กรุงเทพฯ - ผู้ถือหุ้น MPJ ไฟเขียวจ่ายปันผลหุ้นละ 0.34 บาท จ่อ XD 28 เม.ย.และกำหนดจ่ายเงินปันผล 19 พ.ค. 2569 หลังกำไรสุทธิจากผลดำเนินงานปี 68 โต 13.30% ลุยตอกย้ำกลยุทธ์ทางธุรกิจ ปี 2569 ผ่านการขับเคลื่อน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก และตั้งงบลงทุนรวม 1,140 ล้านบาท มุ่งยกระดับการให้บริการสู่ระบบโลจิสติกส์ครบวงจรและการขยายการให้บริการลานตู้และคลังสินค้า รองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ EEC พร้อมตั้งเป้าการเติบโตปีนี้เพิ่มขึ้น 16%นายทวี ศรีชัยนาค ประธานกรรมการบริษัท และ นายจีระศักดิ์ มานะตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ MPJ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริษัทฯ จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 สรุปผลการดำเนินงานประจำปี 2568 ที่มีกำไรสุทธิเติบโตแตะระดับ 111 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้จากการให้บริการรวมอยู่ที่ 1,075 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และพิจารณาวาระสำคัญต่างๆ โดยที่ประชุมมีมติอนุมัติครบทุกวาระตามข้อเสนอของคณะกรรมการ สะท้อนถึงศักยภาพ และความเชื่อมั่นต่อธุรกิจของบริษัทฯ
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิประจำปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.34 บาท คิดเป็น Dividend Yield 8.6% อ้างอิงจากราคาปิดหุ้น MPJ วันที่ 22 เมษายน 2569 โดยบริษัทฯ กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (XD) ในวันที่ 28 เมษายนนี้ และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ซึ่งสะท้อนถึงสถานะทางการเงินและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง ที่มีศักยภาพความสามารถในการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ถือหุ้นต่อสถานการณ์ความผันผวนของราคาน้ำมันโลก และ ความขัดแย้งในต่างประเทศที่ยืดเยื้อว่า บริษัทฯให้ความสำคัญสูงสุดกับการบริหารจัดการต้นทุนผ่านกลยุทธ์การทำสัญญาค่าธรรมเนียมน้ำมันผันผวน (Fuel Surcharge) ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมที่ผู้ให้บริการขนส่งเรียกเก็บจากลูกค้า นอกเหนือจากค่าบริการพื้นฐาน เพื่อชดเชยความผันผวนของราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ทำให้บริษัทฯ สามารถควบคุมต้นทุนท่ามกลางสถานการณ์พลังงานที่พุ่งสูงขึ้น รวมทั้งรักษาเสถียรภาพทางการเงิน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
พร้อมทั้งยังได้กล่าวถึงกลยุทธ์และทิศทางการขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2569 ว่า บริษัทฯ เร่งขับเคลื่อนการเติบโตสู่ความยั่งยื่น ผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ภายใต้งบลงทุนรวม 1,140 ล้านบาท เพื่อยกระดับการให้บริการสู่ระบบโลจิสติกส์ครบวงจรและการขยายการให้บริการลานตู้และคลังสินค้า รองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ตอบโจทย์การขยายตัวของภาคการนำเข้า-ส่งออก ในประเทศไทย สู่เป้าหมายการเติบโตในปี 2569 ที่เพิ่มขึ้น 16%
· ธุรกิจบริหารการจัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์ : ผ่านการลงทุนโครงการลานตู้คอนเทนเนอร์แหลมฉบัง 3 พื้นที่ 28 ไร่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับตู้คอนเทนเนอร์ได้อีก 200,000 TEUs ต่อปี เริ่มให้บริการในไตรมาส 2/2570 คาดว่าจะสร้างรายได้ประมาณ 140 ล้านบาทต่อปี
· ธุรกิจการให้บริการขนส่งทางบกต่อเนื่องกับท่าเรือ : วางแผนจัดหารถขนส่งชุดใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุนระยะยาว
· ธุรกิจให้บริการจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ : มุ่งเน้นการขยายส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพสูง เพื่อเป็นตัวกลางในการจัดการขนส่งระดับสากล
· ธุรกิจการให้บริการให้เช่าคลังสินค้า : ลงทุนโครงการระยอง 2 สำหรับก่อสร้างคลังสินค้าขนาด 18,000 ตารางเมตร โดยจะเริ่มก่อสร้างภายในไตรมาส 4/2569 และเริ่มเปิดให้บริการได้ในไตรมาส 3/2570 โดยจะมีรายได้ประมาณ 34 ล้านบาทต่อปี
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น