสมแตะ 232,000 คัน ภายในระยะเวลาเพียง 10 เดือนหลังเปิดตัว สะท้อนถึงการยอมรับและความเชื่อมั่นของตลาดที่มีต่อธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าของเสียวหมี่อย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจาก Yiche ระบุว่าในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน 2569 Xiaomi SU7 ครองอันดับ 1 ด้านยอดขายในกลุ่มรถยนต์ซีดานพลังงานไฟฟ้าล้วนที่มีราคาสูงกว่า 200,000 หยวน ขณะที่ Xiaomi YU7 อยู่อันดับ 2 ด้านยอดขายสะสมในกลุ่มรถ SUV ในระดับเดียวกันอีกด้วย
กลุ่มบริษัทยังคงเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์ระดับชั้นนำของโลก โดยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดตัว Xiaomi YU7 Standard Edition และ Xiaomi YU7 GT อย่างเป็นทางการ สำหรับ Xiaomi YU7 GT ซึ่งเป็น “SUV ระดับสปอร์ตคาร์ที่ออกแบบมาเพื่อการเดินทางระยะไกล” สามารถสร้างสถิติเวลาต่อรอบที่เร็วที่สุดสำหรับรถ SUV บนสนาม Nürburgring Nordschleife ด้วยเวลา 7 นาที 22.755 วินาที นับเป็นครั้งแรกที่รถ SUV จากจีนสามารถขึ้นครองอันดับหนึ่งของโลกในสนามระดับตำนานแห่งนี้ได้สำเร็จ ขณะเดียวกันกลุ่มบริษัทยังเดินหน้าขยายเครือข่ายการขายและบริการอย่างต่อเนื่อง โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีศูนย์จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะรวม 490 แห่ง ครอบคลุม 143 เมืองทั่วจีนแผ่นดินใหญ่
อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจ IoT ยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่รายรับจากบริการอินเทอร์เน็ตเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง
ในไตรมาสแรก กลุ่ม IoT และผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ ยังคงรักษาระดับรายรับและอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูง โดยมีรายรับรวมอยู่ที่ 24.7 พันล้านหยวน และมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 25.2% เพิ่มขึ้น 5.1 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะเดียวกัน รายรับจากกลุ่ม IoT และผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ในต่างประเทศยังทำสถิติสูงสุดใหม่ พร้อมเติบโตในระดับเลขสองหลักเมื่อเทียบกับปีก่อน (“YoY”) โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการที่แข็งแกร่งในตลาดต่างประเทศสำหรับผลิตภัณฑ์หลากหลายกลุ่ม อาทิ แท็บเล็ต โทรทัศน์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านขนาดใหญ่
ในช่วงเวลาดังกล่าว ผลิตภัณฑ์แท็บเล็ตของเสียวหมี่ ยังคงมียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจาก Omdia ระบุว่า ยอดจัดส่งแท็บเล็ตของเสียวหมี่ ติดอันดับหนึ่งในห้าของโลกต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 8 และติดอันดับหนึ่งในสามในจีนแผ่นดินใหญ่ ด้านอุปกรณ์สายรัดข้อมืออัจฉริยะ (Wearable Band) ของเสียวหมี่ ยังคงรักษาความแข็งแกร่งในตลาด โดยในไตรมาสแรกของปี 2569 มียอดจัดส่งเป็นอันดับ 3 ของโลก และอันดับ 2 ในจีนแผ่นดินใหญ่ ขณะที่กลุ่มหูฟังไร้สายแบบ TWS ก็มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นเช่นกัน โดยมียอดจัดส่งอยู่ในอันดับ 2 ทั้งในตลาดโลกและจีนแผ่นดินใหญ่ นอกจากนี้ ในเดือนพฤษภาคม 2569 ยังได้เปิดตัว Xiaomi Smart Band 10 Pro พร้อมหูฟังแบบ clip-on เพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น
การผสานการทำงานระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ยังคงช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศอัจฉริยะของเสียวหมี่อย่างต่อเนื่อง ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 จำนวนอุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่ออยู่บนแพลตฟอร์ม AIoT ของบริษัท (ไม่รวมสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และแล็ปท็อป) เพิ่มขึ้นเป็น 1,118.7 ล้านอุปกรณ์ เติบโต 18.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน (“YoY”) ขณะเดียวกัน จำนวนผู้ใช้งานที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ตั้งแต่ 5 เครื่องขึ้นไปบนแพลตฟอร์ม AIoT ของบริษัท ก็ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 23.6 ล้านราย เพิ่มขึ้น 22.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน (“YoY”) ในเดือนมีนาคม 2569 ยอดผู้ใช้บริการรายเดือน (MAU) ของ Xiaomi AI Assistant แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 169.3 ล้านราย เพิ่มขึ้น 15.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน (“YoY”) ขณะที่แอปพลิเคชัน Xiaomi Home มียอดผู้ใช้บริการรายเดือน (MAU) เพิ่มขึ้น 10.0% ถึง 117.0 ล้านราย เมื่อเทียบกับปีก่อน (“YoY”)
