SSP โชว์กำไรสุทธิครึ่งปีแรกโต 29% ไฮซีซั่นแสงแดด - รับรู้รายได้เพิ่มจากโซลาร์ฟาร์มญี่ปุ่น ประเมินครึ่งปีหลังทะยาน หนุนผลงานปี63 นิวไฮต่อเนื่อง - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2563

SSP โชว์กำไรสุทธิครึ่งปีแรกโต 29% ไฮซีซั่นแสงแดด - รับรู้รายได้เพิ่มจากโซลาร์ฟาร์มญี่ปุ่น ประเมินครึ่งปีหลังทะยาน หนุนผลงานปี63 นิวไฮต่อเนื่อง

 

บมจ.เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น(SSP) ฐานแน่น ครึ่งปีแรกโชว์กำไรสุทธิส่วนของบริษัทแตะ 367 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% ขณะที่กำไรการดำเนินงานสวย พุ่ง 13% จากงวดเดียวกันปีก่อน เนื่องจากเข้าสู่ฤดูกาลไฮซีซั่นของแสงแดดคุณภาพดี และรับรู้รายได้เต็มงวดจากโรงไฟฟ้าเวียดนาม ขนาดกำลังผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 40 เมกะวัตต์  พร้อมกันนี้เริ่มรับรู้รายได้จากโซลาร์ฟาร์ม "Yamaga"ในญี่ปุ่นเพิ่มเติม หลัง COD ได้ก่อนกำหนด  ฟาก "วรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มั่นใจครึ่งปีหลังสัญญาณดีต่อเนื่อง จากกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น หนุนผลงานปี63 แตะนิวไฮต่อเนื่อง   

 

นายวรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทฯมีกำไรสุทธิในงวด 6 เดือนแรกของปี 2563 มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทอยู่ที่ 367 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29 % จากงวดเดียวกันปีก่อน ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานเติบโตได้ดี อยู่ที่ 364 ล้านบาท เพิ่มขึ้น13% จากงวดเดียวกันของปีก่อน  

 

ทั้งนี้ งวดไตรมาส 2/2563 มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัท 150 ล้านบาท ลดลง 6% จากงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีการรับรู้รายการพิเศษ คือการบันทึกผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นเพียงการรับรู้ทางบัญชี อย่างไรก็ตามหากไม่รวมรายการดังกล่าว SSP มีกำไรจากการดำเนินงานปกติในไตรมาส2/2563 อยู่ที่ 208 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 7% ยังคงสร้างสถิติสูงสุดใหม่ได้อีกครั้ง  

 

"ในส่วนของงบไตรมาส 2/63 นั้น อยากให้โฟกัสที่กำไรอันเกิดจากการดำเนินงานมากกว่า เพราะสะท้อนการเติบโตของธุรกิจอย่างแท้จริง ซึ่ง SSP ยังสามารถทำได้ดีอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากความมุ่งมั่น ตั้งใจเหมือนเช่นเคย ส่วนผลขาดทุนที่เกิดจากอัตราแลกเปลี่ยนนั้นเป็นเพียงการบันทึกตัวเลขทางบัญชีเท่านั้น ไม่ได้เกิดขึ้นจริง จึงอยากจะชี้แจงให้นักลงทุนทราบโดยทั่วถึงกัน" 

 

เขากล่าวต่อว่าตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา ปัจจัยที่สนับสนุนให้ผลการดำเนินงานดีขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงของฤดูกาลที่แสงอาทิตย์มีคุณภาพดีที่สุด ทำให้ปริมาณการผลิตกระแสไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งบริษัทฯมีการรับรู้รายได้จากโครงการโซลาร์ฟาร์มประเทศเวียดนาม และมองโกเลีย รวม 55 เมกะวัตต์ ตลอดจนโรงไฟฟ้าซึ่งเปิดดำเนินการระหว่างปี 2561 ทั้งในไทยและญี่ปุ่นรับรู้รายได้เต็มปี  รวมถึงในไตรามาส2/2563 ยังเริ่มทยอยรับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มจากโครงการ Yamaga ประเทศญี่ปุ่น ขนาดกำลังการผลิตตามสัญญา 30 เมกะวัตต์เพิ่มเติม หลังจากที่สามารถจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์(COD) เมื่อวันที่ 30พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยสามารถจ่ายไฟฟ้าได้ก่อนกำหนดเป็นเวลา 1 เดือน   ดังนั้นส่งผลให้ปัจจุบัน SSP มีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญาในมือรวม 142 เมกะวัตต์ 

 

"ภาพรวมผลงานครึ่งปีแรก ยังคงรักษาการเติบโตได้ตามกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ส่วนแนวโน้มช่วงครึ่งปีหลังคาดว่า ยังเติบโตได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากปีนี้มีการรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าโครงการ Yamaga ได้เต็มที่ อีกทั้งในปี 64 นี้ จะมีการรับรู้รายได้ทั้งโรงไฟฟ้าโครงการ  และโรงไฟฟ้าโครงการลมในเวียดนามอีกด้วย และบริษัทยังคงเดินหน้ามองหาโครงการใหม่ มาเติมในพอร์ตการลงทุนอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับรายได้และกำไรทำสถิติสูงสุดมาตลอด ปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนจากทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเรามีเป้าหมายต้องการมีกำลังการผลิตไฟฟ้า 400 เมกะวัตต์ ภายใน 3-5 ปี ข้างหน้า" นายวรุตม์ กล่าวในที่สุด

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here