วันนี้ (29 พฤษภาคม 2569) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ และบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงบทบาทในการสร้างพื้นที่ออนไลน์ที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน ภายหลังร่วมเสวนาสาธารณะออนไลน์ครั้งที่ 1 หัวข้อ แพลตฟอร์มกับความรับผิดชอบไลฟ์สายดาร์ก เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 จัดโดยกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับสำนักข่าว The Reporters สืบเนื่องจากกรณีการเผยแพร่ไลฟ์สดอนาจารผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่สร้างความกังวลให้สังคมในวงกว้าง
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า กรณีไลฟ์สดอนาจารเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง เพราะบนแพลตฟอร์มเดียวกันยังมีทั้งการพนันออนไลน์ที่แทรกในคอนเทนต์เด็ก การนำภาพและเสียงของบุคคลที่มีชื่อเสียงไปตัดต่อด้วย AI เพื่อหลอกลงทุน ข่าวปลอม การกลั่นแกล้ง ถ้อยคำสร้างความเกลียดชัง และโฆษณาเกินจริง ซึ่งล้วนกระทบต่อเด็กและเยาวชนโดยตรง
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า การดูแลพื้นที่ออนไลน์ให้ปลอดภัยเป็นไปตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยการบังคับใช้กฎหมายและกำกับดูแลแพลตฟอร์ม มีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นหน่วยงานหลัก ซึ่งตนในฐานะที่กำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ อสมท และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) รวมถึงเป็นประธานกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พร้อมสนับสนุนและบูรณาการทำงานร่วมกัน
นางสาวศุภมาส กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนสั่งการให้สำนักงานกองทุนฯ เร่งศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องในต่างประเทศ ทั้งแนวทางที่กำหนดให้แพลตฟอร์มต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาบนระบบของตนเอง ควบคู่กับการศึกษากฎหมายภายในประเทศไทยที่มีอยู่ เพื่อหาช่องว่างและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเสนอต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำไปสู่การปรับปรุงและบังคับใช้กฎหมายให้เท่าทันภัยออนไลน์ต่อไป
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า กองทุนฯ จะเดินหน้าทำงานเชิงรุก โดยไม่รอให้เกิดปัญหาแล้วจึงตามแก้ แต่มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันให้สังคมตั้งแต่ต้นทาง ผ่านการสนับสนุนและผลิตสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ที่มีคุณภาพ ส่งเสริมผู้ผลิตคอนเทนต์ที่ดีให้มีพื้นที่ยืนได้จริง สร้างสมดุลให้กับระบบนิเวศสื่อที่ปัจจุบันถูกแย่งพื้นที่ด้วยคอนเทนต์ขยะ พร้อมเดินหน้าส่งเสริมความรู้เท่าทันสื่อ (Media Literacy) ให้เด็ก เยาวชน และครอบครัว ให้รู้จักแยกแยะ กลั่นกรอง และไม่ตกเป็นเหยื่อของภัยออนไลน์
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ตนได้มอบหมายให้กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์สร้างเครือข่ายภาคประชาชน สื่อมวลชน และอินฟลูเอนเซอร์ เพื่อเป็นอาสาสมัครเฝ้าระวังสื่อและร่วมผลิตเนื้อหาเชิงบวก ขณะเดียวกันได้มอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์และ อสมท เป็นหน่วยเตือนภัย ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเร่งตอบโต้ข่าวปลอม ส่วนสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ให้กำกับดูแลโฆษณาที่หลอกลวงและเกินจริง เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันทั้งระบบ
"ขอความร่วมมือประชาชนยึดหลัก ไม่เชื่อ ไม่แชร์ ไม่กดไลก์ ไม่มีส่วนร่วมกับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม เมื่อพบเห็นให้กดรายงานทันที เพราะการกดไลก์หรือแชร์ต่ออาจเข้าข่ายมีความผิดตามกฎหมาย หากพบภัยออนไลน์แจ้งสายด่วน 1441 และกรณีโฆษณาหลอกลวงผู้บริโภค ร้องเรียนสายด่วน สคบ. 1166" นางสาวศุภมาส กล่าว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น