กลุ่มบริการอินเทอร์เน็ตของเสียวหมี่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสแรกมีรายรับอยู่ที่ 9.5 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 4.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน (“YoY”) และมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 76.1% รายรับจากบริการอินเทอร์เน็ตในต่างประเทศอยู่ที่ 3.0 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 9.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน (“YoY”) ขณะที่รายรับจากบริการอินเทอร์เน็ตในจีนแผ่นดินใหญ่ทำสถิติสูงสุดใหม่ นอกจากนี้ฐานผู้ใช้บริการของเสียวหมี่ ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนมีนาคม 2569 จำนวนผู้ใช้บริการรายเดือน (MAU) ในจีนแผ่นดินใหญ่แตะระดับสูงสุดถึง 195.8 ล้านราย เพิ่มขึ้น 8.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน (“YoY”)
งบการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเพิ่มขึ้น 33.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน (“YoY”) ขณะที่ AI เร่งพลิกโฉมระบบนิเวศ “Human x Car x Home”
เสียวหมี่ยังคงมุ่งมั่นลงทุนระยะยาวในเทคโนโลยีแกนหลักพื้นฐาน พร้อมเดินหน้าลงทุนเพื่ออนาคตอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสแรกมีค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาอยู่ที่ 9.0 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 33.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน (“YoY”) และมีบุคลากรด้าน R&D รวมทั้งสิ้น 26,048 คน นอกจากนี้ เสียวหมี่ยังประกาศแผนลงทุนด้าน AI อย่างน้อย 16 พันล้านหยวนภายในปีนี้ และตั้งเป้าให้มูลค่าการลงทุนรวมทะลุ 60 พันล้านหยวนภายในช่วง 3 ปีข้างหน้า เพื่อเร่งสร้างประสบการณ์ AI แบบครบวงจรภายในระบบนิเวศ “Human × Car × Home”
เสียวหมี่ประสบความสำเร็จครั้งสำคัญในการพัฒนา Foundation Model โดย Xiaomi MiMo-V2.5-Pro ขึ้นอันดับ 1 ของโลกในกลุ่ม open-source models ทั้งบนดัชนี Artificial Analysis Intelligence Index และ Agentic Index ขณะเดียวกัน Xiaomi MiMo-V2-Pro ยังครองอันดับสูงสุดของโลกด้านจำนวนการเรียกใช้งานรายวันและรายสัปดาห์บนแพลตฟอร์ม OpenRouter ผ่าน Hermes Agent อีกด้วย นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 เสียวหมี่ได้ประกาศเปิดตัว open-source models Xiaomi MiMo-V2.5 Series อย่างเป็นทางการภายใต้สัญญาอนุญาตแบบ MIT License
กลุ่มบริษัทกำลังนำศักยภาพด้าน AI มาเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศ “Human × Car × Home” อย่างครอบคลุม ในเดือนเมษายน 2569 เสียวหมี่ได้เปิดทดสอบแบบ Closed Beta แบบจำกัดสำหรับ Xiaomi miclaw บนอุปกรณ์หลากหลายประเภท ซึ่งปัจจุบันรองรับทั้งสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต พีซี Mac และ Xiaomi Smart Home Screen แล้ว นอกจากนี้ Xiaomi miclaw ยังเป็นหนึ่งในผู้ช่วยอัจฉริยะบนมือถือกลุ่มแรกในจีนแผ่นดินใหญ่ที่ผ่านการประเมินมาตรฐานอย่างเป็นทางการจาก China Academy of Information and Communications Technology อีกด้วย
ในด้าน Embodied Intelligence เสียวหมี่ได้ทยอยเปิดตัวทั้งโมเดลหุ่นยนต์ VLA รุ่นแรก และโมเดล Fine-Tuning สำหรับการหยิบจับวัตถุอย่างละเอียดด้วยระบบสัมผัสสำหรับหุ่นยนต์ ในเดือนมีนาคม 2569 หุ่นยนต์ humanoid ของ เสียวหมี่ได้เข้าสู่สายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV Factory) เพื่อเริ่มการฝึกปฏิบัติงานจริงและการเรียนรู้ภายในโรงงาน ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัทในการพัฒนา Physical AI
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น